วัดจุฬามณี
เกี่ยวกับวัด

เจ้าอาวาสผู้สร้างวัด

จากยุคเสื่อมสู่การฟื้นฟู หลวงพ่อแช่ม โสฬส · หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท · หลวงพ่ออิฏฐ์ ภทฺทจาโร

วัดจุฬามณีผ่านทั้งยุครุ่งเรืองและยุคเสื่อมโทรม ก่อนจะได้รับการฟื้นฟูและสร้างเสริมจนงดงามดังที่เห็นในปัจจุบัน ด้วยศรัทธาและวิริยะของเจ้าอาวาสที่สืบทอดเจตนารมณ์ต่อกันมา — จากหลวงพ่อแช่ม สู่หลวงพ่อเนื่อง และหลวงพ่ออิฏฐ์เจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน

ยุคเสื่อมและการฟื้นฟู

วัดจุฬามณีเคยเจริญรุ่งเรืองในสมัยที่มีสมภารผู้มีสติปัญญาปราดเปรื่อง คือท่านพระอธิการเนียม ซึ่งนับเป็นเจ้าอาวาสองค์ที่ ๒ เท่าที่สืบความได้ ผู้เฒ่าผู้แก่เล่าว่าท่านเชี่ยวชาญหนังสือขอม สามารถบอกกัมมัฏฐานแก่ผู้ใฝ่ในการปฏิบัติ ทั้งยังเป็นครูสอนหนังสือจนญาติโยมส่งลูกหลานมาเรียนเป็นจำนวนมาก ถึงขั้นตั้งเป็นโรงเรียนสอนหนังสือไทยและขอมขึ้นในวัดได้ แต่เมื่อท่านละสังขารไปราวปีพุทธศักราช ๒๔๕๙ วัดจุฬามณีก็เกือบกลายเป็นวัดร้าง มีพระจำพรรษาเพียงไม่กี่รูป จนทรุดโทรมปรักหักพังไปเป็นส่วนใหญ่

ชาวบ้านทนเห็นสภาพวัดเสื่อมโทรมไม่ได้ จึงประชุมปรึกษากันโดยมีกำนันตำบลปากง่าม (ปัจจุบันคือตำบลบางช้าง) เป็นประธาน และตกลงไปขออาราธนาพระอาจารย์แช่ม โสฬส พระลูกวัดบางกะพ้อมผู้มีพรรษาและคุณวุฒิพอจะปกครองวัดให้รุ่งเรืองได้ จากหลวงปู่คง ธมฺมโชโต เจ้าอาวาสวัดบางกะพ้อม เมื่อหลวงปู่คงทราบความประสงค์ก็ไม่ขัดข้อง ได้ส่งหลวงพ่อแช่มศิษย์ผู้ได้รับการอบรมสั่งสอนวิชาธรรมปฏิบัติมาเป็นอย่างดี ให้มาเป็นเจ้าอาวาสวัดจุฬามณี

หลวงพ่อแช่ม โสฬส

เมื่อหลวงพ่อแช่มมาถึง ท่านได้ริเริ่มปลูกสร้างเสนาสนะสงฆ์และศาลาการเปรียญ จนแล้วเสร็จเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๓ และปฏิบัติศาสนกิจเพื่อสาธุชนด้วยความเมตตา เจริญรอยตามหลวงปู่คงผู้เป็นพระอุปัชฌาย์อย่างเพียบพร้อม จนถึงปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ ท่านจึงมรณภาพด้วยวัย ๘๔ ปี และมีการประชุมเพลิงในปีพุทธศักราช ๒๔๙๑

หลวงพ่อเนื่อง โกวิโท

เมื่อการประชุมเพลิงหลวงพ่อแช่มเสร็จสิ้น คณะสงฆ์จังหวัดเห็นสมควรแต่งตั้งพระภิกษุเนื่อง โกวิโท ขึ้นเป็นเจ้าอาวาสสืบต่อ ซึ่งก็คือท่านพระครูโกวิทสมุทรคุณในกาลต่อมา ท่านเป็นศิษย์ทั้งของหลวงปู่คง ธมฺมโชโต และหลวงพ่อแช่ม โสฬส ตามลำดับ

หลวงพ่อเนื่องมีนามเดิมว่า เนื่อง เถาสุวรรณ เกิดเมื่อวันที่ ๑๔ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๔๕๒ ปีระกา ที่บ้านคลองใหญ่ ตำบลแพรกหนามแดง อำเภออัมพวา เป็นบุตรของนายถมยาและนางตาบ ท่านอุปสมบทเมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ อุโบสถวัดบางกะพ้อม โดยมีหลวงปู่คง ธมฺมโชโต เป็นพระอุปัชฌาย์ และหลวงพ่อแช่ม โสฬส เป็นพระกรรมวาจาจารย์ ต่อมาในปีพุทธศักราช ๒๔๙๖ ท่านได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระครูสัญญาบัตรที่ "พระครูโกวิทสมุทรคุณ"

ชื่อเสียงของหลวงพ่อเนื่องในฐานะเกจิอาจารย์ระบือไกลไปจนถึงในพระราชวัง เมื่อวันที่ ๒๗ มกราคม พ.ศ. ๒๕๒๐ พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว (เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฎราชกุมาร) พร้อมด้วยพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์มากราบนมัสการหลวงพ่อเนื่อง และในวันเสาร์ที่ ๑๖ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๕ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ก็ได้เสด็จพระราชดำเนินถวายผ้าพระกฐินเป็นการส่วนพระองค์

หลวงพ่อเนื่องได้บูรณปฏิสังขรณ์วัดจุฬามณีจนเป็นศาสนสถานอันร่มรื่น และริเริ่มสร้างพระอุโบสถจตุรมุขหินอ่อน ๓ ชั้น ที่มีมูลค่าก่อสร้างนับสิบล้านบาท ท่านเฝ้าติดตามดูแลการก่อสร้างด้วยความประณีตพิถีพิถันนานกว่า ๒๐ ปี จนใกล้แล้วเสร็จ เหลือเพียงบานหน้าต่างไม่กี่บานและพื้นหินอ่อนบางส่วน แล้วในวันที่ ๒๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๐ เวลา ๐๖.๒๐ น. หลวงพ่อเนื่องก็ละสังขารไปอย่างสงบ ทิ้งไว้เพียงผลงานสร้างวัดให้ร่มรื่น เงินสดอีก ๒๙ ล้านบาทเศษ และพระอุโบสถหินอ่อนที่ใกล้แล้วเสร็จ ให้เจ้าอาวาสรูปใหม่รับช่วงต่อ ท่ามกลางความอาลัยของลูกศิษย์ลูกหา

ด้วยบารมีอันเปี่ยมล้น แม้ละสังขารไปแล้ว สรีระสังขารของหลวงพ่อเนื่องก็ไม่เน่าเปื่อย ปัจจุบันได้รับการบรรจุไว้ในโลงแก้ว ประดิษฐานบนศาลาการเปรียญของวัด ให้สาธุชนได้มากราบสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลมิได้ขาด

หลวงพ่ออิฏฐ์ ภทฺทจาโร

ต่อจากนั้น พระอาจารย์อิฏฐ์ ภทฺทจาโร ศิษย์ของหลวงพ่อเนื่อง ได้ขึ้นสู่ตำแหน่งเจ้าอาวาสด้วยวัยเพียง ๓๒ ปี พรรษา ๑๒ จากการลงคะแนนเลือกตั้งถึง ๒ ครั้ง ซึ่งผู้เลื่อมใสในวัดจุฬามณีต่างร่วมกันสนับสนุนอย่างท่วมท้นทั้งสองครั้ง และได้รับแต่งตั้งจากเจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงครามให้ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาส เมื่อวันที่ ๑๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๒

หลวงพ่ออิฏฐ์มีนามเดิมว่า สมโภชน์ อมรรัตนบดี เกิดเมื่อวันที่ ๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๙๙ ที่ตำบลอัมพวา อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม บรรพชาเป็นสามเณรเมื่อวันที่ ๑๔ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๑๔ ณ วัดบางกะพ้อม และอุปสมบทเมื่อวันที่ ๑๗ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๐ ณ วัดจุฬามณี ต่อมาได้รับแต่งตั้งเป็นพระกรรมวาจาจารย์ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๓ และเป็นพระอุปัชฌาย์ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๗ กระทั่งปีพุทธศักราช ๒๕๖๗ ได้รับพระราชทานสัญญาบัตรตั้งสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ฝ่ายวิปัสสนาธุระ ที่ "พระสมุทรวชิรโสภณ"

งานแรกของหลวงพ่ออิฏฐ์ คือนำเงินจำนวน ๓๐ ล้านบาท ไปจัดตั้งมูลนิธิหลวงพ่อเนื่อง โกวิโท เพื่อนำดอกผลมาบำรุงสงฆ์ พัฒนาวัด และช่วยเหลือสาธารณกุศลตามสมควร จากนั้นจึงสานต่องานสร้างพระอุโบสถของหลวงพ่อเนื่องที่ยังค้างอยู่จนสำเร็จ ทั้งการปูพื้นหินหยก การสร้างบานหน้าต่างสมุกรักฝังมุก และการเขียนจิตรกรรมฝาผนัง (อ่านรายละเอียดในหน้า "อุโบสถและศิลปกรรม")

นอกจากนี้ เล่ากันว่าหลวงพ่ออิฏฐ์เคยนิมิตเห็นท้าวเวสสุวรรณพาท่านไปชมยมโลก ท่านจึงตั้งจิตอธิษฐานว่าเมื่อกลับสู่โลกมนุษย์จะสร้างรูปเคารพท้าวเวสสุวรรณไว้ในวัด อันเป็นที่มาขององค์ท้าวเวสสุวรรณวัดจุฬามณี ซึ่งต่อมากลายเป็นเรือธงแห่งศรัทธาที่ผู้คนหลั่งไหลมากราบไหว้ขอพรจนถึงทุกวันนี้ (อ่านเพิ่มเติมในหน้า "ท้าวเวสสุวรรณ")