วัดจุฬามณี
ประวัติท้าวเวสสุวรรณ

ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ — ผู้พิทักษ์สี่ทิศ

ท้าวเวสสุวรรณมิได้ทรงทำหน้าที่พิทักษ์โลกเพียงลำพัง ท่านเป็นหนึ่งในสี่มหาราชผู้ยิ่งใหญ่ที่ร่วมกันโอบล้อมจักรวาลไว้ทั้งสี่ทิศ มาทำความรู้จักท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ ว่าแต่ละองค์ครองทิศใด ปกครองอมนุษย์ประเภทไหน และทำหน้าที่อันยิ่งใหญ่ร่วมกันอย่างไร

ลองนึกภาพปราสาทหลังใหญ่ที่มียามเฝ้าทั้งสี่มุม

จักรวาลตามคติพระพุทธศาสนาก็เป็นเช่นนั้น มีเทพผู้ยิ่งใหญ่สี่องค์ยืนเฝ้าอยู่ทั้งสี่ทิศ คอยพิทักษ์รักษาความสงบเรียบร้อยและปกป้องภัยให้แก่โลก เทพทั้งสี่นี้เรียกรวมกันว่า ท้าวจตุโลกบาล หรือ "ท้าวมหาราชทั้งสี่"

ท้าวเวสสุวรรณคือหนึ่งในสี่นั้น และเพื่อจะเข้าใจท่านอย่างถ่องแท้ เราควรรู้จักทั้งสี่องค์ไปพร้อมกัน เพราะพวกท่านทำหน้าที่ร่วมกันเสมือนทีมเดียวกัน

ทำความรู้จักทั้งสี่องค์

ท้าวจตุโลกบาลแต่ละองค์ ทรงครองทิศของตน และทรงเป็นใหญ่เหนืออมนุษย์คนละประเภทกัน ดังนี้

ท้าวธตรฐ — ผู้พิทักษ์ทิศตะวันออก

ทรงเป็นเจ้าแห่ง คนธรรพ์ เหล่าเทพนักดนตรีผู้บรรเลงทิพยดุริยางค์ คนธรรพ์เป็นอมนุษย์ที่ผูกพันกับเสียงเพลงและกลิ่นหอม ทิศตะวันออกอันเป็นทิศแห่งอรุณรุ่งจึงเป็นของท่าน

ท้าววิรุฬหก — ผู้พิทักษ์ทิศใต้

ทรงเป็นเจ้าแห่ง กุมภัณฑ์ อมนุษย์ร่างใหญ่ที่มีลักษณะเฉพาะตัว ทรงครองทิศใต้ และทำหน้าที่พิทักษ์ภัยในทิศของท่าน

ท้าววิรูปักษ์ — ผู้พิทักษ์ทิศตะวันตก

ทรงเป็นเจ้าแห่ง นาค พญางูทิพย์ผู้ทรงฤทธิ์ที่อาศัยอยู่ทั้งในบาดาลและสวรรค์ ทรงครองทิศตะวันตกอันเป็นทิศแห่งอาทิตย์อัสดง

ท้าวเวสสุวรรณ — ผู้พิทักษ์ทิศเหนือ

ทรงเป็นเจ้าแห่ง ยักษ์ อมนุษย์ผู้ทรงฤทธิ์และน่าเกรงขามที่สุด ทรงครองทิศเหนือ อันเป็นทิศของเรานี่เอง

จะเห็นว่าทั้งสี่องค์ครบทุกทิศ และปกครองอมนุษย์ครบทุกประเภทหลัก เป็นระบบที่ลงตัวงดงาม

หน้าที่อันยิ่งใหญ่ร่วมกัน

ท้าวจตุโลกบาลมิได้เป็นเพียงเทพประจำทิศที่อยู่เฉยๆ แต่ทรงมีภารกิจสำคัญที่ทำให้พวกท่านเกี่ยวพันกับชีวิตมนุษย์อย่างใกล้ชิด

หน้าที่สำคัญประการหนึ่งคือ การ สอดส่องดูแลความประพฤติของมนุษย์ ในพระสูตรเล่าว่า ในวันสำคัญทางศาสนา ท้าวจตุโลกบาลหรือผู้แทนของท่าน จะเสด็จตรวจตราโลกมนุษย์ ว่ามีผู้ใดบ้างที่ทำความดี รักษาศีล ให้ทาน บำรุงบิดามารดา และประพฤติธรรม

เรื่องเล่าจากพระสูตร

เมื่อตรวจตราเสร็จแล้ว ท้าวจตุโลกบาลจะนำผลการตรวจไปกราบทูลต่อที่ประชุมของเหล่าเทพชั้นดาวดึงส์ หากมนุษย์ทำความดีกันมาก เหล่าเทพก็พากันยินดี เพราะหมายความว่าหมู่เทพจะเพิ่มพูน หมู่อสูรจะเสื่อมถอย นี่สะท้อนความเชื่อว่าความดีของมนุษย์ส่งผลสะเทือนไปถึงสวรรค์

อีกหน้าที่สำคัญคือ การ ปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนาและผู้ทรงศีล ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ทรงเลื่อมใสในพระรัตนตรัย และคอยอภิบาลรักษาพุทธบริษัทผู้ตั้งมั่นในธรรม ให้พ้นจากภยันตรายของเหล่าอมนุษย์ที่คิดร้าย

ผู้อยู่เคียงข้างพระพุทธองค์

ในพุทธประวัติและในพระสูตรหลายแห่ง ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ปรากฏอยู่เคียงข้างพระพุทธเจ้าในวาระสำคัญต่างๆ เสมอ

ทั้งสี่องค์ทรงให้ความเคารพและทำหน้าที่อารักขาพระพุทธองค์ และในมหาสมัยสูตร เมื่อเหล่าเทพและพรหมจากหมื่นโลกธาตุมาเฝ้าพระพุทธเจ้า ท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ก็เสด็จมาพร้อมเหล่าบริวารมากมาย ประจำอยู่ในทิศของตน เป็นภาพที่แสดงถึงความยิ่งใหญ่ของหมู่เทพที่มาประชุมกัน

เกร็ดน่าสนใจ

ในวัดวาอารามของไทย เรามักเห็นรูปท้าวจตุโลกบาลปรากฏอยู่ในงานศิลปกรรม ทั้งจิตรกรรมฝาผนังและประติมากรรม โดยเฉพาะตามซุ้มประตูหรือบานประตูโบสถ์วิหาร ในฐานะทวารบาลผู้พิทักษ์ทางเข้าสู่เขตพุทธาวาส

แล้วเหตุใดเราจึงรู้จักแต่ท้าวเวสสุวรรณ?

เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ หลายคนอาจสงสัยว่า ในเมื่อท้าวจตุโลกบาลมีถึงสี่องค์ เหตุใดคนไทยส่วนใหญ่จึงรู้จักและบูชาแต่ท้าวเวสสุวรรณเป็นหลัก ส่วนอีกสามองค์กลับไม่ค่อยมีใครเอ่ยถึง

นี่เป็นคำถามที่น่าสนใจอย่างยิ่ง และคำตอบก็ซ่อนแง่มุมที่ลึกซึ้งหลายประการ ทั้งเรื่องของทิศที่ท่านครอง อมนุษย์ที่ท่านปกครอง บทบาทพิเศษของท่านในพระไตรปิฎก และความหมายที่ตรงใจผู้คน

ก่อนจะไปต่อ

เราได้รู้จักท้าวจตุโลกบาลครบทั้งสี่องค์แล้ว และได้เห็นว่าท้าวเวสสุวรรณเป็นเพียงหนึ่งในสี่ผู้พิทักษ์ที่เสมอกันโดยตำแหน่ง

แต่ในความเป็นจริง ท้าวเวสสุวรรณกลับโดดเด่นกว่าอีกสามองค์อย่างเห็นได้ชัด ทั้งในคัมภีร์และในใจของผู้ศรัทธา เหตุใดจึงเป็นเช่นนั้น? เหตุใดทิศเหนือจึงเป็นทิศของท่าน? และอะไรทำให้ท่านกลายเป็นจตุโลกบาลที่ผู้คนกราบไหว้มากที่สุด?

คำตอบของปริศนานี้ รอเราอยู่ในบทถัดไป