อกตกณฺฑ — หมวดว่าด้วยสิ่งที่บัณฑิตไม่พึงทำ
ธรรมนีติ · 20 คาถา พร้อมคำแปลและขยายความ
๒๒๘. สิ่งที่ทำลายแม้พราหมณ์
อุสฺสูรเสยฺยํ อาลสฺยํ จณฺฑิกฺกํ ทีฆสุตฺติยํ เอกสฺส อทฺธานคมนํ ปรทารุปเสวนํ เอตํ พฺราหฺมณสฺเสวสฺสุ อนตฺถาย ภวิสฺสติ ฯ
การนอนตื่นสาย ความเกียจคร้าน ความดุร้าย การผัดวันประกันพรุ่ง การเดินทางไกลคนเดียว และการคบหาภรรยาผู้อื่น สิ่งเหล่านี้แม้แก่พราหมณ์ก็จะเป็นไปเพื่อความเสื่อม
การนอนตื่นสายละเมิดวินัย ความเกียจคร้านขัดกับการเล่าเรียน ความดุร้ายขัดกับอหิงสา การผัดวันบั่นทอนหน้าที่ การเดินทางไกลคนเดียวเสี่ยงภัยและน่าระแวง การคบหาภรรยาผู้อื่นละเมิดศีลธรรมสังคมที่ร้ายแรงที่สุด สำหรับพราหมณ์ซึ่งอำนาจตั้งอยู่บนความบริสุทธิ์และความเหมาะสม การกระทำเหล่านี้มิใช่เพียงความบกพร่องส่วนตน แต่เป็นการทำลายบทบาททางสังคมและฐานะทางจิตวิญญาณโดยตรง รับประกันความตกต่ำ และหากเป็นโทษแก่พราหมณ์ ก็เป็นโทษแก่ทุกคน
๒๒๙. หกจำพวกที่ผลาญทรัพย์
สุราโยโค วิกาโล จ สมชฺชํ น ฆรงฺคโต ขิฑฺฑาธุตฺโต ปาปมิตฺโต อลโส ฉ อิเม ชนา มหาโภคา วินสฺสนฺติ หีนภาวสฺส อิทํ ผลํ ฯ
นักดื่มสุรา ผู้เที่ยวกลางคืน ผู้ไม่กลับบ้านจากงานมหรสพ นักเล่นการพนัน ผู้มีมิตรชั่ว และผู้เกียจคร้าน หกจำพวกนี้ย่อมทำให้โภคทรัพย์มากมายพินาศ นี่คือผลของความมีอุปนิสัยต่ำ
การติดสุราทำให้วิจารณญาณขุ่นมัวและผลาญทรัพยากร การเที่ยวดึกนำสู่ความประมาทและการคบคนเลว การไม่กลับบ้านจากมหรสพแสดงการขาดความรับผิดชอบและหมกมุ่นในความสำราญ การพนันเป็นทางลัดสู่ความสูญเสีย การคบมิตรชั่วนำอิทธิพลด้านลบ ความเกียจคร้านประกันว่าจะไม่ฟื้นจากอบายมุขเหล่านี้ ทั้งหมดรวมกันเป็นข่ายแห่งความเสื่อม เป็นผลอันหลีกเลี่ยงไม่ได้ของอุปนิสัยต่ำ ที่ความเสื่อมทางศีลธรรมนำหน้าและก่อความล่มสลายทางวัตถุ (ตรงกับอบายมุขในสิงคาลกสูตร)
๒๓๐. คนเกียจคร้านปล่อยโอกาสให้ผ่านไป
อติสีตํ อติอุณฺหํ อติสายมิทํ อหุ อิติ วิสฺสฏฺฐกมฺมนฺเต ขณา อจฺจนฺติ มาณเว ฯ
หนาวเกินไป ร้อนเกินไป สายเกินไป คนหนุ่มเอาแต่อ้างเช่นนี้ ทอดทิ้งการงาน จนโอกาสล่วงเลยพ้นไป
คนเกียจคร้านหาเหตุผัดงานเสมอ ทั้งหนาวไป ร้อนไป หรือสายไป ด้วยการผัดผ่อนการกระทำด้วยคำบ่นเหล่านี้ เขาปล่อยให้โอกาสแล้วโอกาสเล่าหลุดลอย เวลาผ่านพ้นไปขณะที่เขาเป็นอัมพาตเพราะความไม่สบายเล็กน้อย เป็นภาพของศักยภาพที่สูญเปล่า ที่คนกลายเป็นผู้ชมชีวิตของตนเองอย่างเฉื่อยเนือย ปล่อยให้เงื่อนไขแห่งความสำเร็จคือความเพียรและการรู้จังหวะ ถูกกัดกร่อนด้วยการหมกมุ่นกับสภาพที่สมบูรณ์แบบซึ่งไม่มีอยู่จริง
๒๓๑. ผู้ทำลายผู้อื่นย่อมพินาศเอง
ปรนาสนโต นฏฺโฐ ปุเร ว ปรนาสโก สิงฺฆํ ว นาสนํ ยาติ ติณํ ปาสาทฌาปกํ ฯ
ผู้ที่เคยทำลายผู้อื่นมาก่อน ย่อมพินาศเพราะการทำลายผู้อื่นนั้นเอง ดุจไฟที่จุดเผาเรือนหญ้าย่อมลุกลามอย่างรวดเร็ว (กลับเผาผู้จุดเอง)
ผู้ที่ทำลายผู้อื่นเป็นนิสัย ย่อมพบความพินาศแก่ตนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ กระบวนการนี้รวดเร็วและเกิดจากตนเอง การจุดไฟเผาเรือนหญ้าอาจดูเป็นการก้าวร้าวต่อโครงสร้างหรือเจ้าของ แต่ไฟก็ลุกลามกลืนผู้จุดเองอย่างรวดเร็ว เจตนามุ่งร้ายก่อปฏิกิริยาลูกโซ่แห่งความรุนแรงที่ควบคุมไม่ได้ ผู้ทำลายกลายเป็นผู้ถูกทำลาย แสดงกฎแห่งกรรมและผลอันหลีกหนีไม่พ้น ที่เครื่องมือก้าวร้าวกลายเป็นเครื่องมือทำลายตนเอง
๒๓๒. อย่าวางใจแม้มิตร
น วิสฺสเส อมิตฺตสฺส มิตฺตญฺจาปิ น วิสฺสเส กทาจิ กุปิโต มิตฺโต สพฺพโทสปกาสโก ฯ
อย่าวางใจศัตรู และอย่าวางใจแม้มิตร (จนหมดใจ) เพราะบางคราวมิตรเมื่อโกรธขึ้นมา อาจเปิดเผยความลับ (ข้อเสีย) ทั้งหมดของเรา
ไม่พึงวางใจศัตรู แต่ก็ไม่พึงวางใจอย่างหมดใจมืดบอดแม้กับมิตร เพราะมิตรอาจรู้ความลับและจุดอ่อนของเราอย่างใกล้ชิด ในยามโกรธจัด เขาอาจเปิดเผยข้อเสียทั้งหมดของเรา ก่อความเสียหายมหาศาล ฉะนั้นพึงมีความระมัดระวังและการรักษาตนในระดับหนึ่งในทุกความสัมพันธ์ เพราะอารมณ์มนุษย์เปลี่ยนแปลงได้ และแม้คนดีก็อาจกลายเป็นเครื่องมือก่อภัยเมื่อถูกยั่วยุ (พึงเข้าใจในเชิงความรอบคอบ มิใช่ความระแวงไร้เหตุ)
๒๓๓. หกสิ่งเลวที่พึงหลีกเลี่ยง
กุเทสญฺจ กุมิตฺตญฺจ กุสมฺพนฺธํ กุพนฺธวํ กุทารญฺจ กุราชานํ ทูรโต ปริวชฺชเย ฯ
ถิ่นเลว มิตรเลว ความสัมพันธ์เลว ญาติเลว ภรรยาเลว และพระราชาเลว พึงหลีกเลี่ยงเสียแต่ไกล
ถิ่นเลวคือถิ่นที่แห้งแล้งหรือไร้ขื่อแป มิตรเลวคืออิทธิพลที่ทำให้เสื่อม ความสัมพันธ์เลวคือสิ่งบั่นทอน ญาติเลวนำความเดือดร้อนไม่หยุด ภรรยาเลวทำลายความสงบในเรือน พระราชาเลวทำให้ชีวิตถูกกดขี่และไม่มั่นคง คำสอนคือให้รู้เท่าทันภัยแต่เนิ่น ๆ และไม่เข้าไปพัวพันเลย การป้องกันสำคัญที่สุด เพราะการถอนตัวภายหลังมักยากหรือเป็นไปไม่ได้ วิจารณญาณในการเลือกเหล่านี้คือรากฐานของความมั่นคง
๒๓๔–๒๓๕. อย่าดูแคลนคนด้วยชาติกำเนิด
กกฺกโฏ อสีโส ยาติ สปฺโปปโท ว คจฺฉติ อถนี กุกฺกุฏีปุตฺตา ปุริเส นาวมญฺญเร หีนปุตฺโต ราชามจฺโจ พาลปุตฺโต ปิ ปณฺฑิโต อธนสฺส ปุตฺโต เสฏฺฐิ ปุริเส นาวมญฺญเร ฯ
ปูเดินไปได้โดยไม่มีหัว งูไปได้โดยไม่มีเท้า แม่ไก่ไม่มีนมก็ยังเลี้ยงลูกได้ จงอย่าดูแคลนคน บุตรของคนต่ำอาจเป็นอำมาตย์ของพระราชา บุตรของคนพาลอาจเป็นบัณฑิต บุตรของคนยากจนอาจเป็นเศรษฐี จงอย่าดูแคลนคน
ธรรมชาติให้อุปมาว่า ปูเคลื่อนไหวได้โดยไม่มีหัวที่เห็นชัด งูไปได้โดยไม่มีเท้า แม่ไก่ที่ไม่มีนมก็ยังเลี้ยงลูกได้ ฉันใด ไม่พึงดูแคลนใครจากฐานะผิวเผินหรือปัจจุบัน เด็กจากตระกูลต่ำอาจขึ้นเป็นอำมาตย์ ลูกคนโง่อาจกลายเป็นบัณฑิต ลูกคนจนอาจสะสมทรัพย์เป็นเศรษฐี อนาคตไม่ได้ถูกกำหนดด้วยชาติกำเนิด คาถาเหล่านี้ยกย่องคุณความสามารถเหนือชาติกำเนิด เรียกร้องให้สังคมตัดสินคนด้วยความสามารถ มิใช่ชาติตระกูล
๒๓๖. สามสิ่งที่ไม่พึงทำกับผู้ที่อยากผูกมิตร
เยนมิจฺฉติ สมฺพนฺธํ เตน ตีณิ น การเย วิวาทมตฺถสมฺพนฺธํ ปโรกฺเข ทารทสฺสนํ ฯ
กับผู้ที่ปรารถนาจะผูกสัมพันธ์ด้วย ไม่พึงทำสามสิ่ง คือ การทะเลาะ การมีคดีความ (เรื่องผลประโยชน์) และการพบภรรยาของเขาในที่ลับหลัง
หากปรารถนาจะรักษาความสัมพันธ์ ไม่ว่ามิตรภาพ พันธมิตร หรือการอุปถัมภ์ ต้องเลี่ยงสามการกระทำที่ทำลายไมตรีอย่างเคร่งครัด ประการแรก อย่าทะเลาะกันโดยตรง ซึ่งก่อความขุ่นเคือง ประการที่สอง อย่าพัวพันคดีความหรือข้อพิพาทเรื่องผลประโยชน์ ซึ่งทำให้ความขัดแย้งเป็นทางการ ประการที่สามและร้ายแรงที่สุด อย่าอยู่ตามลำพังหรือพบภรรยาของเขาลับหลัง เพราะย่อมก่อความริษยาและทำลายความไว้วางใจ ข้อห้ามเหล่านี้ว่าด้วยการเคารพขอบเขต ทั้งทางอารมณ์ กฎหมาย และเพศ เพื่อรักษาสายสัมพันธ์ให้มั่นคง
๒๓๗. อย่าเหลือเศษหนี้ เศษไฟ เศษศัตรู
อิณเสโส อคฺคิเสโส สตฺรุเสโส ตเถว จ ปุนปฺปุนํ ปวฑฺฒนฺติ ตสฺมา เสสํ น การเย ฯ
เศษหนี้ เศษไฟ และเศษศัตรู ย่อมเพิ่มพูนขึ้นอีกครั้งแล้วครั้งเล่า เพราะฉะนั้นไม่พึงให้มีเศษเหลือไว้
เศษหนี้อาจงอกเพิ่มด้วยดอกเบี้ย ถ่านไฟที่เหลืออยู่อาจปะทุเป็นเพลิงใหม่ ศัตรูที่รอดอาจรวมกลุ่มแก้แค้น ในแต่ละกรณี สิ่งที่ดูเหมือนจบแล้วยังเก็บเมล็ดพันธุ์แห่งการกลับมา ฉะนั้นในการจัดการหนี้ ความขัดแย้ง หรือภัย ไม่พึงเหลือเศษไว้ หลักการคือสะสางเรื่องให้สิ้นเชิง คือ ใช้หนี้ให้หมด ดับไฟให้สนิท และกำจัดภัยให้เด็ดขาด การทำครึ่ง ๆ กลาง ๆ คือการเชื้อเชิญปัญหาที่อาจใหญ่กว่าเดิม
๒๓๘. ลูกผู้ดีแม้ยากจนก็ไม่ทำชั่ว
กุลชาโต กุลปุตฺโต กุลวํสสุรกฺขิโต อตฺตนา ทุกฺขปตฺโต ปิ หีนกมฺมํ น การเย ฯ
ผู้เกิดในตระกูลดี เป็นกุลบุตร ผู้รักษาวงศ์ตระกูล แม้ตนจะตกทุกข์ได้ยาก ก็ไม่พึงทำกรรมอันต่ำทราม
กุลบุตรที่แท้ ผู้เข้าใจบทบาทในการรักษาวงศ์ตระกูลและเกียรติ ย่อมคงความประพฤติแม้ในยามวิบัติ แม้ตกทุกข์ด้วยความยากจนหรือเคราะห์กรรม ก็ไม่พึงหันไปทำกรรมต่ำ เพราะการกระทำเช่นการลักขโมย หลอกลวง หรือขอทาน จะนำความอัปยศมาสู่ชื่อวงศ์ ความลำบากมิใช่ข้ออ้างให้ลดหย่อนศีลธรรม แท้จริงในยามทดสอบนี้เองที่อุปนิสัยของเขาถูกพิสูจน์และต้องยืนหยัด ความซื่อตรงคือหน้าที่ที่ติดค้างต่อบรรพบุรุษและลูกหลาน
๒๓๙. ยามสิ้นเนื้อประดาตัว ยิ่งต้องไม่ทำชั่ว
สมิทฺโธ ธนธญฺเญน น กฏฺโฐทติณคฺคิหิ สพฺพโต ทุคฺคโต นฏฺโฐ ตสฺมา น ทุกฺกฏํ กเร ฯ
ผู้ไร้ความสำเร็จในทรัพย์ ข้าว ฟืน น้ำ หญ้า และไฟ คนยากจนผู้สูญเสียทุกสิ่ง เพราะฉะนั้นเขาไม่พึงทำความชั่วเพิ่มอีก
เมื่อไม่มีทรัพย์สำรองรองรับ คนยากจนไม่มีช่องว่างให้พลาด การกระทำผิดใด ๆ เพิ่มอีก เช่น ลักขโมย หลอกลวง หรือใช้ความรุนแรง มีแต่จะก่อผลร้ายที่ประกันความทุกข์ที่ต่อเนื่องหรือหนักขึ้น ทุนเดียวที่เหลืออยู่คือความซื่อตรงทางศีลธรรม ด้วยการมุ่งมั่นในความประพฤติที่ปราศจากโทษ อย่างน้อยเขาก็รักษาศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ เลี่ยงการซ้ำเติมความทุกข์ และเริ่มสร้างเมล็ดพันธุ์ที่ดีอันเป็นความหวังเดียวสู่อนาคตที่ดีขึ้น ในยามสิ้นเนื้อประดาตัว ความสำรวมจึงเป็นก้าวแรกและจำเป็นที่สุดสู่การฟื้นตัว
๒๔๐. อย่าเป็นหัวขบวน
น คณสฺส อคฺคโต คจฺเฉ สิทฺเธ กมฺเม สมํ ผลํ กมฺมวิปตฺติ เจ โหติ ผรุสํ ตสฺส ภาสเย ฯ
ไม่พึงเดินนำหน้าหมู่คณะ เพราะเมื่อกิจสำเร็จ ผลก็ได้เสมอกัน (ทุกคน) แต่หากกิจล้มเหลว ผู้นำหน้าย่อมถูกกล่าวร้ายอย่างรุนแรง
หากเดินนำหน้าหมู่คณะ ก็ได้เครดิตเปิดเผยหากงานสำเร็จ แต่ผลของความสำเร็จมักถูกแบ่งเสมอกันทุกคน มิได้เพิ่มให้ผู้นำ ในทางกลับกัน หากกิจล้มเหลว ผู้นำที่อยู่หน้าสุดต้องรับคำตำหนิหนักที่สุดและอาจถูกกล่าวร้ายรุนแรง ผู้นำจึงแบกความเสี่ยงต่อชื่อเสียงเกินสัดส่วนโดยไม่มีประโยชน์พิเศษรับประกัน ทางที่ฉลาดคือมีส่วนร่วมอย่างมีประสิทธิภาพแต่เลี่ยงตำแหน่งหัวขบวนที่เด่นและเปราะบาง ที่ความล้มเหลวเป็นของส่วนตัวแต่ความสำเร็จเป็นของส่วนรวม (เป็นข้อสังเกตเชิงโลก พึงพิจารณาตามบริบท)
๒๔๑. สิ่งที่บั่นทอนอายุ (ตามคติโบราณ)
พาลกฺโก เปตธูโม จ วุฑฺฒิตฺถิ ปลฺลโลทกํ อายุกฺขยกรํ นิจฺจํ รตฺโต จ ทธิโภชนํ ฯ
แสงแดดยามเช้าตรู่ ควันจากศพ หญิงชรา น้ำในแอ่งขัง ล้วนบั่นทอนอายุ เช่นเดียวกับการกินนมเปรี้ยว (เนยข้น) ในเวลากลางคืนเป็นประจำ
แสงแดดยามเช้าตรู่เมื่อรังสีแหลมคมถือว่าเป็นโทษ ควันจากเชิงตะกอนศพเป็นมลพิษและอัปมงคล น้ำในแอ่งขังนำโรค การกินนมเปรี้ยวตอนกลางคืนเป็นประจำถือว่าย่อยยากและก่อเสมหะตามคติอายุรเวท แม้บางข้อสะท้อนความเชื่อเชิงสัญลักษณ์ แก่นคำสอนคือการดูแลป้องกัน คือนิสัยและการสัมผัสบางอย่างหากทำเป็นประจำย่อมกัดกร่อนพลังชีวิต อายุยืนต้องอาศัยการหลีกเลี่ยงสิ่งที่บั่นทอนอายุอันแยบยลเหล่านี้ (พึงเข้าใจในฐานะคติความเชื่อตามจารีต)
๒๔๒. สิ่งที่ไม่พึงวางใจ
อิตฺถีนํ ทุชฺชนานญฺจ วิสฺสาโส โนปปชฺชเต วิเส สิงฺคิมฺหิ นทิยํ โรเค ราชกุลมฺหิ จ ฯ
ไม่พึงวางใจในสตรี (ตามทัศนะคัมภีร์) คนชั่ว ยาพิษ สัตว์มีเขา แม่น้ำ โรค และราชสกุล
สตรี (ตามทัศนะคัมภีร์ที่เน้นความผันแปร) คนชั่ว ยาพิษ สัตว์มีเขาเช่นวัวและแกะ แม่น้ำ โรค และราชสกุล ล้วนไม่มั่นคงหรือเป็นภัยโดยธรรมชาติ ธรรมชาติของมันคือการเปลี่ยนแปลง ทำร้าย พุ่งชน ท่วม กำเริบ หรือหันมาเล่นงานเรา ความวางใจหมายถึงการพึ่งความสม่ำเสมอและความปลอดภัย ซึ่งสิ่งเหล่านี้ให้ไม่ได้ บางสิ่งในชีวิตต้องจัดการด้วยความระแวดระวังและการป้องกันเสมอ ไม่ใช่ด้วยความมั่นใจที่คิดเอาเอง (ในที่นี้ข้อกล่าวถึงสตรีเป็นคติเหมารวมตามจารีต พึงอ่านพร้อมหมายเหตุในหมวดสตรี)
๒๔๓. ประตูแห่งความตาย ๔ บาน
อยุตฺตกมฺมารภณํ วิโรโธ สงฺฆสฺส ยุทฺธญฺจ มหาพเลหิ วิสฺสาสกมฺมํ ปมทาสุ นิจฺจํ ทฺวารานิ มจฺจุสฺส วทนฺติ วิทฺวา ฯ
การริเริ่มงานที่ไม่เหมาะแก่ตน การเป็นปฏิปักษ์ต่อหมู่คณะ การสู้รบกับผู้มีกำลังมาก และการทำกิจที่ต้องไว้วางใจในหมู่สตรี (ตามทัศนะคัมภีร์) ผู้รู้กล่าวว่าสิ่งเหล่านี้เป็นประตูแห่งความตาย
การริเริ่มงานที่ตนไม่มีความสามารถนำสู่ความล้มเหลวและความอัปยศ การเป็นปฏิปักษ์ต่อหมู่คณะ (สงฆ์) หรือกลุ่มที่ทรงพลังใด ๆ นำแรงสังคมอันท่วมท้นมาต่อต้านตน การสู้รบกับผู้ทรงอำนาจทางการเมืองหรือกำลังคือการฆ่าตัวตาย การวางใจในเรื่องความลับหรือความภักดีในหมู่สตรี (ตามทัศนะคัมภีร์) ถูกมองว่าเสี่ยงเป็นพิเศษเพราะความผันแปร ผู้รู้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้เป็นธรณีประตูแห่งภัยถึงตาย การก้าวข้ามมันคือการก้าวจากความปลอดภัยสู่แดนที่ผลลัพธ์น่าจะเป็นความพินาศ (ข้อเกี่ยวกับสตรีพึงอ่านพร้อมหมายเหตุในหมวดสตรี)
๒๔๔. ข้อพึงเว้น ๔ ประการ
ถิโย เสเวยฺย นจฺจนฺตํ สาทุ ภุญฺเชยฺย นาหิตํ ปูชเย มานเย วุฑฺเฒ ครุํ มายาย โน ภเช ฯ
ไม่พึงคบหาสตรีมากเกินไป ไม่พึงบริโภคของอร่อยแต่ไม่เป็นประโยชน์ พึงบูชาและเคารพผู้ใหญ่ และไม่พึงรับใช้ครูด้วยเล่ห์หลอกลวง
ไม่พึงคบหาสตรีมากเกินไป เพราะความคุ้นเคยเกินงามอาจนำสู่ราคะ เรื่องอื้อฉาว หรือการละเลยหน้าที่ ไม่พึงกินของอร่อยที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ เลี่ยงความสุขที่ทำร้ายร่างกาย พึงบูชาและเคารพผู้ใหญ่ ได้ทั้งปัญญาและบุญ สุดท้าย ไม่พึงรับใช้ครูด้วยความหลอกลวง เพราะความไม่ซื่อในความสัมพันธ์อันศักดิ์สิทธิ์นี้ทำลายการเรียนรู้เองและตัดรากของความรู้ที่แท้ แต่ละข้อคุมความเกินพอดีต่างชนิด ทั้งทางกาม อาหาร สังคม และจิตวิญญาณ
๒๔๕. อย่าไปโดยปราศจากเครื่องป้องกัน
วินา สตฺถํ น คจฺเฉยฺย สูโร สงฺคามภูมิยํ ปณฺฑิตฺวทฺธคู วาณิโช วิเทสคมโน ตถา ฯ
ผู้กล้าไม่พึงไปสู่สนามรบโดยปราศจากอาวุธ เช่นเดียวกับบัณฑิตที่เดินทางไกล และพ่อค้าที่ไปต่างแดน
ผู้กล้าต้องไม่ไปรบโดยปราศจากอาวุธ ความกล้าไร้ประโยชน์หากขาดเครื่องมือต่อสู้ เช่นเดียวกัน บัณฑิตที่เดินทางบนเส้นทางอันตรายต้องไม่ไปโดยขาดการเตรียมพร้อม ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนร่วมทาง อาวุธ หรือเสบียง พ่อค้าที่ไปต่างแดนก็ต้องไม่ไปโดยไร้การป้องกัน ในแต่ละกรณี คุณสมบัติภายในไม่เพียงพอหากปราศจากการสนับสนุนภายนอกที่จำเป็น ความคิดล่วงหน้าและการเตรียมตัวคือสิ่งที่เปลี่ยนศักยภาพให้เป็นความสำเร็จและประกันความอยู่รอดในภารกิจที่ท้าทาย
๒๔๖. การเอ่ยปากขอย่อมขับไล่เทวดาประจำตัว
เทหี ติ วจนทฺวารา เทหฏฺฐา ปญฺจ เทวตา สชฺช นิยฺยนฺติ ธี กิตฺติ มติ หิรี สิรี ปิ จ ฯ
เพราะการเอ่ยวาจาว่า "ขอเถิด" (อยู่ร่ำไป) เทวดา ๕ ตนที่สถิตในกาย ย่อมจากไปทันที คือ ปัญญา เกียรติ ปฏิภาณ หิริ และสิริ (ความเป็นมงคล)
การเอ่ยวาจาว่า "ขอเถิด" ซ้ำ ๆ มิใช่เพียงการร้องขอทางสังคม แต่เป็นการเรียกความขัดสนที่ขับไล่คุณสมบัติอันประเสริฐ ๕ ประการที่สถิตในตัวคน คือ ปัญญา เกียรติ ปฏิภาณ หิริ (ความละอายบาป) และสิริหรือความเป็นมงคล สิ่งเหล่านี้คือทรัพย์ภายในที่ประกอบเป็นอุปนิสัยอันสูงส่ง ด้วยการมุ่งจดจ่อกับความขาดและการพึ่งทรัพยากรของผู้อื่นอยู่เสมอ คนย่อมลดทอนทรัพย์ในตัวเอง จิตของผู้ขอกัดกร่อนคุณสมบัติที่จะยกเขาให้พ้นจากความเป็นผู้ขอ
๒๔๗. คำว่า "ไม่มี" และ "ขอเถิด" ล้วนเป็นทุกข์
นตฺถี ติ วจนํ ทุกฺขํ เทหี ติ วจนํ ตถา วากฺยํ นตฺถี ติ เทหี ติ มา ภเวยฺย ภวาภเว ฯ
คำว่า "ไม่มี" เป็นทุกข์ คำว่า "ขอเถิด" ก็เป็นทุกข์เช่นกัน ขอคำว่า "ไม่มี" และ "ขอเถิด" อย่าได้มีในภพน้อยภพใหญ่ (ในชาติไหน ๆ) เลย
ทั้งการต้องกล่าวว่า "ไม่มี" เมื่อถูกขอ และการต้องกล่าวว่า "ขอเถิด" เมื่อขัดสน ล้วนเป็นประสบการณ์แห่งทุกข์ อย่างหนึ่งเผยความว่างเปล่าของตน อีกอย่างเผยการพึ่งพิงของตน ความปรารถนาคือ ในภพชาติต่อ ๆ ไป ขอให้พ้นจากความจำเป็นที่จะต้องเอ่ยคำอันเป็นทุกข์ทั้งสองนี้ เป็นความปรารถนาในการพึ่งตนเองและความพอเพียง มิใช่ความร่ำรวยมหาศาล แต่พอที่จะไม่ต้องเผชิญความอับอายของการไม่มี หรือความน่าอัปยศของการต้องขอ
๒๔๘. ในถิ่นที่ไม่มีใครรู้จัก อย่าแสดงความหยิ่ง
ยตฺถ โปสํ น ชานนฺติ ชาติยา วินเยน วา น ตตฺถ มานํ กยิราถ วสมญฺญาตเก ชเน ฯ
ในถิ่นที่ผู้คนไม่รู้จักชาติกำเนิดหรือความประพฤติของเรา ขณะอยู่ท่ามกลางคนแปลกหน้า ไม่พึงแสดงความถือตัว
ในที่ที่ชาติกำเนิดและความประพฤติในอดีตของเราไม่เป็นที่รู้จัก เราไม่มีชื่อเสียงหรือเครดิตทางสังคมที่สั่งสมไว้ ฉะนั้นการแสดงความหยิ่งหรือความถือตัวจึงเป็นเรื่องโง่เขลาและอันตราย ในหมู่คนแปลกหน้า เราเป็นบุคคลที่ยังไม่มีใครรู้จัก ความหยิ่งมีแต่จะยั่วยุความขุ่นเคือง ความระแวง หรือการท้าทาย ทางที่ฉลาดคือเป็นผู้ช่างสังเกต ถ่อมตน และเคารพผู้อื่น สร้างความไว้วางใจด้วยพฤติกรรมในปัจจุบัน แทนที่จะอวดสถานะจากอดีตที่ไม่มีใครรู้
จบ อกตกณฺฑ (หมวดว่าด้วยสิ่งที่บัณฑิตไม่พึงทำ) คาถาที่ ๒๒๘–๒๔๘ รวม ๒๑ คาถา