วัดจุฬามณี
บทสวด ประวัติและตำนาน และหนังสือธรรม

ปุพพภาคนมการ

บทสวดปุพพภาคนมการ (นโม + ไตรสรณคมน์) บทนอบน้อมเบื้องต้นของพิธีกรรมทางพุทธ ฉบับบาลีพร้อมคำแปลและขยายความ — นอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓ ครั้ง และรับพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ๓ รอบ เพื่อตั้งใจให้ตรงและบริสุทธิ์ก่อนเข้าสู่ตัวบทพระปริตร

ปุพพภาคนมการ (ปุพพ + ภาค + นมการ = การนอบน้อมในเบื้องต้น) เป็นบท "เปิดประตู" ของพิธีกรรมทางพุทธทุกอย่าง ตั้งแต่การทำวัตร สวดมนต์ ไปจนถึงการถือศีลและการบวช ประกอบด้วย ๒ ส่วน คือ นโมตัสสะ (นอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๓ ครั้ง) และ ไตรสรณคมน์ (รับพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ๓ รอบ)

ในบริบทของการสวดพระปริตร บทนี้ทำหน้าที่ "ตั้งใจให้ตรงและสะอาด" ก่อนจะเข้าสู่บทสรรเสริญและพระสูตร เพราะเชื่อว่าพระปริตรจะมีอานุภาพต่อเมื่อผู้สวดมีศรัทธามั่นในพระรัตนตรัยเป็นพื้นฐาน

วิธีอ่านหน้านี้

ด้านบนคือบทสวดเต็มสำหรับสาธยายต่อเนื่อง (กดปุ่มคัดลอกได้) ส่วนด้านล่างเป็นคำแปลและคำขยายความ จัดเป็น ๒ ส่วน คือ บทนโมตัสสะ (นอบน้อมพระพุทธเจ้า ๓ ครั้ง) และไตรสรณคมน์ (รับพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง ๓ รอบ)

บทสวดเต็ม (สำหรับสาธยาย)

บทสวดต่อเนื่องทั้งบท ตั้งแต่บทนโมตัสสะ ๓ ครั้ง จนถึงไตรสรณคมน์ครบ ๓ รอบ ใช้สวดต่อเนื่องได้ทันที

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ฯ

คำแปลและขยายความ

ต่อไปนี้คือคำแปลและคำอธิบายความหมาย จัดเป็น ๒ ส่วนตามโครงของบท บาลีต้นฉบับของแต่ละส่วนมีปุ่มคัดลอกในตัว

ส่วนที่ ๑ — บทนโมตัสสะ (นอบน้อมพระพุทธเจ้า)

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (กล่าว ๓ ครั้ง)

ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น ผู้เป็นพระอรหันต์ ผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง (กล่าว ๓ ครั้ง)

บทนโมตัสสะเป็นคำที่นาง ธนัญชานี พราหมณี (ภริยาของภารทวาชพราหมณ์) เปล่งขึ้นเมื่อสะดุดและนึกถึงพระพุทธคุณ ต่อมาท่าน สาตาเคียรยักษ์ กล่าวซ้ำเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไป จึงถือเป็น "คำสรรเสริญพระพุทธเจ้าโดยเทวดา–มนุษย์–ยักษ์" คำสำคัญในบทนี้

  • ภะคะวา = พระผู้มีพระภาค (ผู้มีโชค–ผู้มีบุญใหญ่)

  • อะระหะ = พระอรหันต์ (ผู้ห่างไกลจากกิเลส)

  • สัมมาสัมพุทธ = ผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ (ไม่ได้รู้จากใคร)

การกล่าว ๓ ครั้ง แสดงการนอบน้อมด้วยกาย วาจา และใจ พร้อมกัน

ส่วนที่ ๒ — ไตรสรณคมน์ (รับพระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง)

พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ทุติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ พุทธัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ ธัมมัง สะระณัง คัจฉามิ ตะติยัมปิ สังฆัง สะระณัง คัจฉามิ ฯ

ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง / ข้าพเจ้าขอถือเอาพระธรรมเป็นที่พึ่ง / ข้าพเจ้าขอถือเอาพระสงฆ์เป็นที่พึ่ง — แม้ครั้งที่สอง ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้า/พระธรรม/พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง — แม้ครั้งที่สาม ข้าพเจ้าขอถือเอาพระพุทธเจ้า/พระธรรม/พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง

บทสรณคมน์เป็น "คำประกาศรับนับถือ" พระรัตนตรัยเป็นที่พึ่ง คำว่า สะระณัง (สรณะ) แปลว่า "ที่พึ่ง ที่ระลึก ที่กำจัดภัย" — ครอบคลุมทั้ง ๓ ความหมาย ผู้กล่าวสรณคมน์จึงประกาศว่า

  • จะใช้ พระพุทธเจ้า เป็นแบบฉบับและจุดศูนย์รวมศรัทธา

  • จะใช้ พระธรรม เป็นเครื่องนำทางและกำจัดภัยภายใน

  • จะใช้ พระสงฆ์ (พระอริยสงฆ์) เป็นกัลยาณมิตรและเครื่องยืนยันว่ามรรคผลมีจริง

การกล่าว ๓ รอบ (ปฐมัง → ทุติยัมปิ → ตะติยัมปิ) มีนัยทางพิธีกรรมว่า "ตอกย้ำเจตนา ๓ ครั้ง" ให้แน่นอนไม่กลับกลอก ตามธรรมเนียมที่พระวินัยกำหนดในการทำพิธีอุปสมบทและการถือศีลในสมัยพุทธกาล — เมื่อกล่าวครบ ๓ ครั้งแล้ว ถือว่าศรัทธาตั้งมั่นในพระรัตนตรัย

ภาคผนวก — โครงสร้างของบทปุพพภาคนมการ

บทปุพพภาคนมการประกอบด้วย ๒ ส่วน ดังนี้

  • ส่วนที่ ๑ — บทนโมตัสสะ (กล่าว ๓ ครั้ง): นอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ด้วยกาย วาจา และใจ พร้อมกัน

  • ส่วนที่ ๒ — ไตรสรณคมน์ (กล่าว ๓ รอบ): ประกาศรับพระพุทธ–พระธรรม–พระสงฆ์ เป็นที่พึ่ง ตอกย้ำเจตนาให้แน่นอน

หมายเหตุ

ปุพพภาคนมการเป็นบทนอบน้อมเบื้องต้นของพิธีกรรมทางพุทธทุกอย่าง ในบทสวด "เจ็ดตำนาน" มักสวดต่อจากบทชุมนุมเทวดา · จุดเด่นของบทนี้คือการตั้งใจให้ตรงและบริสุทธิ์ในพระรัตนตรัย ก่อนเข้าสู่บทสรรเสริญและพระสูตรหลัก