วัดจุฬามณี
บทสวด ประวัติและตำนาน และหนังสือธรรม

สัมพุทเธ

บทสวดสัมพุทเธ บทนอบน้อมพระพุทธเจ้าในอดีตจำนวนหลายล้านพระองค์ ฉบับบาลีพร้อมคำแปลและขยายความทีละคาถา — รวมเดชแห่งพระพุทธคุณทั้งหมดมาคุ้มภัยผู้สวดก่อนสวดพระปริตร

บทสัมพุทเธ (สัมพุทเธ = พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทั้งหลาย) เป็นบทสรรเสริญและนอบน้อมพระพุทธเจ้าในอดีตเป็นจำนวนมหาศาลถึงหลักล้านพระองค์ จัดเป็น ๓ คาถา นับเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ เพื่อรวม เดชแห่งพระพุทธคุณทั้งหมด มาเป็นพลังขับเคลื่อนการสวดพระปริตร และทำลายอุปัทวะ–อันตรายทั้งปวงให้พินาศไป

ในบทสวดมนต์ "เจ็ดตำนาน" สัมพุทเธเป็นบทสรรเสริญที่สวดก่อนเข้าสู่พระสูตรหลัก แก่นของบทนี้คือการอาราธนา "เดชของพระพุทธเจ้าในอดีตหลายล้านพระองค์" มาเป็นเกราะคุ้มภัยรอบตัวผู้สวด คล้ายกับคาถาที่ ๒ ของชินบัญชรที่อาราธนาพระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ขึ้นกระหม่อม — แต่ในที่นี้ขยายเป็นหลักล้าน

วิธีอ่านหน้านี้

ด้านบนคือบทสวดเต็มสำหรับสาธยายต่อเนื่อง (กดปุ่มคัดลอกได้) ส่วนด้านล่างเป็นคำแปลและคำขยายความทีละคาถา ตั้งแต่คาถาที่ ๑ ถึงคาถาที่ ๓ โดยแต่ละคาถามีโครงสร้างเหมือนกัน ต่างกันเพียงจำนวนพระพุทธเจ้าที่ไล่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

บทสวดเต็ม (สำหรับสาธยาย)

บทสวดต่อเนื่องทั้ง ๓ คาถา ไล่จำนวนพระพุทธเจ้าจากประมาณ ๕ แสน เป็น ๑ ล้าน และ ๒ ล้านพระองค์ ใช้สวดต่อเนื่องได้ทันที

สัมพุทเธ อัฏฐะวีสัญจะ ทวาทะสัญจะ สะหัสสะเก ปัญจะสะตะสะหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ อาทะเรนะ นะมามิหัง นะมะการานุภาเวนะ หันตวา สัพเพ อุปัททะเว อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ อะเสสะโต ฯ สัมพุทเธ ปัญจะปัญญาสัญจะ จะตุวีสะติสะหัสสะเก ทะสะสะตะสะหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ อาทะเรนะ นะมามิหัง นะมะการานุภาเวนะ หันตวา สัพเพ อุปัททะเว อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ อะเสสะโต ฯ สัมพุทเธ นะวุตตะระสะเต อัฏฐะจัตตาฬีสะสะหัสสะเก วีสะติสะตะสะหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ อาทะเรนะ นะมามิหัง นะมะการานุภาเวนะ หันตวา สัพเพ อุปัททะเว อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ อะเสสะโต ฯ

คำแปลและขยายความ

ต่อไปนี้คือคำแปลและคำอธิบายความหมายทีละคาถา บาลีต้นฉบับของแต่ละคาถามีปุ่มคัดลอกในตัว ทั้งสามคาถามีโครงสร้างเดียวกัน คือ "นับและนอบน้อมพระรัตนตรัย → อธิษฐานให้อุปัทวะและอันตรายพินาศ" ต่างกันเพียงจำนวนพระพุทธเจ้าที่ไล่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ

คาถาที่ ๑ — นอบน้อมพระพุทธเจ้าประมาณ ๕ แสนพระองค์

สัมพุทเธ อัฏฐะวีสัญจะ ทวาทะสัญจะ สะหัสสะเก ปัญจะสะตะสะหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ อาทะเรนะ นะมามิหัง นะมะการานุภาเวนะ หันตวา สัพเพ อุปัททะเว อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ อะเสสะโต ฯ

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ ๑๒,๐๐๐ พระองค์ และ ๕๐๐,๐๐๐ พระองค์ (รวมประมาณ ๕๑๒,๐๒๘ พระองค์) ด้วยเศียรเกล้า ทั้งขอนอบน้อมพระธรรมและพระสงฆ์ของพระพุทธเจ้าเหล่านั้นด้วยความเคารพ ด้วยอานุภาพแห่งการนอบน้อมนี้ ขออุปัทวะทั้งปวงจงพินาศไป และอันตรายเป็นอเนกประการจงพินาศไปสิ้นไม่มีเหลือ

คาถาแรกวางรากฐานของทั้งบท คือการ ระบุจำนวนพระพุทธเจ้าในอดีตแล้วนอบน้อมทั้งพระรัตนตรัย ก่อนจะอธิษฐานอัญเชิญเดชนั้นมาคุ้มภัย โครงของคาถาแบ่งเป็น ๒ ท่อน

๑. ท่อนนับและนอบน้อม — "สัมพุทเธ [จำนวน] นะมามิ สิระสา อะหัง / เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ อาทะเรนะ นะมามิหัง" ระบุจำนวนพระพุทธเจ้า แล้วนอบน้อม พระธรรมและพระสงฆ์ของพระพุทธเจ้าเหล่านั้นด้วย ครบพระรัตนตรัยทั้งสาม ไม่ใช่เพียงนอบน้อมพระพุทธเจ้าอย่างเดียว

๒. ท่อนอธิษฐาน — "นะมะการานุภาเวนะ หันตวา สัพเพ อุปัททะเว / อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ อะเสสะโต" ใช้เดชแห่งการนอบน้อม ทำลายอุปัทวะ (อุปสรรค ภัย) และอันตรายทั้งปวงให้พินาศ "อย่างไม่มีเหลือ" (อะเสสะโต)

เลข ๒๘ (อัฏฐะวีสัญจะ) ในคาถานี้ไม่ใช่เลขสุ่ม — หมายถึง พระพุทธเจ้า ๒๘ พระองค์ในอดีตกัปที่ปรากฏพระนาม ในคัมภีร์พุทธวงศ์ ตั้งแต่ ตัณหังกร เมธังกร สรณังกร ทีปังกร เรื่อยมาจนถึง กัสสปะ และ โคตมะ (พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบัน) เป็นชุดเดียวกันกับที่อาราธนาในคาถาที่ ๒ ของชินบัญชร

คำสำคัญ ๒ คำ ในท่อนอธิษฐาน คือ อุปัททะวะ (อุปัทวะ) หมายถึงภัยที่เข้ามากระทันหัน เช่น โรคร้าย อุบัติเหตุ ลางร้าย และ อันตะรายา (อันตราย) หมายถึงสิ่งที่ขวางทางแห่งความดี เช่น มารขัดขวางการปฏิบัติธรรม — บทนี้จึงขออานุภาพคุ้มครองครบทั้งภัยกายและภัยใจ

คาถาที่ ๒ — ทวีคูณเป็นประมาณ ๑ ล้านพระองค์

สัมพุทเธ ปัญจะปัญญาสัญจะ จะตุวีสะติสะหัสสะเก ทะสะสะตะสะหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ อาทะเรนะ นะมามิหัง นะมะการานุภาเวนะ หันตวา สัพเพ อุปัททะเว อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ อะเสสะโต ฯ

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๕๕ พระองค์ ๒๔,๐๐๐ พระองค์ และ ๑,๐๐๐,๐๐๐ พระองค์ (รวมประมาณ ๑,๐๒๔,๐๕๕ พระองค์) ด้วยเศียรเกล้า ทั้งขอนอบน้อมพระธรรมและพระสงฆ์ของพระพุทธเจ้าเหล่านั้นด้วยความเคารพ ด้วยอานุภาพแห่งการนอบน้อมนี้ ขออุปัทวะทั้งปวงจงพินาศไป และอันตรายเป็นอเนกประการจงพินาศไปสิ้นไม่มีเหลือ

คาถาที่ ๒ ใช้ท่อนนอบน้อมและท่อนอธิษฐานเหมือนคาถาที่ ๑ ทุกประการ ต่างเพียง จำนวนพระพุทธเจ้าที่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จากราว ๕ แสน (คาถา ๑) มาเป็นราว ๑ ล้านพระองค์

การไล่จำนวนแบบทวีคูณนี้คือกลไกสำคัญของบทสัมพุทเธ สะท้อนคติทาง "การสะสมบารมีแห่งการนอบน้อม" — ยิ่งระลึกถึงและนอบน้อมพระพุทธเจ้าในจำนวนที่มากขึ้น ก็ยิ่งสะสมเดชแห่งพระพุทธคุณเพิ่มขึ้นตามลำดับ

คาถาที่ ๓ — ทวีคูณเป็นประมาณ ๒ ล้านพระองค์

สัมพุทเธ นะวุตตะระสะเต อัฏฐะจัตตาฬีสะสะหัสสะเก วีสะติสะตะสะหัสสานิ นะมามิ สิระสา อะหัง เตสัง ธัมมัญจะ สังฆัญจะ อาทะเรนะ นะมามิหัง นะมะการานุภาเวนะ หันตวา สัพเพ อุปัททะเว อะเนกา อันตะรายาปิ วินัสสันตุ อะเสสะโต ฯ

ข้าพเจ้าขอนอบน้อมพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ๑๐๙ พระองค์ ๔๘,๐๐๐ พระองค์ และ ๒,๐๐๐,๐๐๐ พระองค์ (รวมประมาณ ๒,๐๔๘,๑๐๙ พระองค์) ด้วยเศียรเกล้า ทั้งขอนอบน้อมพระธรรมและพระสงฆ์ของพระพุทธเจ้าเหล่านั้นด้วยความเคารพ ด้วยอานุภาพแห่งการนอบน้อมนี้ ขออุปัทวะทั้งปวงจงพินาศไป และอันตรายเป็นอเนกประการจงพินาศไปสิ้นไม่มีเหลือ

คาถาสุดท้ายไล่จำนวนพระพุทธเจ้าขึ้นถึงจุดสูงสุดของบท คือราว ๒ ล้านพระองค์ (ทวีคูณจากคาถาที่ ๒) เมื่อสวดครบทั้งสามคาถา ผู้สวดจึงได้อาราธนาเดชแห่งพระพุทธเจ้าในอดีตรวมกันหลายล้านพระองค์ พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์ของพระพุทธเจ้าเหล่านั้น มาเป็นเกราะคุ้มครองรอบตัว

บทสัมพุทเธจึงเป็นการ ใช้เดชของพระพุทธเจ้าในอดีตเป็นหลายล้านพระองค์ เป็นกำแพงป้องกันภัยรอบตัวผู้สวด ก่อนจะเริ่มสวดพระสูตรหลักในลำดับถัดไป

ภาคผนวก — โครงสร้างของบทสัมพุทเธ

บทสัมพุทเธทั้ง ๓ คาถามีโครงสร้างเดียวกัน ต่างกันเพียงจำนวนพระพุทธเจ้าที่ไล่เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ดังนี้

  • คาถาที่ ๑: ๒๘ + ๑๒,๐๐๐ + ๕๐๐,๐๐๐ ≈ ๕ แสนพระองค์

  • คาถาที่ ๒: ๕๕ + ๒๔,๐๐๐ + ๑,๐๐๐,๐๐๐ ≈ ๑ ล้านพระองค์ (ทวีคูณคาถา ๑)

  • คาถาที่ ๓: ๑๐๙ + ๔๘,๐๐๐ + ๒,๐๐๐,๐๐๐ ≈ ๒ ล้านพระองค์ (ทวีคูณคาถา ๒)

แต่ละคาถาประกอบด้วย ๒ ท่อนเสมอ คือ ท่อนนับและนอบน้อม (ระบุจำนวนพระพุทธเจ้า + นอบน้อมพระธรรมและพระสงฆ์ของพระพุทธเจ้าเหล่านั้นด้วย ครบพระรัตนตรัย) และ ท่อนอธิษฐาน (ขอใช้เดชแห่งการนอบน้อมทำลายอุปัทวะและอันตรายให้สิ้นไม่มีเหลือ)

หมายเหตุ

สัมพุทเธเป็นหนึ่งในบทสวด "เจ็ดตำนาน" มักสวดในลำดับบทสรรเสริญก่อนเข้าสู่พระสูตรหลัก · จุดเด่นของบทนี้คือการไล่จำนวนพระพุทธเจ้าแบบทวีคูณ เพื่อรวมเดชแห่งพระพุทธคุณจำนวนมหาศาลมาคุ้มครองผู้สวด