วัดจุฬามณี
ธรรมนีติ

ทุกาทิมิสฺสกกณฺฑ — หมวดเบ็ดเตล็ดมีหมวดคู่เป็นต้น

ธรรมนีติ · 11 คาถา พร้อมคำแปลและขยายความ

๓๒๔. หนาม ๒ อันที่ทิ่มแทงใจ

เทฺว วิเม กณฺฑกา ติกฺขา สรีรปริโสสิตา กาเมติ นิทฺธโน โย จ โย จ กุปฺปตฺยนิสฺสโร ฯ

หนามแหลม ๒ อันนี้ ทำให้ร่างกายซูบซีด คือ คนยากจนที่ยังมีความอยาก และคนไร้อำนาจที่ยังโกรธ

คาถานี้ชี้ความขัดแย้งอันเจ็บปวด ๒ อย่างที่กัดกร่อนคนจากภายใน อย่างแรกคือคนยากจนที่เต็มไปด้วยความอยากแรงกล้า ความจริงทางวัตถุของเขาตอบสนองความปรารถนาไม่ได้ นำสู่ความคับข้องใจ ความริษยา และความรู้สึกขาดแคลนที่ทำให้จิตใจเหี่ยวเฉา อย่างที่สองคือคนไร้อำนาจที่โกรธง่าย ความโกรธของเขาไม่มีทางออกหรือกำลังหนุนหลัง จึงได้แต่เดือดดาลอย่างไร้ผล กัดกินความสงบภายในของตน

๓๒๕. เครื่องหมายของคนต่ำ ๓ ประการ

อธนสฺส รสํ ขาทา อพลสฺส หตาหตา อปญฺญสฺส กถา วากฺยา ติวิธํ หีนลกฺขณํ ฯ

ให้อาหารเลวแก่คนจน ทุบตีซ้ำ ๆ แก่คนอ่อนแอ และโต้เถียงด้วยถ้อยคำแก่คนไร้ปัญญา นี้คือเครื่องหมายของคนต่ำ ๓ ประการ

ประการแรก ให้อาหารเลวหรือบูดแก่คนจน ฉวยโอกาสจากความสิ้นหวังของเขาและซ้ำเติมความยากจน ประการที่สอง ทุบตีซ้ำ ๆ แก่คนอ่อนแอ ข่มเหงผู้ที่สู้ไม่ได้ หาความสำราญอันขลาดจากความเปราะบางของเขา ประการที่สาม โต้เถียงเอาชนะด้วยถ้อยคำแก่คนไร้ปัญญา เถียงอย่างไร้ประโยชน์เพื่อทำให้สับสน ครอบงำ หรือทำให้อับอายผู้ที่เถียงสู้ไม่ได้ สิ่งเหล่านี้เผยอุปนิสัยที่แสวงความได้เปรียบด้วยการเอารัดเอาเปรียบผู้ด้อยกว่า

๓๒๖. ของหวาน ๓ สิ่ง

ปถพฺยา มธุรา ตีณิ อุจฺฉุ นารี สุภาสิตํ อุจฺฉุนารีสุ ตปฺปนฺติ น ตปฺปนฺติ สุภาสิเต ฯ

ของหวาน ๓ สิ่งในโลก คือ อ้อย สตรี และวาจาสุภาษิต คนย่อมอิ่มในอ้อยและสตรี แต่ไม่อิ่มในวาจาสุภาษิต

อ้อย สตรี และวาจาสุภาษิต ล้วนหวาน แต่คนถึงจุดอิ่มในอ้อยและสุขทางผัสสะได้ คือกินน้ำตาลหรือเสพสุขจนพอชั่วคราว แต่ไม่มีวันอิ่มในวาจาที่กล่าวดี มีปัญญา หรืองดงาม หูและใจมีความสามารถและความหิวกระหายต่อถ้อยคำอันไพเราะ สัตย์จริง และเป็นประโยชน์อย่างไม่สิ้นสุด ตอกย้ำคุณค่าอันเหนือกว่าและยั่งยืนของธรรมและคำแนะนำที่ดี เหนือความเพลิดเพลินทางผัสสะเพียงชั่วคราว

๓๒๗. รัตนะ ๓ ในแผ่นดิน

ปถพฺยา ตีณิ รตนานิ สงฺคหานิ มหีตเล สิปฺปํ ธญฺญญฺจ มิตฺตญฺจ ภวนฺติ รตนา อิเม ฯ

รัตนะ ๓ อย่างที่อยู่บนพื้นพิภพ คือ วิชา ข้าว และมิตร เหล่านี้เป็นรัตนะ (ของมีค่า)

เหล่านี้มิใช่เพชรหรือทอง แต่เป็นทรัพย์เชิงประโยชน์ คือ วิชาหรือทักษะซึ่งให้การเลี้ยงชีพและความมุ่งหมาย ข้าวซึ่งแทนอาหารสะสมและความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และมิตรซึ่งหมายถึงเพื่อนแท้ผู้ให้การเกื้อหนุน คำแนะนำ และการคุ้มครอง สามสิ่งนี้อยู่บนพื้นพิภพเพราะเป็นรากฐานที่จับต้องได้ของชีวิตมนุษย์ที่มั่นคงและเจริญ ต่างจากทรัพย์ที่ผ่านไปชั่วคราว รัตนะเหล่านี้คือความสามารถ อาหาร และมิตรภาพ ตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์โดยตรง

๓๒๘. คน ๔ จำพวกที่เขลา

กลฺยาณมิตฺตํ กนฺตารํ ยุทฺธํ สภายํ ภาสิตุํ อสตฺถา คนฺตุมิจฺฉนฺติ มูฬฺหา เต จตุโร ชนา ฯ

ผู้ปรารถนาจะไปหากัลยาณมิตร เข้าทางกันดาร เข้าสู่สงคราม และพูดในที่ประชุม โดยปราศจากเครื่องพร้อม คนทั้งสี่จำพวกนี้เป็นคนเขลา

ไปหากัลยาณมิตรโดยไม่พร้อม คือเข้าหาครูผู้มีปัญญาโดยปราศจากความถ่อมตน คำถาม หรือจิตที่พร้อมรับ ย่อมไม่ได้อะไร เข้าทางกันดารโดยไม่พร้อม คือไร้น้ำ เสบียง หรือผู้นำทาง ย่อมถึงตาย เข้าสงครามโดยไม่พร้อม คือไร้อาวุธหรือเกราะ ย่อมพ่ายแพ้ พูดในที่ประชุมโดยไม่พร้อม คือไร้ความรู้ที่เตรียมไว้ วาทศิลป์ หรือความมั่นใจ ย่อมถูกหัวเราะเยาะ ในแต่ละกรณี เครื่องพร้อมเฉพาะนั้นจำเป็นต่อความสำเร็จหรือความอยู่รอด

๓๒๙. คน ๕ จำพวกที่ตายทั้งเป็น

ชีวนฺโต ปิ มตา ปญฺจ พฺยาเสน ปริกิตฺติตา ทุกฺขิโต พฺยาธิโต ปกฺโข อิณวา นิตฺยเสวโก ฯ

คน ๕ จำพวกแม้ยังมีชีวิตก็เหมือนตายแล้ว ตามที่ฤๅษีพยาสะกล่าวไว้ คือ คนตกทุกข์ คนเจ็บป่วยเรื้อรัง คนพึ่งพิงผู้อื่น (ฝักฝ่าย) คนมีหนี้ และคนรับใช้ตลอดกาล (ทาส)

คนที่ตกทุกข์ด้วยความโศกลึกเป็นดุจตายต่อความสุข คนเจ็บป่วยเรื้อรังเป็นดุจตายต่อสุขภาพและความกระปรี้กระเปร่า คนที่ต้องพึ่งพิงผู้อื่นและจมในหนี้เป็นดุจตายต่อเสรีภาพทางการเงินและความเป็นอิสระ ทาสตลอดกาลที่ไม่มีอำนาจเหนือชีวิตหรือเวลาของตน เป็นดุจตายต่ออิสรภาพและการกำหนดตนเอง แม้หัวใจยังเต้น แต่คุณสมบัติสำคัญของชีวิตมนุษย์ที่สมบูรณ์ คือความผาสุก ความเป็นอิสระ และความพ้นจากภาระบีบคั้น กลับขาดหายไป พวกเขาดำรงอยู่ในความตายทั้งเป็น

๓๓๐. ทวารหก ให้คุณก็ได้ ให้โทษก็ได้

จกฺขุทฺวาราทิกํ ฉกฺกํ สํวุโต สปญฺโญ นโร ฉพฺพิโธ โหติ สีเลน อสีเลนาปิ ฉพฺพิโธ ฯ

คนมีปัญญาผู้สำรวมทวารหกมีตาเป็นต้นด้วยศีล ย่อมเป็นหกอย่าง (ในทางดี) ส่วนผู้ไม่มีศีลก็เป็นหกอย่าง (ในทางเสีย)

คนมีปัญญาที่สำรวมในทวารหก (ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ) ด้วยศีล ย่อมเป็นหกอย่างในทางบวก คือบูรณาการสมบูรณ์ แต่ละอินทรีย์ถูกคุ้มครองและใช้อย่างถูกต้อง ในทางกลับกัน ผู้ไร้ศีลก็เป็นหกอย่างเช่นกัน แต่ในทางลบ คือแตกกระจาย แต่ละทวารกลายเป็นช่องทางสู่กิเลส นำสู่ทุกข์หลากชนิด เครื่องมือมนุษย์ชุดเดียวกันให้ผลเป็นอุปนิสัยที่เป็นเอกภาพและสูงส่ง หรืออุปนิสัยที่กระจัดกระจายและต่ำทราม ขึ้นอยู่กับการใช้วินัยทางศีลธรรมล้วน ๆ

๓๓๑. คน ๗ จำพวกที่ครู (หรือตำรา) พึงเว้น

นิทฺทาลุโก ปมาโท จ สุขิโต โรควาลโส นิจฺฉนฺโท จ กมฺมาราโม สตฺเตเต สตฺถวชฺชิตา ฯ

คนเห็นแก่นอน คนประมาท คนติดสุขสบาย คนป่วยกระเสาะกระแสะ คนเกียจคร้าน คนไร้ความใฝ่ดี และคนหมกมุ่นแต่การงาน คน ๗ จำพวกนี้ครู (หรือตำรา) พึงเว้น (ไม่อาจสอนได้)

คนเห็นแก่นอน คนประมาท และคนเกียจคร้าน ขาดความตื่นตัวและความเพียรพื้นฐานในการเรียน คนติดสุขสบายผูกพันกับความสบายเกินกว่าจะทนความเพียรในการปฏิบัติ คนป่วยกระเสาะกระแสะขาดกำลังกาย คนไร้ความใฝ่ดีขาดแรงปรารถนาจะเข้าใจ คนหมกมุ่นแต่งานวุ่นกับความยุ่งจนไม่ได้ใคร่ครวญ เหล่านี้มิใช่การประณามทางศีลธรรม แต่เป็นการวินิจฉัยเชิงปฏิบัติ คือคนเหล่านี้ขาดเงื่อนไขที่จำเป็นในการรับประโยชน์จากคำสอน

๓๓๒. คน ๘ จำพวกที่ครูพึงรับสอน

กุลโช ปญฺญวา ฉนฺโท หิโรตฺตปฺโป สุตาธโร อตฺถกาโม สุรกฺโข จ อฏฺเฐเต สตฺถโยชิตา ฯ

คนเกิดในตระกูลดี คนมีปัญญา คนมีความใฝ่ดี คนมีหิริโอตตัปปะ คนทรงจำสุตะ คนปรารถนาประโยชน์ และคนรักษาตนดี คน ๘ จำพวกนี้ครูพึงรับสอน

ผู้เกิดในตระกูลดีบ่งบอกการอบรมและมารยาทดี ผู้มีปัญญาแสดงความเข้าใจในตัว ผู้มีความใฝ่ดีแสดงแรงจูงใจ หิริและโอตตัปปะคือเครื่องคุ้มกันศีลธรรมภายใน ผู้ทรงจำสุตะมีฐานความรู้ ผู้ปรารถนาประโยชน์แสวงหาความผาสุกที่แท้ มิใช่เพียงข้อมูล ผู้รักษาตนดีมีการบังคับตน เมื่อมีคุณสมบัติเหล่านี้ ศิษย์ย่อมเป็นภาชนะที่คู่ควรแก่คำสอนชั้นสูง สามารถรับ ทรงจำ และนำไปใช้ได้ (เป็นด้านบวกคู่กับคาถา ๓๓๑)

๓๓๓. คนดี ๙ จำพวกผู้เป็นผู้นำ

กุลเสฏฺโฐ สปญฺโญ จ วุฑฺฒิ สูโร จ สีลวา พหุสฺสุโต วุฏฺฐาโน จ ธีโร สุคติคามิโก นเวเต สุชนา เสฏฺฐา ปาปาตฺตานํ นิวารเย ฯ

ผู้เกิดในตระกูลสูง ผู้มีปัญญา ผู้เจริญรุ่งเรือง ผู้กล้าหาญ ผู้มีศีล ผู้เป็นพหูสูต ผู้ขยันลุกขึ้น (ทำกิจ) ผู้หนักแน่น และผู้ไปสู่สุคติ คนดี ๙ จำพวกนี้เป็นผู้นำ ย่อมห้ามตนจากความชั่ว

เหล่านี้คือคุณลักษณะ ๙ ประการของบุคคลชั้นสูงสุด ผู้เป็นผู้นำโดยธรรมชาติที่ห้ามความชั่วในตน บุคคลเหล่านี้เป็นผู้นำมิใช่เพียงด้วยชาติกำเนิด แต่ด้วยคุณธรรมที่ประกอบกัน หน้าที่สำคัญของพวกเขาเป็นเรื่องภายใน คือห้ามความชั่วในตน ภาวะผู้นำและความดีของพวกเขาเกิดจากความสามารถในการปกครองตนนี้ พวกเขาเป็นเสาหลักของสังคมเพราะได้เป็นนายเหนือสันดานของตนก่อน และมุ่งหน้าสู่ความเจริญ

๓๓๔. บุคคล ๑๐ ที่ไม่ทรยศ พึงรู้ว่าเป็นบัณฑิต

พุทฺโธ ปจฺเจกพุทฺโธ จ อรหา อคฺคสาวโก มาตา ปิตา ครุ สตฺถา ทายโก ธมฺมเทสโก ปณฺฑิเต หิ อิเม ทส น ทุพฺภนฺตี ติ ชานิยา ฯ

พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์ พระอัครสาวก มารดา บิดา ครู อาจารย์ ผู้ให้ (ทายก) และผู้แสดงธรรม บุคคล ๑๐ นี้ไม่ทรยศ (หลอกลวง) พึงรู้ว่าเป็นบัณฑิต

เหล่านี้คือบุคคล ๑๐ ผู้เป็นที่พึ่งและทรงปัญญาอย่างสมบูรณ์ บุคคล ๑๐ นี้ไม่ทรยศหรือชักนำไปผิดทาง การชี้นำ การคุ้มครอง หรือคำสอนของท่านล้วนน่าไว้วางใจและเพื่อประโยชน์ที่แท้จริงของผู้อื่นเสมอ พึงรู้ว่าเป็นบัณฑิต รายชื่อนี้ครอบคลุมตั้งแต่ผู้นำทางจิตวิญญาณสูงสุดไปจนถึงผู้มีพระคุณทางโลกขั้นพื้นฐาน ยอมรับว่าปัญญาที่แท้และความเอาใจใส่ที่ไว้ใจได้ปรากฏทั้งในแดนโลกุตตระและในแวดวงครอบครัว

จบ ทุกาทิมิสฺสกกณฺฑ (หมวดเบ็ดเตล็ดมีหมวดคู่เป็นต้น) คาถาที่ ๓๒๔–๓๓๔ รวม ๑๑ คาถา