วัดจุฬามณี
ธรรมนีติ

ทุชฺชนกณฺฑ — หมวดว่าด้วยคนชั่ว

ธรรมนีติ · 29 คาถา พร้อมคำแปลและขยายความ

๑๑๒. คนพาลมองไม่เห็นกรรมและผล

กตฺวาน กุสลํ กมฺมํ กตฺวานากุสลํ ปุเร สุขิตํ ทุกฺขิตํ โหนฺตํ โส พาโล โย น ปสฺสติ ฯ

ผู้ใดมองไม่เห็นว่า การทำกรรมดีย่อมนำสุข การทำกรรมชั่วย่อมนำทุกข์ ผู้นั้นคือคนพาล

คนพาลมองไม่เห็นลำดับเหตุปัจจัยพื้นฐานที่สุดของชีวิต คือ กรรมดีนำสุข กรรมชั่วนำทุกข์ ความไม่รู้นี้คือความล้มเหลวในการหยั่งเห็นโครงสร้างทางศีลธรรมของความจริง ขณะที่คนอื่นเข้าใจว่าการเลือกในปัจจุบันหล่อหลอมประสบการณ์ในอนาคต คนพาลกลับดำเนินชีวิตราวกับการกระทำไม่มีผล ความมืดบอดนี้คือรากของความประพฤติอันไม่ฉลาดทั้งปวง ขังเขาไว้ในวงจรของการสร้างเหตุแห่งทุกข์ในอนาคต ขณะที่ยังงุนงงเมื่อทุกข์นั้นมาถึง

๑๑๓. คนโง่ผลาญเวลา ไม่สั่งสมบุญ

กาลกฺเขเปน หาเปติ ทานสีลาทิกํ ชโฬ อถิรํ ปิ ถิรํ มญฺเญ อตฺตานํ สสฺสตี สมํ ฯ

คนโง่ย่อมปล่อยให้ทาน ศีล เป็นต้นเสื่อมไป ด้วยการผลาญเวลา เขาสำคัญสิ่งที่ไม่ยั่งยืนว่ายั่งยืน และสำคัญตนว่าเที่ยงคงอยู่ตลอดไป

คนโง่ผลาญเวลาไปกับเรื่องไร้สาระ ผัดผ่อนการบ่มเพาะทานและศีล อันเป็นข้อปฏิบัติที่สร้างความสุขและความมั่นคงในอนาคต ความละเลยนี้เกิดจากความหลงสองชั้น คือ เข้าใจผิดว่าสภาพอันไม่เที่ยงไม่ยั่งยืนของชีวิตและทรัพย์เป็นของมั่นคงถาวร และสำคัญผิดว่าตนจะดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ไม่แปรเปลี่ยน เพราะมองไม่เห็นความไม่เที่ยง เขาจึงสูญความเร่งด่วนในการปฏิบัติธรรม เอาบุญอันยั่งยืนไปแลกกับความเพลิดเพลินชั่วครู่

๑๑๔. คนพาลทำชั่วแล้วไม่คิดละ

พาโลธ ปาปกํ กตฺวา น ตํ ฉฑฺฑิตุมุสฺสเห กึ พฺยคฺฆาทิ คจฺฉนฺโต ปทํ มกฺเขตุมุสฺสเห ฯ

คนพาลในโลกนี้ ครั้นทำบาปแล้ว ก็ไม่พยายามจะละทิ้งมัน เหมือนเสือเป็นต้นที่กำลังตะครุบ จะพยายามลบรอยเท้าของตนทำไม?

ครั้นทำผิดแล้ว คนพาลก็ไม่พยายามละการกระทำนั้นหรือแก้ไข เพราะคนพาลทำตามสันดานดิบที่ยังไม่ได้ฝึก ปราศจากการพิจารณาหรือความสำรวม ดุจเสือที่กำลังตะครุบเหยื่อย่อมไม่ห่วงเรื่องการทิ้งรอยเท้า สันดานของคนพาลก็คือการทำตามกิเลสโดยไม่ละอายและไม่คิดแก้ไข คำถามนี้ชี้ถึงความเหลวไหลของการคาดหวังให้คนที่ยึดมั่นในสัญชาตญาณอกุศลของตนกลับตัวทางศีลธรรม

๑๑๕. เครื่องหมายของคนหลง ๓ ประการ

นิทฺธโน ปิ จ กาเมติ ทุพฺพโล เวริกํ กโร มนฺทสตฺโถ วิวาทตฺถี ติวิธํ มูฬฺหลกฺขณํ ฯ

แม้ไม่มีทรัพย์ก็ยังอยากได้ แม้อ่อนแอก็ยังก่อศัตรู แม้มีดทื่อ (ขาดอาวุธ) ก็ยังชอบทะเลาะ นี้คือเครื่องหมายของคนหลง ๓ ประการ

คาถานี้แสดงลักษณะอันขัดแย้งและทำลายตนเอง ๓ อย่างที่บ่งบอกคนหลง ประการแรก เต็มไปด้วยความอยากทั้งที่ไม่มีทรัพย์จะสนอง ประการที่สอง แม้อ่อนแอก็ยังก่อเรื่องและสร้างศัตรู ทำให้ตนเปราะบางและพ่ายแพ้ ประการที่สาม แม้ขาดความพร้อมก็ยังกระหายจะทะเลาะ รับประกันความล้มเหลวและความเสียหาย เครื่องหมายเหล่านี้เผยความขาดการรู้ตนและปัญญาเชิงปฏิบัติอย่างยิ่ง ซึ่งย่อมนำสู่ทุกข์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

๑๑๖. เครื่องหมายของคนเลว ๓ ประการ

อนวฺหายํ คมยนฺโต อปุจฺฉา พหุภาสโก อตฺตคฺคุณํ ปสํสนฺติ ติวิธํ หีนลกฺขณํ ฯ

ไปในที่ที่ไม่มีใครเชิญ ๑ พูดมากทั้งที่ไม่มีใครถาม ๑ ยกย่องคุณของตนเอง ๑ นี้คือเครื่องหมายของคนเลว ๓ ประการ

เครื่องหมายของคนเลวหรือคนต่ำสามอย่างล้วนเกี่ยวกับพฤติกรรมล่วงล้ำและยกตน ประการแรก การเข้าไปในที่ที่ไม่ได้รับเชิญแสดงการขาดความเคารพต่อขอบเขต ประการที่สอง การพูดมากโดยไม่มีใครถามแสดงการเอาตัวเองเป็นใหญ่และวิจารณญาณที่ด้อย ประการที่สาม การยกย่องคุณความดีของตนเองคือยอดของความถือตัวและเป็นเครื่องยืนยันว่าความดีนั้นไม่มีจริง พฤติกรรมเหล่านี้เกิดจากการสำคัญตนเกินจริงและการขาดความถ่อมตนกับมารยาทอันเป็นเครื่องหมายของผู้ประณีต

๑๑๗. มะเดื่อสุกงามนอก แต่ในเต็มไปด้วยหนอน

ยถา จุทุมฺพรา ปกฺกา พหิรตฺตกเมว จ อนฺโต กิมิลปูรณา เอวํ ทุชฺชนธมฺมตา ฯ

ผลมะเดื่อสุกภายนอกมีสีสวยงาม แต่ภายในเต็มไปด้วยหนอน ฉันใด ธรรมดาของคนชั่วก็เป็นเช่นนั้น ฉันนั้น

ผลมะเดื่อสุกอาจดูสมบูรณ์น่ารับประทานภายนอก แต่ภายในอาจเน่าและเต็มไปด้วยหนอน ฉันใด คนชั่วอาจแสดงเปลือกนอกที่มีเสน่ห์ ดูมีคุณธรรม หรือน่านับถือต่อชาวโลก ขณะที่อุปนิสัยภายในถูกความโลภ โกรธ หลง กัดกร่อน ฉันนั้น คาถานี้เตือนมิให้ถูกหลอกด้วยรูปลักษณ์ และย้ำว่าคุณภาพที่แท้อยู่ที่แก่นภายใน มิใช่การแสดงภายนอก จึงต้องมองให้ทะลุพื้นผิวในการตัดสินอุปนิสัยคน

๑๑๘. หม้อพร่องดังกึก หม้อเต็มเงียบ

ยทูณกํ สณติ ตํ ยํ ปูรํ สนฺตเมว ตํ อฑฺฒกุมฺภูปโม พาโล ปูรกุมฺโภ ว ปณฺฑิโต ฯ

สิ่งที่พร่องย่อมส่งเสียงดัง สิ่งที่เต็มย่อมเงียบ คนพาลเปรียบเหมือนหม้อที่มีน้ำครึ่งเดียว ส่วนบัณฑิตเหมือนหม้อที่เต็ม

หม้อที่พร่องหรือมีน้ำครึ่งเดียวเมื่อถูกเคาะย่อมส่งเสียงดัง ส่วนหม้อที่เต็มย่อมเงียบ ฉันใด คนพาลซึ่งกลวงหรือตื้นเขินในความรู้และคุณธรรม ย่อมโอ้อวด ชอบเถียง และพูดพล่ามโดยไร้แก่นสาร ส่วนบัณฑิตซึ่งเปี่ยมด้วยความเข้าใจและคุณธรรม ย่อมสงบ เงียบ และพูดเฉพาะเมื่อมีความหมาย ฉันนั้น เสียงดังของคนพาลคือเสียงแห่งความว่างเปล่าของตน ส่วนความเงียบของบัณฑิตคือความมั่นใจอันสงบของผู้มีความลึกซึ้งแท้จริง

๑๑๙. ถ่านที่ลุกแดง ขัดอย่างไรก็ไม่หมดมลทิน

พุเธหิ สาสมาโน ปิ ขโล พหุตเกตโว ฆํสิยมาโน ปงฺคาโร นิมฺมลตฺตํ น คจฺฉติ ฯ

แม้บัณฑิตจะสั่งสอน คนพาลก็ยังมีเล่ห์เพทุบายมากมาย เหมือนถ่านที่ลุกแดง แม้ถูกขัดถูก็ไม่ถึงความบริสุทธิ์

แม้ถูกบัณฑิตตักเตือน คนชั่วก็ไม่กลับตัว กลับคิดอุบายมากมายเพื่อรักษาวิถีทางอันเป็นโทษ หรือทำเป็นเชื่อฟังขณะที่วางแผนเป็นอย่างอื่น ถ่านที่ลุกแดงไม่กลายเป็นของสะอาด ยิ่งขัดถูก็ยิ่งดำเปื้อนขึ้นเมื่อกลายเป็นเถ้า ฉันใด แรงกดดันหรือคำแนะนำจากภายนอกก็ไม่อาจชำระอุปนิสัยอันชั่วช้าโดยพื้นฐานได้ ฉันนั้น ความชั่วของเขาฝังลึก เขาตอบสนองต่อการแก้ไขมิใช่ด้วยความสำนึก แต่ด้วยเล่ห์และการวางแผนยิ่งขึ้น

๑๒๐. แม้บัณฑิตก็จมลงได้เพราะการคบที่ผิด

มูฬฺหสิสฺโสปเทเสน กุนารี ภรเณน จ ขลสตฺตูหิ สํโยคา ปณฺฑิโต ปฺยวสีทติ ฯ

เพราะการสั่งสอนศิษย์โง่ เพราะการเลี้ยงดูหญิงชั่ว และเพราะการคบกับศัตรูที่เป็นคนพาล แม้บัณฑิตก็ย่อมจมลง

แม้บัณฑิตก็อาจถูกฉุดให้ตกต่ำด้วยการคบหาที่เลว ประการแรก การพยายามสั่งสอนศิษย์โง่ที่ไม่ยอมฟัง เป็นการสูญเสียพลังอย่างเปล่าประโยชน์และทอนกำลัง ประการที่สอง การเลี้ยงดูหรืออุปถัมภ์หญิงชั่วผิดศีลธรรม นำสู่การพัวพันในเรื่องอื้อฉาว ความวอกแวก และการสูญทรัพยากร ประการที่สาม การคบศัตรูที่เป็นคนพาล อาจด้วยความมั่นใจเกินไปหรือหวังจะกลับใจเขา ทำให้ตนเสี่ยงต่อการทรยศและภยันตราย ลำพังปัญญาไม่ใช่เกราะป้องกันอิทธิพลกัดกร่อนเหล่านี้ จึงต้องมีวิจารณญาณในการเลือกความสัมพันธ์

๑๒๑. คุณสมบัติที่ชั่วที่สุดในตัวคนพาล

จารุตา ปรทาราย ธนํ โลกตาปตฺติยา ปสุตา สาธุนาสาย ขเล ขลตรา คุณา ฯ

ความหลงใหลในภรรยาผู้อื่น ทรัพย์ที่ก่อความเดือดร้อนแก่ชาวโลก และความหมกมุ่นในการทำลายคนดี เหล่านี้คือคุณสมบัติที่ชั่วที่สุดในตัวคนพาล

การหมกมุ่นในภรรยาผู้อื่นย่อมละเมิดความไว้วางใจอันศักดิ์สิทธิ์และความสงบสุขในสังคม การมีทรัพย์ในทางที่ก่อความเคียดแค้นหรือความเดือดร้อนแพร่หลายด้วยการเอารัดเอาเปรียบ ความหยิ่งผยอง หรือความอยุติธรรม ย่อมเปลี่ยนความมั่งคั่งให้เป็นพิษสังคม การอุทิศตนเพื่อทำลายคนดีหรือสถาบันอันมีคุณธรรม ย่อมเป็นการโจมตีรากฐานของสังคมที่มีศีลธรรม เหล่านี้มิใช่ข้อด้อยเล็กน้อย แต่เป็นยอดของความชั่วร้าย เพราะบ่อนทำลายเสาหลักของระบบเศรษฐกิจและจริยธรรมอย่างแข็งขัน

๑๒๒. ไม่มีอะไรน่าขันยิ่งกว่า

อิโต หสฺสตรํ โลเก กิญฺจิ ตสฺส น วิชฺชติ ทุชฺชโน ติ จ ยํ อาห สุชนํ ทุชฺชโน สยํ ฯ

ในโลกนี้ไม่มีอะไรน่าขันยิ่งไปกว่าสิ่งนี้ คือ การที่คนชั่วเองกลับกล่าวหาว่าคนดีเป็นคนชั่ว

คาถานี้เผยความน่าขันเชิงประชดของความหน้าซื่อใจคดและการหลอกตัวเอง กล่าวว่าในโลกทั้งหมดไม่มีอะไรน่าหัวเราะยิ่งกว่าภาพที่คนชั่วกล่าวหาว่าคนดีเป็นคนชั่ว ความขบขันเกิดจากการขาดการรู้ตนโดยสิ้นเชิง คนพาลฉายข้อบกพร่องของตนใส่ผู้มีคุณธรรม ประณามในผู้อื่นซึ่งคุณสมบัติที่ตัวเองมีอยู่ คำตัดสินของเขาจึงมิใช่เพียงผิดพลาด แต่เป็นการกล่าวโทษตัวเอง ทว่าเสียงหัวเราะนั้นก็เจือความน่าเศร้า เพราะความมืดบอดขังเขาไว้ในกิเลสของตน

๑๒๓. คนชั่วเหมือนสุนัขที่ติดของไม่สะอาด

น วินา ปรวาเทน รมนฺติ ทุชฺชนา ขลุ น สา สพฺพรเส ภุตฺวา วินาสุทฺเธน ตุสฺสติ ฯ

คนชั่วย่อมไม่ยินดีเลยหากปราศจากการนินทาว่าร้ายผู้อื่น เหมือนสุนัขที่แม้กินรสเลิศทุกอย่างแล้ว ก็ยังไม่อิ่มหากปราศจากของไม่สะอาด

เหมือนสุนัขที่แม้กินอาหารดีทุกชนิดแล้ว ก็ยังเสาะหาและอิ่มจริงก็ต่อเมื่อได้ของสกปรกหรือเศษเดน คนชั่วก็ไม่อาจพบความยินดีหรือความพอใจได้ เว้นแต่จะได้นินทา ใส่ร้าย หรือจับผิดผู้อื่น ความสุขของเขาเป็นแบบกาฝาก ขึ้นอยู่กับการฉุดผู้อื่นให้ตกต่ำ กิจกรรมที่เป็นกุศลหรือการอยู่อย่างสงบไม่ก่อความสุขใจแก่เขา สันดานของเขาเสาะหาอาหารอันไม่สะอาดคือความมุ่งร้ายและการตำหนิอย่างเป็นนิสัย จึงจะรู้สึกครบถ้วน

๑๒๔. จิตคนชั่ว วัดได้ดุจวัดเนื้อโลหะ

ตปฺปเต ยาติ สมฺพนฺธํ ทฺรวีภวตฺยวนตํ มุทุ ทุชฺชนจิตฺตํ น กึ โลเหน ปมียเต ฯ

(จิตคนชั่ว) มุ่งสู่พันธนาการก็เร่าร้อน ยามตกต่ำก็เหลวไหลอ่อนปวกเปียก จิตคนชั่วนั้นอ่อนยวบแปรปรวนง่าย ไฉนจะวัดด้วย (คุณภาพของ) เนื้อโลหะไม่ได้เล่า?

จิตของคนชั่วมุ่งสู่พันธนาการทางใจด้วยตัณหาและความชั่ว และถูกมันทรมาน มันเหลวไหลหรืออ่อนแอยามตกต่ำ ขาดหลักการที่มั่นคง มันยวบยาบ ถูกกิเลสและสิ่งล่อใจภายนอกปั้นได้ง่าย ดุจที่เราตัดสินคุณภาพโลหะด้วยการทดสอบ เราก็ควรตัดสินอุปนิสัยของคนด้วยการสังเกตความไม่มั่นคงและความอ่อนแอที่ฝังในตัวเช่นนี้ เนื้อโลหะภายในจิตของเขาบกพร่อง

๑๒๕. เลี่ยงคนชั่วดุจเลี่ยงงูพิษ

ตสฺมา ทุชฺชนสํสคฺคํ อาสีวิสมิโวรคํ อารกา ปริวชฺเชยฺย ภูตกาโม วิจกฺขโณ ฯ

เพราะฉะนั้น ผู้มีปัญญารักชีวิต พึงหลีกเลี่ยงการคบคนชั่วเสียแต่ไกล ดุจหลีกเลี่ยงงูพิษ

พึงเลี่ยงการคบคนเลวโดยสิ้นเชิง เพราะการคบคนชั่วเป็นอันตรายเท่ากับการจับงูพิษ ทั้งสองอาจก่อภัยร้ายแรงฉับพลันถึงตายได้ ผู้มีปัญญาที่เห็นคุณค่าของชีวิตและสวัสดิภาพทั้งทางโลกและทางธรรม ย่อมรักษาระยะห่างจากบุคคลอันเป็นพิษเช่นนั้น นี่มิใช่เพียงความระมัดระวัง แต่เป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการรักษาตน เพราะตระหนักว่าอิทธิพลของคนชั่วเป็นพิษทั้งโดยนิ่งเฉยและโดยทรยศอย่างแข็งขัน

๑๒๖. คบคนชั่วไม่เหมาะแม้แก่ศัตรู

ทุชฺชเนน หิ สํสคฺคํ สตฺตุตา ปิ น ยุชฺชติ ตตฺโต ว ฑยฺหตฺยงฺคาโร สนฺเต กาฬายเต กโร ฯ

การคบคนชั่วนั้นไม่เหมาะ แม้เพื่อใช้กำจัดศัตรู เหมือนถ่านไฟที่ลุกแดงย่อมไหม้มือให้ดำ

แม้ศัตรูก็ควรเลี่ยงการคบคนชั่ว เพราะการคบเช่นนั้นเป็นโทษและให้ผลตรงข้ามโดยเนื้อแท้ หากยื่นมือไปจับถ่านร้อน แม้ตั้งใจจะใช้มันเล่นงานศัตรู มือของตนเองก็จะไหม้ ฉันใด การข้องเกี่ยวกับคนพาลไม่ว่าด้วยเจตนาใด ย่อมก่อความเสียหายแก่ชื่อเสียง ศีลธรรม และความสงบใจของตนเอง ฉันนั้น สันดานอันเป็นภัยของคนพาลไม่เลือกหน้า เพียงการอยู่ใกล้ก็เป็นความเสี่ยงแล้ว

๑๒๗. คนชั่วแม้มีความรู้ ก็เหมือนงูประดับแก้ว

ทุชฺชโน วชฺชนีโย ว วิชฺชายาลงฺกโต ปิ เจ มณินาลงฺกโต สนฺโต สปฺโป กึ นุ ภยํกโร ฯ

คนชั่วพึงหลีกเลี่ยง แม้จะประดับด้วยความรู้ก็ตาม งูที่ประดับด้วยแก้วมณี ก็ยังน่ากลัวอยู่มิใช่หรือ?

คนพาลที่มีการศึกษาและประดับด้วยความรู้ก็ยังเป็นคนพาล และความรู้นั้นอาจเพียงทำให้เขาเป็นนักหลอกลวงที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดุจงูที่ประดับด้วยแก้วล้ำค่าก็ยังเป็นงูพิษ ซึ่งอาจล่อเหยื่อให้เข้าใกล้ยิ่งขึ้นด้วยซ้ำ ฉะนั้นสิ่งที่ต้องประเมินคืออุปนิสัยพื้นฐาน เครื่องประดับคือยศ ความรู้ หรือทรัพย์ ไม่ควรหันเหความสนใจไปจากการประเมินคุณธรรม อันเป็นคุณสมบัติสำคัญที่ต้องมองหา

๑๒๘. ลมเป็นมิตรของไฟใหญ่ แต่ดับตะเกียง

อคฺคิโน ทหโต ทายํ สขา ภวติ มาลุโต โส เอว ทีปํ นาเสติ ขเล นตฺเถว มิตฺตตา ฯ

ลมเป็นมิตรของไฟป่าที่กำลังลุกโชน แต่ลมเดียวกันนั้นกลับดับตะเกียงน้ำมัน ฉันใด มิตรภาพที่แท้จริงกับคนชั่วย่อมไม่มี ฉันนั้น

ลมเป็นมิตรของไฟที่ลุกโชน ทำให้ไฟยิ่งแรง แต่ลมเดียวกันนั้นก็ดับตะเกียงน้ำมันดวงเล็กอันเปราะบาง ฉันใด คนชั่วอาจดูเหมือนช่วยเหลือในบางสถานการณ์ที่แข็งแกร่ง เช่น เสริมความหยิ่งหรือความก้าวร้าวของเรา แต่เขาจะทรยศหรือทำลายเราในยามอ่อนแอหรือยามต้องการอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันนั้น ไม่มีไมตรีหรือความภักดีที่สม่ำเสมอ การคบหาของเขามีเงื่อนไขและจบลงด้วยความพินาศ มิตรภาพแท้จึงเป็นไปไม่ได้

๑๒๙. คนชั่วร้ายยิ่งกว่างู

สปฺโป ทุฏฺโฐ ขโล ทุฏฺโฐ สปฺปา ทุฏฺฐตโร ขโล มนฺโตสธีวสา สปฺโป ขโล เกนุปสมฺมติ ฯ

งูก็ร้าย คนชั่วก็ร้าย แต่คนชั่วร้ายยิ่งกว่างู งูยังสยบได้ด้วยมนตร์และยา ส่วนคนชั่วจะสยบได้ด้วยอะไร?

คนชั่วอันตรายยิ่งกว่างู ทั้งสองร้ายกาจ แต่พิษงูมักแก้ได้ด้วยมนตร์หรือยา และพฤติกรรมของมันคาดเดาได้ตามสันดาน ส่วนความมุ่งร้ายของคนชั่วแยบยล คาดเดายาก และมีเจตนาแฝง ความเสื่อมทรามของเขาเกิดจากการเลือกอย่างรู้ตัวและกิเลสอันซับซ้อนที่ไม่มียาขนานง่าย ๆ รักษาได้ จึงไม่มีเครื่องแก้ที่เชื่อถือได้ ทำให้เขาเป็นภัยต่อระเบียบทางสังคมและทางธรรมยิ่งกว่าสัตว์เลื้อยคลานเสียอีก

๑๓๐. คนชั่วไม่ดีขึ้นเพราะความรู้ที่ท่องจำ

หทยฏฺเฐน สุเตน ขโล เนว สุสีลวา มธุนา โกฏรฏฺเฐน นิมฺโพ กึ มธุโร ภเว ฯ

คนชั่วหาได้มีศีลดีขึ้นเพราะความรู้ที่อยู่ในใจ (ท่องจำ) ไม่ ต้นสะเดาจะกลายเป็นของหวานได้หรือ เพียงเพราะมีน้ำผึ้งอยู่ในโพรง?

คนชั่วอาจท่องจำความรู้หรือเข้าใจในเชิงสติปัญญา แต่หากไม่นำมาปฏิบัติผ่านความประพฤติ ก็ไร้ความหมาย อุปมาคือต้นสะเดาซึ่งขึ้นชื่อเรื่องใบขม แม้เทน้ำผึ้งลงในโพรงต้น ตัวต้นก็ไม่กลายเป็นของหวาน สันดานของมันยังคงเดิม ฉันใด ความรู้ภายนอกก็ไม่อาจเปลี่ยนอุปนิสัยพื้นฐานของคนชั่วได้ ฉันนั้น

๑๓๑. คนดีอาจเสียเพราะคบคนชั่ว

อสตํ สมฺปโยเคน สนฺโต ปิ อสนฺโต ภเว มคฺโค กจวรยุตฺโต อุชุมฺปิ อสาธุ ภเว ฯ

เพราะการคบหาคนชั่ว แม้คนดีก็อาจกลายเป็นคนชั่วได้ เหมือนทางตรงที่เต็มไปด้วยขยะ ก็กลายเป็นทางที่ไม่ดีได้

แม้คนดีก็อาจถูกทำให้เสียได้ด้วยการคลุกคลีกับคนชั่วอยู่เสมอ เพราะค่อย ๆ ซึมซับนิสัยและทัศนะอันเป็นลบ เปรียบกับทางตรงที่กลายเป็นทางสกปรกและเดินไม่ได้เมื่อเกลื่อนด้วยขยะ สภาพแวดล้อมและเพื่อนหล่อหลอมจิตใจของเรา คาถานี้ตอกย้ำความสำคัญยิ่งยวดของกัลยาณมิตร เพื่อรักษาความดีของตน ต้องระแวดระวังในการเลือกคนที่คบ เพราะความบริสุทธิ์ทางศีลธรรมอาจถูกปนเปื้อนได้ด้วยการสัมผัสความเสื่อมอย่างต่อเนื่อง

๑๓๒. ห่อปลาเน่าด้วยหญ้าคา หญ้าก็พลอยเหม็น

ปูติมจฺฉํ กุสคฺเคน โย นโร อุปนยฺหติ กุสา ปิ ปูติ วายนฺติ เอวํ พาลุปเสวนา ฯ

ผู้ใดห่อปลาเน่าด้วยปลายหญ้าคา (หญ้ามงคล) แม้หญ้าคาก็พลอยส่งกลิ่นเหม็น ฉันใด การคบคนพาลก็เป็นเช่นนั้น ฉันนั้น

หากห่อปลาเน่าด้วยหญ้าคาอันหอม หญ้านั้นก็จะพลอยรับกลิ่นเหม็นในไม่ช้า ฉันใด ผู้ที่คบคนพาลอย่างใกล้ชิดย่อมรับเอาทัศนะอันโง่เขลา นิสัยเสีย และชื่อเสียงที่ย่ำแย่ของเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ฉันนั้น ความบริสุทธิ์เปราะบางและอาจถูกความสกปรกกลบได้ คาถาแนะนำว่าเราไม่อาจข้องเกี่ยวกับความเสื่อมโดยไม่แปดเปื้อน เพื่อคงความเป็นกุศล ต้องเลี่ยงต้นตอของกลิ่นเหม็นเสียแต่ต้น

๑๓๓. ความปรารถนาที่จะไม่พบคนพาล

พาลํ น ปสฺเส น สุเณ น จ พาเลน สํวเส พาเลนาลาปสลฺลาปํ น กเร น จ โรจเย ฯ

ขอข้าพเจ้าอย่าได้เห็นคนพาล อย่าได้ฟังคนพาล อย่าได้อยู่ร่วมกับคนพาล อย่าได้สนทนาปราศรัยกับคนพาล และอย่าได้พอใจในคนพาลเลย

คาถานี้แสดงความปรารถนาอันลึกซึ้งที่จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสคนพาลทุกทาง ทั้งไม่เห็น ไม่ฟัง ไม่อยู่ร่วม และไม่สนทนาด้วย นี่มิใช่ความมุ่งร้าย แต่เป็นยุทธศาสตร์การป้องกันตนอันลึกซึ้ง โดยตระหนักถึงอิทธิพลอันชวนวอกแวก น่ารำคาญ และกัดกร่อนของความโง่เขลา เป็นการนำคำเตือนข้างต้นมาใช้จริง คือสร้างขอบเขตอย่างแข็งขันเพื่อคุ้มครองความสงบใจและความก้าวหน้าทางธรรมของตนจากการคบหาอันไม่ฉลาด (คาถานี้เป็นคู่ตรงข้ามกับคาถา ๑๔๘–๑๕๐ ในหมวดคนดี)

๑๓๔. คนโง่ที่ไม่ควรพบ

อนยํ เนติ ทุมฺเมโธ อธุรายํ นิยุญฺชติ ทุนฺนโย เสยฺยโส โหติ สมฺมา วุตฺโต ปกุปฺปติ วินยํ โส น ชานาติ สาธุ เตน อทสฺสนํ ฯ

คนโง่ย่อมนำไปสู่ความวิบัติ ผูกพันกับสิ่งที่ไม่มั่นคง วิธีการของเขายิ่งยุ่งยาก เมื่อถูกว่ากล่าวโดยชอบก็โกรธ เขาไม่รู้จักวินัย เพราะเหตุนั้นการไม่พบเขาเสียเลยจึงดี

คนโง่ย่อมนำตนและผู้อื่นสู่ความวิบัติ ยึดติดสิ่งที่ไม่มั่นคงเชื่อถือไม่ได้ วิธีการของเขายุ่งยากและไร้ผล เมื่อได้รับคำแนะนำที่ดีกลับตอบด้วยความโกรธแทนความขอบคุณ เขาขาดวินัยภายใน เพราะเขาเข้าถึงไม่ได้และแปรปรวน ทางที่ฉลาดที่สุดคือเลี่ยงการพบเขาเสียเลย การข้องเกี่ยวไร้ประโยชน์และเสี่ยง เพราะไม่มีโอกาสแก้ไขเขาได้ มีแต่จะยั่วยุความขัดแย้งหรือถูกลากเข้าสู่แผนการอันหลงผิดของเขา

๑๓๕. คนพาลปรนนิบัติบัณฑิตชั่วชีวิตก็ไม่รู้ธรรม

ยาวชีวํ ปิ เจ พาโล ปณฺฑิตํ ปยิรุปาสติ น โส ธมฺมํ วิชานาติ ทพฺพี สูปรสํ ยถา ฯ

แม้คนพาลจะปรนนิบัติบัณฑิตตลอดชีวิต เขาก็หารู้ธรรมไม่ เหมือนทัพพีที่ไม่รู้รสแกง

คนพาลอาจอยู่ใกล้ชิดครูผู้มีปัญญาตลอดชีวิต ทำหน้าที่ปรนนิบัติ แต่ก็ไม่เข้าใจธรรมอย่างแท้จริง ทัพพีแม้แช่อยู่ในหม้อแกงตลอดเวลาที่ปรุง ก็ไม่เคยรู้รสแกง ฉันใด ปัญญาก็มิได้ซึมซับด้วยเพียงการอยู่ใกล้ ฉันนั้น มันต้องอาศัยความสามารถภายในในการพิจารณา ความถ่อมตน และการนำไปปฏิบัติ แต่จิตของคนพาลไม่อาจรับเอาแก่นของคำสอนได้ (คาถานี้ตรงกับธรรมบท คู่กับคาถา ๑๕๐ ในหมวดคนดี)

๑๓๖. ยศย่อมฆ่าคนเลว

ผลํ เว กทลึ หนฺติ หนฺติ เวฬุนฬํ ผลํ สกฺกาโร กาปุริสํ หนฺติ คพฺโภ อสฺสตรึ ยถา ฯ

ผลย่อมฆ่าต้นกล้วย ผลย่อมฆ่าไม้ไผ่และต้นอ้อ ลาภสักการะย่อมฆ่าคนเลว เหมือนลูกในท้องฆ่าแม่ม้าอัสดร (ม้าผสมลา)

ต้นกล้วยและไม้ไผ่ถูกทำลายด้วยผลของตนเอง ซึ่งถ่วงน้ำหนักหรือผลาญทรัพยากรจนตาย ฉันใด คนเลวก็มักถูกทำลายด้วยลาภยศ ทรัพย์ หรือฐานะที่ได้รับ ฉันนั้น เพราะขาดคุณธรรมและปัญญาที่จะรับสิ่งเหล่านั้นอย่างรับผิดชอบ เขาจึงหยิ่งผยอง บุ่มบ่าม หรือกลายเป็นเป้าของความริษยา นำสู่ความตกต่ำ ดุจม้าอัสดรที่ตายเพราะการคลอดลูก ยศที่ปราศจากคุณธรรมย่อมยุติมรดกและสวัสดิภาพที่แท้จริงของบุคคล

๑๓๗. คนพาลเห็นคนพาลก็อยากทำร้าย

สุนโข สุนขํ ทิสฺวา ทนฺตํ ทสฺเสติ หึสิตุํ ทุชฺชโน ทุชฺชนํ ทิสฺวา โรสยํ หึสมิจฺฉติ ฯ

สุนัขเห็นสุนัข (ตัวอื่น) ย่อมแยกเขี้ยวเพื่อจะกัด ฉันใด คนพาลเห็นคนพาล (ด้วยกัน) ย่อมโกรธและปรารถนาจะทำร้าย ฉันนั้น

ดุจสุนัขเห็นสุนัขอีกตัวก็มักแยกเขี้ยวขู่คำราม หมายข่มหรือเข้าทำร้าย คนพาลเมื่อพบคนพาลด้วยกันก็เต็มไปด้วยความโกรธและความอยากทำร้ายหรือข่มทันที ปฏิกิริยานี้เกิดจากความไม่มั่นคงในตนและการขาดหลักการอันสูงกว่าที่จะส่งเสริมความร่วมมือหรือความเคารพ ปฏิสัมพันธ์ของพวกเขาถูกครอบงำด้วยความก้าวร้าวพื้นฐานมากกว่าเหตุผลหรือไมตรี รับประกันความขัดแย้งและความเสียหายร่วมกัน

๑๓๘. กบไม่ใช่ราชสีห์

มณฺฑูโก ปิ นุกฺโก สีโห สุกโร ปิ นุกฺโก ทีปิ พิลาโร สทิโส พฺยคฺโฆ ทุปฺปญฺโญ ปิ น ปญฺญวา ฯ

กบ (แม้พองตัว) ก็ไม่ใช่ราชสีห์ หมูก็ไม่ใช่เสือดาว แมวก็ไม่เหมือนเสือโคร่ง (เพียงเพราะคล้ายกัน) คนปัญญาทรามก็ไม่ใช่ผู้มีปัญญา

กบแม้พองตัวก็ไม่ใช่ราชสีห์ หมูไม่ใช่เสือดาวอันสง่างาม แมวบ้านไม่ใช่เสือโคร่ง ฉันใด ผู้ที่เพียงขาดปัญญาก็ไม่ใช่ผู้มีปัญญาโดยสิ้นเชิง ฉันนั้น คาถาเตือนมิให้เข้าใจผิดว่ารูปลักษณ์ การแสร้งทำ หรือความสามารถเล็กน้อยคือของจริง คุณสมบัติที่แท้เช่นความกล้า ความสง่า กำลัง และปัญญา เป็นของแท้ที่มีแก่นสาร ไม่พึงสับสนกับสิ่งเลียนแบบอันอ่อนแอ (คาถา ๑๓๘–๑๓๙ ต้นฉบับชำรุด ฉบับ Bechert & Braun พิมพ์ตามที่พบในต้นฉบับ คำแปลจึงเป็นเพียงการสันนิษฐาน)

๑๓๙. คนพาลทำทีเหมือนบัณฑิต

มณฺฑูโก ปิ สีโห วิย กาโก คณฺเห ปิญฺเญ ปิญฺเญ พาโล จ ปณฺฑิโต วิย ธีโร ปุจฺเฉ งเย งเย ฯ

กบ (พองตัว) ก็ดูเหมือนราชสีห์ กาก็ (คาบของ) ทีละชิ้น ๆ คนพาลก็ทำทีเหมือนบัณฑิต ส่วนผู้หนักแน่นย่อมซักถามทีละข้อ ๆ

กบอาจดูเหมือนราชสีห์เมื่อพองอก กาอาจดูเหมือนเก็บของอย่างเป็นระบบทีละชิ้น คนพาลบางคราวอาจเลียนท่าทีของบัณฑิต ส่วนผู้หนักแน่นย่อมซักถามทีละประเด็นด้วยวิจารณญาณ พฤติกรรมผิวเผินอาจลวงตา ต้องมองให้ทะลุความประทับใจแรกเพื่อเห็นธาตุแท้ กบก็ยังเป็นกบ กาก็ยังเป็นนกกินซาก และการเลียนแบบของคนพาลก็ไม่เท่ากับปัญญา (ตามฉบับ Gray: เมื่อบัณฑิตซักถาม คนพาลก็ได้แต่ร้อง "ครับ ๆ" โดยตอบไม่ได้)

๑๔๐. ผู้ก่อความเดือดร้อนในแต่ละหมู่

กาโก ทุฏฺโฐ สกุเณสุ ฆเร ทุฏฺโฐ จ มูสิโก วานโร จ วเน ทุฏฺโฐ มนุสฺเสสุ จ พฺราหฺมโณ ฯ

กาเป็นตัวร้ายในหมู่นก หนูเป็นตัวร้ายในบ้าน ลิงเป็นตัวร้ายในป่า และ (พราหมณ์จอมปลอม) เป็นตัวร้ายในหมู่มนุษย์

ในทุกหมู่ย่อมมีจำพวกที่ก่อความรำคาญเฉพาะตัว กาในหมู่นกส่งเสียงอึงและชอบฉก หนูในบ้านทำลายข้าวของและลอบกัด ลิงในป่าซุกซนก่อความวุ่นวาย บาทสุดท้ายเป็นการเสียดสีอย่างเจ็บแสบว่า ในหมู่มนุษย์คือพราหมณ์ ทั้งนี้มุ่งหมายพราหมณ์ที่พองด้วยมานะในวรรณะแต่ปราศจากคุณธรรมแท้ คนหน้าซื่อใจคดที่ก่อความแตกร้าวด้วยความหยิ่งและการอวดอ้างความสูงส่งอันว่างเปล่า

จบ ทุชฺชนกณฺฑ (หมวดว่าด้วยคนชั่ว) คาถาที่ ๑๑๒–๑๔๐ รวม ๒๙ คาถา