วัดจุฬามณี
ธรรมนีติ

ญาตพฺพกณฺฑ — หมวดว่าด้วยสิ่งที่ควรรู้

ธรรมนีติ · 8 คาถา พร้อมคำแปลและขยายความ

๒๔๙. แม่เลวพ่อเลว ลูกย่อมพลอยเสีย

มาตาหีนสฺส ทุพฺภาสา ปิตาหีนสฺส ทุกฺริยา อุโภ มาตา ปิตา หีนา ทุพฺภาสา จ ทุกฺกิริยา ฯ

ผู้มีมารดาเลว ย่อมมีวาจาทราม ผู้มีบิดาเลว ย่อมมีความประพฤติทราม ผู้มีทั้งมารดาและบิดาเลว ย่อมมีทั้งวาจาทรามและความประพฤติทราม

เด็กที่เลี้ยงโดยมารดาทราม กล่าวกันว่ามักมีวาจาเสีย ทั้งคำหยาบ เท็จ หรือต่ำ เพราะเลียนแบบและขาดการแก้ไข เด็กที่มีบิดาทรามมักมีความประพฤติเสีย ขาดแบบอย่างที่ดี หากทั้งพ่อแม่ทราม เด็กก็รับความบกพร่องครบทุกด้าน ทั้งวาจาและความประพฤติ แม้คาถานี้จะมิได้คำนึงถึงความเพียรของแต่ละบุคคล แต่ก็ตอกย้ำความรับผิดชอบอันใหญ่หลวงของพ่อแม่และมรดกอันหนักของวัฒนธรรมครอบครัว

๒๕๐. แม่ดีพ่อดี ลูกย่อมดีตาม

มาตาเสฏฺฐสฺส สุภาสา ปิตาเสฏฺฐสฺส สุกฺริยา อุโภ มาตา ปิตา เสฏฺฐา สุภาสา จ สุกิริยา ฯ

ผู้มีมารดาประเสริฐ ย่อมมีวาจาดี ผู้มีบิดาประเสริฐ ย่อมมีความประพฤติดี ผู้มีทั้งมารดาและบิดาประเสริฐ ย่อมมีทั้งวาจาดีและความประพฤติดี

มารดาที่ประเสริฐปลูกฝังวาจาดีในตัวลูกผ่านถ้อยคำอันอ่อนโยน สัตย์จริง และมีปัญญา บิดาที่ประเสริฐเป็นแบบอย่างความประพฤติดีผ่านการกระทำอันชอบธรรมและมีวินัย เมื่อทั้งพ่อแม่เป็นแบบอย่าง ลูกก็ได้รับมรดกแห่งความประเสริฐครบถ้วน ทั้งวาจาไพเราะและพฤติกรรมมีคุณธรรม ครอบครัวคือโรงเรียนแห่งแรกของอุปนิสัย คุณค่าทางศีลธรรมและสังคมของเด็กจึงมิใช่เรื่องบังเอิญ แต่ปรากฏผ่านคุณภาพของพ่อแม่ที่หล่อหลอมเขา

๒๕๑. (คติพื้นบ้าน) รูปร่างกับนิสัย

อติทีโฆ มหามุฬฺโห มชฺฌิโม จ วิจกฺขโณ วาสุเทวํ ปุเรกฺขิตฺวา สพฺเพ วามนกา สฐา ฯ

(ตามคติพื้นบ้าน) คนสูงเกินไปมักโง่มาก คนสูงปานกลางมักมีปัญญา และเมื่อยกเอาพระวาสุเทพ (วามนาวตาร) เป็นที่ตั้ง คนเตี้ยทั้งหลายมักมีเล่ห์

นี่เป็นคติพื้นบ้าน ไม่พึงถือเป็นการตัดสินอุปนิสัยที่แท้จริง คนสูงเกินไปเคยเชื่อกันว่าเก้งก้าง เชื่องช้า และขาดความเฉียบแหลม คนสูงปานกลางถือว่ามีปัญญาและได้สัดส่วนทั้งกายและใจ ส่วนการอ้างถึงคนเตี้ยมีเล่ห์นั้นโยงกับเรื่องวามนาวตาร (อวตารปางที่ ๕ ของพระวิษณุในร่างพราหมณ์เตี้ย) ผู้ใช้อุบายขอแผ่นดินเพียงสามก้าวจากท้าวพลี แล้วขยายเป็นขนาดจักรวาลวัดทั้งโลกและสวรรค์ พึงเข้าใจในฐานะคติความเชื่อ มิใช่หลักการตัดสินคน

๒๕๒. สิ่งที่บ่งบอกตัวตน

อาจาโร กุลมกฺขาติ เทสมกฺขติ ภาสิตํ สมฺภโว เปมมกฺขาติ เทหมกฺขาติ โภชนํ ฯ

ความประพฤติบ่งบอกถึงตระกูล ถ้อยคำบ่งบอกถึงถิ่นที่มา ชาติกำเนิดบ่งบอกถึงความรักใคร่ (ที่ผู้อื่นมีให้) และร่างกายบ่งบอกถึงอาหาร (ที่บริโภค)

ความประพฤติของคน ทั้งมารยาท ศีลธรรม และนิสัยประจำวัน ย่อมเผยคุณภาพการอบรมเลี้ยงดูของตระกูล ถ้อยคำรวมถึงสำเนียงและคำที่ใช้ เผยถิ่นกำเนิด ชาติกำเนิดหรือที่มาทางสังคมเผยความลึกของความรักใคร่ที่ผู้อื่นมีให้ สุดท้าย ร่างกายทั้งสุขภาพ รูปร่าง และผิวพรรณ เผยคุณภาพและปริมาณอาหารที่บริโภค ไม่มีสิ่งใดซ่อนได้ ทุกแง่มุมของคนเล่าเรื่องราวในอดีตของเขา

๒๕๓. เครื่องวัดสิ่งต่าง ๆ

ชลปฺปมาณํ กุมุทนาฬํ กุลปฺปมาณํ กรณกมฺมํ ปญฺญาปมาณํ กถิตวากฺยํ ภูมิปฺปมาณํ ตชฺชลติณํ ฯ

ก้านบัวเป็นเครื่องวัดความลึกของน้ำ การกระทำเป็นเครื่องวัดตระกูล ถ้อยคำที่พูดเป็นเครื่องวัดปัญญา หญ้าและน้ำในถิ่นนั้นเป็นเครื่องวัดความอุดมของแผ่นดิน

ความยาวของก้านบัวเผยความลึกของน้ำที่มันงอกอยู่ การกระทำของคนเป็นเครื่องวัดคุณค่าของตระกูลที่แท้ มิใช่เพียงชาติกำเนิด เนื้อหาและคุณภาพของถ้อยคำที่คนพูดเป็นเครื่องวัดปัญญาที่แท้จริง มิใช่คำอวดอ้าง ชนิดของหญ้าและความมีน้ำเป็นเครื่องวัดความอุดมสมบูรณ์ของแผ่นดิน ในแต่ละกรณี ผลที่จับต้องและสังเกตได้คือเครื่องพิสูจน์เหตุหรือเงื่อนไขที่ซ่อนอยู่

๒๕๔. รู้คนจากคำพูด ดุจรู้ม้าจากความเร็ว

ชเวน ภทฺรํ ชานนฺติ พลิพทฺธํ จ วาหิเย โทเหน เธนุํ ชานนฺติ ภาสมานญฺจ ปณฺฑิตํ ฯ

เขารู้ม้าดีได้จากความเร็ว รู้โคงานได้จากการลากภาระ รู้แม่โคได้จากน้ำนม และรู้บัณฑิตได้จากถ้อยคำที่พูด

ม้าดีรู้ได้จากความเร็ว มิใช่รูปลักษณ์ โคงานที่แข็งแรงรู้ได้จากภาระที่ลากได้ แม่โคที่ดีรู้ได้จากปริมาณน้ำนม โดยอุปมา บัณฑิตรู้ได้จากถ้อยคำที่พูด มิใช่จากความเงียบหรือชื่อเสียง แต่จากสิ่งที่เขาพูดเมื่อพูด ทั้งความจริง ประโยชน์ ความลึกซึ้ง และความถูกกาล แก่นแท้ของแต่ละสิ่งเผยผ่านหน้าที่เฉพาะของมัน สำหรับมนุษย์ หน้าที่สูงสุดนั้นคือการสื่อสารอย่างมีปัญญาและมีจุดหมาย

๒๕๕. รู้คนในยามทดสอบ

ชาเนยฺย เปสเน ภจฺจํ พนฺธวํ ปิ ภยาคเม พฺยสเน จ ตถา มิตฺตํ ทารญฺจ วิภวกฺขเย ฯ

พึงรู้จักคนรับใช้ในการใช้งาน รู้จักญาติเมื่อภัยมาถึง รู้จักมิตรในยามวิบัติ และรู้จักภรรยาเมื่อสิ้นทรัพย์

ความซื่อสัตย์ของคนรับใช้รู้ได้เมื่อใช้ไปทำธุระ ว่าเขาจะขยันหรือทุจริต ความรักของญาติรู้ได้เมื่อภัยมาถึง ว่าเขาจะช่วยหรือหนี คุณค่าของมิตรรู้ได้ในยามวิบัติ ว่าเขาจะยืนเคียงข้างหรือทอดทิ้ง ธาตุแท้ของภรรยารู้ได้เมื่อสิ้นทรัพย์ ว่านางจะยังภักดีหรือคิดจากไป สิ่งเหล่านี้คือเบ้าหลอมที่แยกความเสแสร้งออกจากสายสัมพันธ์แท้ ความรักและความภักดีคือการกระทำที่เห็นได้เฉพาะเมื่อถูกทดสอบ

๒๕๖. ความรู้ในตำราสู้สัญชาตญาณไม่ได้

วินา สตฺถํ น ชานนฺติ กาลํ สพฺเพ ปิ โชติกา กุกฺกุฏา ปน ชานนฺติ ตโต รุกฺขา ตโต ภฺวาปา ฯ

โหราจารย์ทั้งปวงปราศจากตำราก็บอกเวลาไม่ได้ แต่ไก่กลับรู้ (เวลารุ่งอรุณ) ต้นไม้ก็รู้ (ฤดูกาล) และสัตว์น้ำก็รู้ (วงรอบของน้ำ)

โหราจารย์แม้มีตำราอันละเอียด ก็บอกเวลาให้แม่นยำไม่ได้หากปราศจากเครื่องมือและตำราดูดวง แต่ไก่กลับรู้รุ่งอรุณโดยสัญชาตญาณ ต้นไม้รับรู้การเปลี่ยนฤดู สัตว์น้ำตอบสนองต่อวงรอบน้ำขึ้นน้ำลงและจันทรคติ ความรู้เชิงทฤษฎีเมื่อขาดการเชื่อมโยงกับการรับรู้ตรงและปัญญาธรรมชาติ ย่อมด้อยกว่าความเข้าใจที่ฝังในตัวโดยกำเนิด คาถาเย้ยความรู้ที่กลวงเปล่า และยกย่องความรู้อันไม่ผิดพลาดที่เกิดจากการเชื่อมโยงตรงกับโลกอย่างมีชีวิต

จบ ญาตพฺพกณฺฑ (หมวดว่าด้วยสิ่งที่ควรรู้) คาถาที่ ๒๔๙–๒๕๖ รวม ๘ คาถา