เทวตาอุยโยชนคาถา
บทสวดเทวตาอุยโยชนคาถา (คาถาส่งเทวดากลับ + อธิษฐานคุ้มภัย) ฉบับบาลีพร้อมคำแปลและขยายความ — บท "ปิดวงประชุมธรรม" ที่แผ่เมตตา อุทิศบุญส่งเทวดากลับ แล้วผูกเกราะคุ้มกันด้วยเดชพระพุทธ พระปัจเจกพุทธ และพระอรหันต์
เทวตาอุยโยชนคาถาเป็นบท "ปิดวงประชุมธรรม" ที่ตรงข้ามกับชุมนุมเทวดาในตอนต้น — เมื่อสวดพระปริตรเสร็จแล้ว ต้อง "ส่งเทวดากลับ" อย่างสุภาพ พร้อมแผ่เมตตา-กรุณาให้สรรพสัตว์ อุทิศบุญ และผูกเกราะคุ้มกันด้วยเดชพระพุทธ-พระปัจเจกพุทธ-พระอรหันต์
เป็น "พิธีปิดวงพระปริตร" ที่ทั้งส่งเทวดาและสร้างเกราะคุ้มกันให้ผู้สวดในขณะเดียวกัน แบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ คำแผ่ความปรารถนาดี · คำอุทิศบุญและส่งเทวดา · การผูกเกราะคุ้มกัน
วิธีอ่านหน้านี้
ด้านบนคือบทสวดเต็มสำหรับสาธยายต่อเนื่อง (กดปุ่มคัดลอกได้) ส่วนด้านล่างเป็นคำแปลและคำขยายความ จัดเป็น ๓ ส่วนตามโครงของบท
บทสวดเต็ม (สำหรับสาธยาย)
บทสวดต่อเนื่องทั้งบท ตั้งแต่คำแผ่ความปรารถนาดีแก่สรรพสัตว์ การอุทิศบุญและส่งเทวดากลับ จนถึงการผูกเกราะคุ้มกันด้วยเดชผู้บรรลุธรรม ใช้สวดต่อเนื่องได้ทันที
ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา ภะยัปปัตตา จะ นิพภะยา โสกัปปัตตา จะ นิสโสกา โหนตุ สัพเพปิ ปาณิโน เอตตาวะตา จะ อัมเหหิ สัมภะตัง ปุญญะสัมปะทัง สัพเพ เทวานุโมทันตุ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา ทานัง ทะทันตุ สัทธายะ สีลัง รักขันตุ สัพพะทา ภาวะนาภิระตา โหนตุ คัจฉันตุ เทวะตาคะตา สัพเพ พุทธา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญจะ ยัง พะลัง อะระหันตานัญจะ เตเชนะ รักขัง พันธามิ สัพพะโส ฯ
คำแปลและขยายความ
ต่อไปนี้คือคำแปลและคำอธิบายความหมายทีละส่วน บาลีต้นฉบับของแต่ละส่วนมีปุ่มคัดลอกในตัว บทนี้แบ่งเป็น ๓ ส่วน คือ คำแผ่ความปรารถนาดี → คำอุทิศบุญและส่งเทวดา → การผูกเกราะคุ้มกัน
ส่วนที่ ๑ — คำแผ่ความปรารถนาดี (อัปปมัญญา)
ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา ภะยัปปัตตา จะ นิพภะยา โสกัปปัตตา จะ นิสโสกา โหนตุ สัพเพปิ ปาณิโน
ขอสัตว์ทั้งหลายผู้ถึงความทุกข์ จงพ้นจากทุกข์ / ผู้ถึงความกลัว จงพ้นจากความกลัว / ผู้ถึงความเศร้าโศก จงพ้นจากความเศร้าโศก
ส่วนแรกเป็นสูตรแผ่เมตตาแบบสั้นที่ครบ ๓ ใน ๔ พรหมวิหาร แผ่ครอบคลุม สัพเพปิ ปาณิโน = สัตว์ที่มีชีวิตทั้งปวง
ทุกขัปปัตตา จะ นิททุกขา = ผู้ทุกข์จงพ้นทุกข์ (เมตตา-กรุณา)
ภะยัปปัตตา จะ นิพภะยา = ผู้กลัวจงพ้นกลัว (กรุณา)
โสกัปปัตตา จะ นิสโสกา = ผู้เศร้าโศกจงพ้นโศก (กรุณา)
ส่วนที่ ๒ — คำอุทิศบุญและส่งเทวดา
เอตตาวะตา จะ อัมเหหิ สัมภะตัง ปุญญะสัมปะทัง สัพเพ เทวานุโมทันตุ สัพพะสัมปัตติสิทธิยา ทานัง ทะทันตุ สัทธายะ สีลัง รักขันตุ สัพพะทา ภาวะนาภิระตา โหนตุ คัจฉันตุ เทวะตาคะตา
ด้วยบุญสมบัติที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้บำเพ็ญมานี้ ขอเทวดาทั้งปวงจงอนุโมทนา เพื่อความสำเร็จแห่งสมบัติทั้งปวง ขอทุกท่านจงให้ทานด้วยศรัทธา จงรักษาศีลตลอดกาลทุกเมื่อ จงยินดียิ่งในภาวนา — ขอเทวดาที่มาแล้วจงกลับไป
ส่วนกลางเป็นคำอุทิศบุญและส่งเทวดา
อุทิศบุญแก่เทวดา — ขอเทวดาอนุโมทนาบุญที่ข้าพเจ้าได้สั่งสมจากการสวดพระปริตรครั้งนี้
คำขอให้เทวดาประพฤติธรรม — ขอเทวดาให้ทาน รักษาศีล ยินดีในภาวนา (เหมือนที่มนุษย์ทำ) — นี่เป็นกลวิธี "กลับใช้บุญที่อุทิศให้เทวดาเป็นโอกาสให้เทวดาได้สั่งสมบุญต่อ"
คัจฉันตุ เทวะตาคะตา = "ขอเทวดาที่มาแล้วจงกลับ" — เป็นคำส่งสุภาพ ไม่ใช่การ "ไล่" แต่เป็นการบอกว่าวงประชุมจบแล้ว
ส่วนที่ ๓ — การผูกเกราะคุ้มกัน
สัพเพ พุทธา พะลัปปัตตา ปัจเจกานัญจะ ยัง พะลัง อะระหันตานัญจะ เตเชนะ รักขัง พันธามิ สัพพะโส ฯ
ด้วยเดชของพระพุทธเจ้าทั้งปวงผู้ทรงพละ / ของพระปัจเจกพุทธเจ้าผู้มีพละ / และของพระอรหันต์ทั้งหลาย — ข้าพเจ้าผูกการรักษา (สร้างเกราะคุ้มครอง) ไว้โดยรอบ
ก่อนปิดบทสวด ผู้สวดอธิษฐานใช้ เดช ๓ ชั้น มาเป็นเกราะ
เดชของพระพุทธเจ้าทั้งปวง — สัพเพ พุทธา (พระสัมมาสัมพุทธเจ้านับล้านที่กล่าวในสัมพุทเธ)
เดชของพระปัจเจกพุทธเจ้า — พระพุทธเจ้าที่ตรัสรู้เองแต่ไม่สั่งสอน ในกาลเปล่าจากศาสนา
เดชของพระอรหันต์ — พระสาวกที่บรรลุอรหัตตผล
คำว่า "รักขัง พันธามิ สัพพะโส" = "ผูกการรักษาไว้โดยรอบ" — มีนัยเปรียบเปรย "ถักทอเกราะคุ้มครองรอบกาย" ด้วยเดชของผู้บรรลุธรรมทั้งสามประเภท นี่คือ "พิธีปิดวงพระปริตร" ที่ทั้งส่งเทวดาและสร้างเกราะคุ้มกันให้ผู้สวดในขณะเดียวกัน
ภาคผนวก — โครงสร้างของเทวตาอุยโยชนคาถา
เทวตาอุยโยชนคาถา (เทวตา + อุยโยชน + คาถา = คาถาส่งเทวดา) แบ่งเป็น ๓ ส่วน ดังนี้
ส่วนที่ ๑ — คำแผ่ความปรารถนาดี: แผ่เมตตา-กรุณาให้สรรพสัตว์พ้นทุกข์ พ้นกลัว พ้นโศก
ส่วนที่ ๒ — คำอุทิศบุญและส่งเทวดา: อุทิศบุญให้เทวดาอนุโมทนา แล้วส่งเทวดากลับอย่างสุภาพ
ส่วนที่ ๓ — การผูกเกราะคุ้มกัน: ผูกการรักษาไว้รอบตัวด้วยเดชพระพุทธ พระปัจเจกพุทธ และพระอรหันต์
หมายเหตุ
เทวตาอุยโยชนคาถาเป็นบท "ปิดวงประชุมธรรม" ในบทสวด "เจ็ดตำนาน" ตรงข้ามกับชุมนุมเทวดาในตอนต้น · จุดเด่นของบทนี้คือการส่งเทวดากลับและผูกเกราะคุ้มกันให้ผู้สวดในคราวเดียวกัน