ข้ามวัฒนธรรม — พิศมณเทน โต้เหวินเทียนหวัง และไวศรวัณ
เทพองค์เดียวกันนี้เดินทางไปทั่วโลกพุทธ และในแต่ละดินแดนก็ได้รับการเคารพในพระนามและรูปลักษณ์ที่แตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง จากพิศมณเทนนักรบแห่งญี่ปุ่น สู่โต้เหวินเทียนหวังผู้เฝ้าประตูวิหารจีน และไวศรวัณผู้ทรงสิงโตหิมะแห่งทิเบต แต่ทุกร่างล้วนมีแก่นเดียวกัน
ลองนึกภาพการเดินทางท่องโลกพุทธ
ออกจากเมืองไทย ขึ้นเหนือไปจีน ข้ามทะเลไปญี่ปุ่น แล้ววกขึ้นที่ราบสูงทิเบต ในแต่ละดินแดน หากเราเดินเข้าวัด เราจะพบเทพผู้พิทักษ์องค์หนึ่งที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด — เพราะแท้จริงแล้ว ท่านคือท้าวเวสสุวรรณองค์เดียวกับที่เรากราบไหว้ เพียงแต่สวมรูปลักษณ์และพระนามของแต่ละวัฒนธรรม
นี่คือเครื่องพิสูจน์ความยิ่งใหญ่ของท่าน ที่ข้ามพรมแดนดินแดนและกาลเวลา ไปประทับอยู่ในใจผู้คนหลากเชื้อชาติ
พิศมณเทน — นักรบแห่งญี่ปุ่น
ในแดนอาทิตย์อุทัย ท้าวเวสสุวรรณเป็นที่รู้จักในพระนาม พิศมณเทน (Bishamonten / 毘沙門天) หรือเรียกสั้นๆ ว่าพิศมณ
ชาวญี่ปุ่นมองท่านเป็น เทพแห่งสงครามและนักรบ ผู้สวมเกราะ ถืออาวุธ และลงโทษคนชั่ว ภาพลักษณ์ของท่านจึงดุดันองอาจในแบบของนักรบซามูไร ในมือข้างหนึ่งทรงถือหอก และอีกข้างหนึ่งทรงถือเจดีย์จำลอง อันเป็นสัญลักษณ์ของคลังสมบัติศักดิ์สิทธิ์ที่ท่านทั้งเฝ้ารักษาและประทานแก่ผู้ศรัทธา
เกร็ดน่าทึ่ง
ในญี่ปุ่น พิศมณเทนยังได้รับการนับถือเป็นหนึ่งใน เจ็ดเทพแห่งโชคลาภ (ชิจิฟุกุจิน) ที่ชาวญี่ปุ่นบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคล แม่ทัพซามูไรในอดีตหลายคนนับถือท่านเป็นเทพประจำตัว เพื่อขอชัยชนะในสนามรบ
อีกพระนามหนึ่งของท่านในญี่ปุ่นคือ ทามนเทน (Tamonten / 多聞天) ซึ่งแปลว่า "ผู้สดับฟังมาก" สื่อถึงการที่ท่านเฝ้าสดับฟังพระธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดง
โต้เหวินเทียนหวัง — ผู้เฝ้าประตูวิหารจีน
ในแผ่นดินจีน ท่านคือ โต้เหวินเทียนหวัง (Duōwén Tiānwáng / 多聞天王) ซึ่งมีความหมายตรงกับทามนเทนของญี่ปุ่น คือ "เทียนหวัง (ราชาสวรรค์) ผู้สดับฟังมาก" อันหมายถึงผู้เฝ้าพิทักษ์สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรม
ในวัดจีน เรามักพบรูปท่านประดิษฐานอยู่ใน วิหารท้าวจตุโลกบาล (เทียนหวังเตี้ยน) ร่วมกับท้าวมหาราชอีกสามองค์ คอยเฝ้าทางเข้าสู่เขตศักดิ์สิทธิ์ ในคติจีน ท่านมักทรงถือเจดีย์ในพระหัตถ์ข้างหนึ่ง และตรีศูล (หอกสามง่าม) ในอีกข้างหนึ่ง
รู้หรือไม่
ในบรรดาท้าวจตุโลกบาลทั้งสี่ตามคติจีน ท้าวเวสสุวรรณ (โต้เหวินเทียนหวัง) มักได้รับการยกย่องให้เป็น หัวหน้า หรือผู้นำของทั้งสี่องค์ ซึ่งสอดคล้องกับความโดดเด่นของท่านในคติไทยและคติอื่นๆ ที่เราเล่ามาตลอด นับเป็นเรื่องน่าทึ่งที่หลายวัฒนธรรมต่างยกย่องท่านเป็นพิเศษเหมือนกัน
นอกจากนี้ ในคติพื้นบ้านจีนและลัทธิเต๋า ลักษณะของท่านยังถูกผสานเข้ากับเทพเจ้าหลี่จิ้ง ผู้ถือเจดีย์เช่นเดียวกัน จนกลายเป็นภาพที่คุ้นเคยในวัฒนธรรมจีน
ไวศรวัณ — ผู้ทรงสิงโตหิมะแห่งทิเบต
ขึ้นไปบนที่ราบสูงทิเบต ท่านคือ ไวศรวัณ หรือในภาษาทิเบตเรียกว่า นัมโทเซ (Namtöse) ซึ่งแปลว่า "ผู้สดับฟังทั้งปวง" ตรงกับความหมายในจีนและญี่ปุ่น
ในคติทิเบต ท่านได้รับการนับถือเป็น ธรรมบาล หรือผู้พิทักษ์พระธรรม และที่น่าสนใจคือ ท่านมักถูกเชื่อมโยงหรือถือเป็นภาคหนึ่งของ ชัมภละ (Jambhala) เทพแห่งทรัพย์ในพุทธศาสนาวัชรยาน
ในภาพเขียนทังกาของทิเบต ไวศรวัณมักปรากฏในรูปลักษณ์อันงดงาม ประทับบนหลังสิงโตหิมะ ทรงถือธงแห่งชัยชนะ และทรงถือ พังพอนที่คายดวงแก้วมณีออกมา อันเป็นสัญลักษณ์ของทรัพย์สมบัติที่ไหลรินไม่ขาดสาย
เชื่อมโยงสู่รากเหง้า
สัญลักษณ์พังพอนคายแก้วมณีนี้ น่าสนใจมาก เพราะมันคือสัญลักษณ์เดียวกับที่ติดตัวกุเวรมาตั้งแต่ในคติฮินดูโบราณ ดังที่เราเล่าในบทที่ ๓ นี่แสดงให้เห็นว่า แม้รูปลักษณ์จะเปลี่ยนไปตามวัฒนธรรม แต่รากเหง้าความเป็นเทพแห่งทรัพย์ก็ยังตามติดท่านไปทุกหนแห่ง
แก่นเดียวกันใต้หลากรูปลักษณ์
เมื่อเรามองภาพรวมของท้าวเวสสุวรรณทั่วโลกพุทธ เราจะพบสิ่งที่น่าอัศจรรย์
ไม่ว่าจะเป็นพิศมณเทนนักรบแห่งญี่ปุ่น โต้เหวินเทียนหวังผู้เฝ้าประตูแห่งจีน ไวศรวัณผู้ทรงสิงโตแห่งทิเบต หรือท้าวเวสสุวรรณยักษ์ใหญ่แห่งไทย — ทั้งหมดล้วนมีแก่นสามอย่างที่เหมือนกันไม่เปลี่ยนแปลง
หนึ่งคือ ความเป็นผู้พิทักษ์ทิศเหนือ สองคือ ความเป็นเทพแห่งทรัพย์ และสามคือ ความเป็นผู้คุ้มครองพระพุทธศาสนา แก่นทั้งสามนี้เดินทางข้ามพรมแดนไปกับท่านทุกหนแห่ง แม้เปลือกนอกจะแปรเปลี่ยนตามจินตนาการของแต่ละดินแดน
ข้อคิด
เรื่องนี้สอนเราว่า สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ย่อมข้ามพ้นพรมแดนของเชื้อชาติและวัฒนธรรม ผู้คนต่างภาษาต่างความเชื่อ ต่างก็พบที่พึ่งทางใจในเทพองค์เดียวกัน นี่คือเครื่องยืนยันถึงพระบารมีอันกว้างใหญ่ไพศาลของท้าวเวสสุวรรณ
ก่อนจะไปต่อ
เราได้เดินทางท่องโลกพุทธ พบท้าวเวสสุวรรณในหลากรูปลักษณ์ และจบภาคที่ว่าด้วยรูปลักษณ์และสัญลักษณ์ของท่านแล้ว
ถึงตรงนี้ เราเข้าใจทั้งตัวตน ตำแหน่งในจักรวาล ความสัมพันธ์กับพระพุทธเจ้า และรูปลักษณ์ของท่านอย่างครบถ้วน คำถามต่อไปจึงเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวผู้ศรัทธาที่สุด — แล้วเราจะ บูชา ท่านอย่างไรให้ถูกต้องและเกิดผลดี?
ในภาคต่อไป เราจะเข้าสู่เรื่องการบูชา เริ่มจากหัวใจสำคัญที่สุด นั่นคือ คาถาบูชา และเครื่องสักการะ ในบทถัดไป