朱拉玛尼寺
โลกนีติ

ราชกัณฑ์ — หมวดพระราชา

โลกนีติ · 26 คาถา พร้อมคำแปลและขยายความ

๑๑๒. การนอนของแต่ละบุคคล

เอกยามํ สเย ราชา ทฺวิยามญฺเญว ปณฺฑิโต ฆราวาโส ติยามํว จตุยามํ ตุ ยาจโก ฯ

พระราชาบรรทมยามเดียว บัณฑิตนอนสองยาม ผู้ครองเรือนนอนสามยาม ยาจกนอนเต็มสี่ยาม

การนอนเป็นสิ่งที่น่าปรารถนาของมนุษย์และสัตว์ทั้งหลาย บางคนนอนเพื่อพักผ่อนให้หายจากความเหน็ดเหนื่อย บางคนนอนเอาแรงเพื่อตื่นขึ้นมาต่อสู้เอาชีวิตรอด บางคนนอนเพื่อบริหารอิริยาบถให้สม่ำเสมอ คนขยันมักจะนอนน้อย คนเกียจคร้านมักจะนอนมาก

กษัตริย์มีพระราชกิจมากทั้งกลางวันและกลางคืน มีพระราชดำริโครงการใหม่ ๆ ทรงออกตรวจตราสร้างความสงบสุขให้แก่ไพร่ฟ้าประชาชน เพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่พสกนิกรของพระองค์ แทบไม่มีเวลาพักผ่อนพระวรกาย จึงทรงมีเวลาบรรทมพักผ่อนเพียงยามเดียวเท่านั้น (๔ ชั่วโมง)

บัณฑิตผู้กำลังบำเพ็ญเพียร ควรนอนเพียง ๒ ยาม (๘ ชั่วโมง)

คฤหัสถ์ผู้ครองเรือน หาเลี้ยงชีพพออยู่ได้ นอน ๓ ยาม (๑๒ ชั่วโมง)

ส่วนยาจก เที่ยวขอทานเลี้ยงชีพ นอน ๔ ยาม (ทั้งวันทั้งคืน คือ ตลอดคืนนับเป็น ๓ ยาม และตลอดวันนับเป็น ๑ ยาม)

๑๑๓. ปฏิรูปเทสะ ๕ ประการ

ธนวา สุตวา ราชา นที เวชฺโช จ ปญฺจิเม ยตฺถ เทเส น วิชฺชนฺติ น ตตฺถ ทิวสํ วเส ฯ

เศรษฐี นักปราชญ์ พระราชา แม่น้ำ และแพทย์ ทั้ง ๕ อย่างนี้ ไม่มีในที่ใด ไม่ควรอยู่ในที่นั้นแม้วันเดียว

ปฏิรูปเทสะ คือ สถานที่หรือประเทศที่น่าอยู่ มีองค์ประกอบ ๕ อย่าง คือ

  1. เศรษฐี คนมั่งมีเงินทอง พ่อค้าวาณิช ผู้สร้างงาน ทำให้เงินหมุนเวียนไปสู่คนทุกระดับชั้น จึงสามารถหาความสะดวกสบายได้

  2. นักปราชญ์ราชบัณฑิต ผู้ปฏิบัติและแนะนำขนบธรรมเนียมที่เป็นต้นติประเพณีที่ดีงาม ทำให้เกิดการร่วมมือร่วมใจกันสร้างสรรค์สังคมที่น่าอยู่

  3. พระราชาผู้ทรงธรรม ทรงพระปรีชาสามารถบำบัดทุกข์ที่เกิดขึ้นจากความไม่ยุติธรรมในบ้านเมือง และบำรุงสุขทำให้ประชาราษฎร์เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน

  4. แม่น้ำลำธาร ที่สร้างความอุดมสมบูรณ์ให้เกิดการประกอบกสิกรรมและเกษตรกรรม ที่หล่อเลี้ยงชาวเมืองให้มีความอยู่ดีกินดี

  5. หมอผู้มีความสามารถ ในการวินิจฉัยและเยียวยารักษาโรค ให้เกิดสุขพลานามัยแก่ชาวเมืองผู้ได้รับทุกข์ทรมานจากโรคภัยไข้เจ็บ

หากประเทศใดขาดองค์ประกอบ ๕ อย่างนี้ ไม่ควรอยู่แม้วันเดียว

๑๑๔. สถานที่ที่ไม่ควรอยู่อาศัย

ยสฺมึ ปเทเส น มาโน น เปมํ น จ พนฺธวา น จ วิชฺชาคโม โกจิ น ตตฺถ ทิวสํ วเส ฯ

ที่ใด ไม่มีคนนับถือ คนรัก ญาติพี่น้อง และทางได้วิชาความรู้ ไม่ควรอยู่ในที่นั้นให้ข้ามวัน

สถานที่ที่น่าไป เมื่อไปแล้วก็น่าอยู่ เมื่ออยู่ก็ควรอยู่หลาย ๆ วัน คือ สถานที่ซึ่งมีคนเคารพนับถือกัน มีคนรักสนิทสนมคุ้นเคย มีญาติพี่น้องที่จะช่วยเหลือเกื้อกูลกัน มีสำนักหรือสถาบันการศึกษาพอที่จะสามารถศึกษาหาความรู้ได้

ส่วนสถานที่ใด ไม่มีคนเคารพนับถือกัน มีแต่คนดูถูกเหยียดหยามกัน ไม่มีคนรักสนิทสนมคุ้นเคย มีแต่คนเกลียดชังแหนงหน่ายกัน ไม่มีญาติพี่น้องที่จะเกื้อกูลกัน มีแต่ผู้จะจ้องประทุษร้ายเบียดเบียน ไม่มีสถานศึกษาสำหรับหาความรู้ มีแต่แหล่งอบายมุข หากยังไม่ได้ไปก็ไม่ควรไป หากมีเหตุจำเป็นจะต้องไปก็ไม่ควรอยู่ให้ข้ามวัน หากมีเหตุจำเป็นจะต้องอยู่ก็ให้ระวังรักษาตัวให้ดี อย่าได้คลุกคลี อย่าให้กระทบกระทั่ง อย่าให้ยินดีพอใจในสิ่งไม่ดีไม่งามเหล่านี้ เพราะนั่นจะเป็นเหตุแห่งความเสื่อม

๑๑๕. สิ่งที่ขาดสูญย่อมไม่งาม

อปุตฺตกํ ฆรํ สุญฺญํ รฏฺฐํ สุญฺญํ อราชกํ อสิปฺปสฺส มุขํ สุญฺญํ สพฺพสุญฺญํ ทลิทฺทกา ฯ

เรือนไม่มีบุตรสืบสกุลย่อมขาดสูญ ประเทศไม่มีพระราชาย่อมเสื่อมสูญ วาทะของผู้ไม่มีความรู้ย่อมสูญเปล่า คนเข็ญใจย่อมสูญเปล่าหมดทุกอย่าง

ตระกูลใดมีแต่ธิดา ไม่มีบุตรไว้สืบสกุล ตระกูลนั้นย่อมถึงความสูญสิ้นสกุล เพราะบุตรเท่านั้นจะรักษาสืบทอดวงศ์สกุลไว้ได้ ธิดาไม่สามารถทำได้ เพราะเมื่อแต่งงานแล้วย่อมนับว่าเป็นสกุลอื่น

ประเทศใดไม่มีพระราชาปกครอง หรือมีแต่พระราชาผู้ไม่ทรงธรรม กดขี่ข่มเหงประชาราษฎร์ ประเทศนั้นย่อมขาดสูญราชประเพณีที่ดีงาม

ผู้ไม่มีความรู้หรือมีความรู้น้อย จะแสดงวาทะความคิดเห็น หรือแนะนำสั่งสอนผู้อื่น คำพูดของเขาย่อมไม่มีน้ำหนัก ไม่น่าเชื่อถือ เมื่อพูดไปแล้วก็นับว่าสูญเปล่า นำไปปฏิบัติตามไม่ได้

ส่วนคนยากไร้เข็ญใจ ไร้ญาติขาดมิตร ตกยาก ไร้ที่พึ่งอนาถา ขาดที่พักพิง ขาดอาหารประทังชีวิต ขาดเสื้อผ้าปกปิดกาย ถือว่าสูญสิ้นหมดทุกอย่าง

๑๑๖. การแสวงหาในชีวิต

ธนมิจฺเฉ วณิชฺเชยฺย วิชฺชมิจฺเฉ ภเช สุตํ ปุตฺตมิจฺเฉ ตรุณิตฺถึ ราชามจฺจํ วสํ คเม ฯ

อยากได้ทรัพย์ต้องค้าขาย อยากได้วิชาต้องคบหาผู้รู้ อยากได้ลูกต้องมีเมียสาว อยากเป็นข้าราชการต้องเอาใจขุนนาง

คนส่วนใหญ่คิดว่าทรัพย์สินเงินทองเป็นของจำเป็นอันดับหนึ่งที่จะทำให้การครองชีพเป็นไปอย่างมีความสุขและสะดวกสบาย จึงพากันแสวงหา คิดว่าเมื่อมีมากก็จะมีความสุขมาก เมื่อมีน้อยก็จะมีความสุขน้อย

เมื่อชาวโลกมีความเห็นอย่างนี้ บัณฑิตท่านจึงแนะนำว่า อยากได้ทรัพย์ต้องลงทุนลงแรง ประกอบสัมมาอาชีพโดยสุจริต ไม่ฉ้อฉยฉ้อโกง อยากได้วิชาความรู้ต้องเข้าหาบัณฑิตผู้ทรงความรู้ขนแขนงต่าง ๆ หรือผู้มีความรู้ชำนาญเฉพาะด้าน อยากได้ลูกที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรงต้องมีเมียสาว อยากเป็นข้าราชบริพารต้องหมั่นใกล้ชิดสนองงานขุนนาง

แต่ถ้าอยากได้บุญกุศลต้องหมั่นให้ทาน รักษาศีล เจริญสมาธิภาวนา หากยังไม่รู้วิธีทำ ควรเข้าหานักปราชญ์เพื่อสอบถามถึงวิธีทำบุญที่ถูกต้อง ไม่ทำเพราะหลงเชื่อตามคำพรรณนาอานิสงส์ ต้องพิจารณาตามเหตุตามผล

๑๑๗. ความเสื่อมของแต่ละจำพวก

นฏฺโฐ ยติ อสนฺตุฏฺโฐ สนฺตุฏฺโฐ จ มหีปติ ลชฺชา จ คณิกา นฏฺฐา นิลฺลชฺชา กุลธีติกา ฯ

นักบวชไม่สันโดษก็เสื่อมเสีย พระราชาสันโดษก็เสื่อมเสีย หญิงคณิกามีความละอายก็เสื่อมเสีย กุลธิดาไม่มีความละอายก็เสื่อมเสียเช่นกัน

ความเสื่อมย่อมมีแก่บุคคลทุกชาติชั้นวรรณะ โดยไม่เลือกว่าชั้นศักดินาหรือยาจก หนุ่มสาวหรือแก่เฒ่า บุรุษหรือสตรี บรรพชิตหรือคฤหัสถ์

บรรพชิต เป็นนักบวชที่มีความเป็นอยู่อย่างเรียบง่าย สันโดษในปัจจัยจึงเกื้อกูลแก่การบำเพ็ญสมณธรรม หากไม่รู้จักสันโดษย่อมเสื่อมจากสมณธรรม

พระราชามหากษัตริย์ หากสันโดษมักน้อย ไม่ขวนขวายในพระราชกิจเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ ประเทศชาติก็จะล่มจม

หญิงคณิกา เลี้ยงชีพด้วยการขายบริการ หากมัวแต่ละอาย ไม่มีมารยาหญิง ย่อมไม่เป็นที่ต้องการของชาย จึงเสื่อมจากรายได้เพื่อเลี้ยงชีพ

กุลธิดา อยู่ในตระกูลที่มีชื่อเสียง มีคนนับหน้าถือตา เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง หากไม่ละอาย กิริยากระโดกกระเดก ย่อมพาวงศ์สกุลเสื่อมเสีย

๑๑๘. กำลังของแต่ละบุคคล

ปกฺขีนํ พลมากาโส มจฺฉานมุทกํ พลํ ทุพฺพลสฺส พลํ ราชา กุมารานํ รุทํ พลํ ฯ

ลมเป็นกำลังของนก อุทกเป็นกำลังของปลา พระราชาเป็นกำลังของผู้อ่อนแอ การร้องไห้งอแงเป็นกำลังของเด็ก

ผู้จะโลดแล่นไปอย่างโดดเด่น ต้องอาศัยกำลังหนุนต่างกันไป

นก จะโบยบินไปสู่ท้องฟ้า และบินร่อนอย่างสวยงาม เพราะได้แรงลมเป็นกำลังหนุน นกตัวใดไม่เคยบินต้านแรงลม นกตัวนั้นจะไม่แข็งแรง ลมจึงนับว่าเป็นกำลังเสริมของหมู่นก

ปลา จะแหวกว่ายไปในสายธารได้อย่างรวดเร็ว เพราะเคยแหวกว่ายผ่านกระแสน้ำเชี่ยวมาแล้ว หากปลาอาศัยอยู่แต่ในน้ำนิ่ง ก็จะไม่แข็งแรง จึงถูกปลาใหญ่กว่ากินเป็นอาหาร กระแสน้ำจึงเป็นกำลังเสริมของฝูงปลา

พระราชา มีพระบรมเดชานุภาพยิ่งใหญ่ บำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ผู้อ่อนแอไร้ที่พึ่งทั้งหลาย พระราชาจึงเป็นกำลังให้แก่ผู้อ่อนแอทั้งหลาย

เด็กอ่อน เมื่อได้ร้องไห้ดิ้นรนถีบถองและซุกซน จึงจะมีร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ การร้องไห้และซุกซนจึงเป็นกำลังเสริมให้แก่เด็ก

๑๑๙. คุณสมบัติของผู้นำ ๖ ประการ

ขมา ชาคริยุฏฺฐานํ สํวิภาโค ทยิกฺขณา นายกสฺส คุณา เอเต อิจฺฉิตพฺพา สตํ คุณา ฯ

ความอดทน ความตื่นตัว ความขยัน ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ความเอ็นดู การมีวิจารณญาณ คุณสมบัติเหล่านี้เป็นของผู้นำ ซึ่งเป็นคุณสมบัติของคนดีที่ทุกคนปรารถนา

โลกนีติบทนี้ ท่านแสดงคุณสมบัติของผู้นำประเทศ ๖ ประการ คือ

  1. ขมา มีความอดทน อดกลั้นสูง ใจเย็น

  2. ชาคริยะ มีความตื่นตัว รู้เท่าทันสถานการณ์บ้านเมือง

  3. อุฏฐานะ มีความขยันหมั่นเพียร ไม่ขี้เกียจย่อท้อ

  4. สังวิภาคะ มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล จัดสรรแบ่งปัน

  5. ทยา มีความเอ็นดู เอื้ออาทรต่อเพื่อนร่วมชาติ

  6. อิกขณา มีวิจารณญาณ เฉลียวฉลาด ปรีชาสามารถ

คุณสมบัติทั้ง ๖ ประการนี้ บุคคลผู้เป็นผู้นำประเทศชาติจะต้องมี หากยังไม่มี ต้องพยายามฝึกฝนให้มีให้เป็น จึงจะเป็นที่ยอมรับของคนหมู่มากในระบอบประชาธิปไตย

๑๒๐. ผู้รักษาคำพูด

สกึ วทนฺติ ราชาโน สกึ สมณพฺราหฺมณา สกึ สปฺปุริสา โลเก เอส ธมฺโม สนนฺตโน ฯ

พระราชาตรัสคำเดียว สมณะและพราหมณ์ก็กล่าวคำเดียว สัปบุรุษพูดคำเดียว นี้เป็นธรรมเนียมที่สืบต่อกันมานาน

บุคคลผู้ได้รับการยกย่องจากชาวโลกส่วนใหญ่ คือบุคคลผู้มีคุณสมบัติหลายอย่าง โดยเฉพาะคุณสมบัติทางคำถ้อยเจรจา ก่อนจะกล่าวอะไรออกมาต้องพิจารณาแล้วพิจารณาอีก ไตร่ตรองแล้วไตร่ตรองอีก ใคร่ครวญแล้วใคร่ครวญอีก เพราะหากพลั้งพลาดกล่าวอะไรออกไปแล้ว จะแก้ไขให้กลับดีนั้นทำได้ยาก ต้องเป็นผู้มีวาจาสิทธิ์ คือสำเร็จได้ด้วยคำพูดเดียวเท่านั้น

กษัตริย์ตรัสแล้วไม่คืนคำ สำนวนนี้เราได้ยินได้ฟังมานาน และเห็นเป็นเช่นนั้นจริง ขึ้นชื่อว่ากษัตริย์รับสั่งอะไรออกไปแล้ว จะกลับรับสั่งใหม่ไม่ได้ ต้องถือปฏิบัติตามนั้น จึงทรงพิจารณาอย่างถี่ถ้วนก่อนแล้วจึงรับสั่งออกไป

สมณะ พราหมณ์ และสัปบุรุษ เป็นผู้มีคุณธรรมสูง จึงมีปรกติกล่าวคำสุภาษิต กล่าวคำจริง กล่าวคำประกอบด้วยประโยชน์

สิ่งเหล่านี้เป็นธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติสืบ ๆ กันมาตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน

๑๒๑. ความไม่ดีของแต่ละบุคคล ๔ ประการ

อลโส คิหี กามโภคี น สาธุ อสญฺญโต ปพฺพชิโต น สาธุ ราชา น สาธุ อนิสมฺมการี โย ปณฺฑิโต โกธโน ตํ น สาธุ ฯ

คฤหัสถ์ผู้บริโภคกามเกียจคร้านย่อมไม่ดี บรรพชิตไม่สำรวมระวังย่อมไม่ดี พระราชาไม่ทรงพิจารณาก่อนทำราชกิจย่อมไม่ดี บัณฑิตโกรธง่ายก็ไม่ดี

ชาวบ้านที่ยังบริโภคกาม ไม่ควรเกียจคร้าน ควรขยันหมั่นเพียรทำมาหากิน โลกปัจจุบันมีการแข่งขันกันสูง แข่งขันแสวงหาเครื่องอำนวยสะดวก ซึ่งเป็นเหตุให้ดิ้นรนหาเลี้ยงชีพลำบากมากขึ้นจนเกินความจำเป็น ผู้ขยันมากจึงได้เปรียบ ผู้ขยันน้อยย่อมเสียเปรียบ ผู้เกียจคร้านยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง

บรรพชิตไม่สำรวมอินทรีย์ เข้าไปสู่ประชุมชนย่อมไม่น่าดู ไม่น่าเลื่อมใส

พระราชาไม่ทรงพิจารณาให้ถี่ถ้วนก่อนทำราชกิจ ย่อมเสียราชกิจ

บัณฑิตขี้โกรธ ไม่อดทน โกรธง่าย เอาแต่ใจ แสดงอาการปั้นปึ่ง ย่อมไม่สมกับเป็นบัณฑิต

๑๒๒. หมู่คณะที่มีผู้นำหลายคน

พหโว ยตฺถ เนตฺตาโร สพฺเพ ปณฺฑิตมานิโน สพฺเพ มหตฺตมิจฺฉนฺติ เตสํ กมฺมํ วินสฺสติ ฯ

ในหมู่คณะที่มีผู้นำหลายคน ซึ่งแต่ละคนก็สำคัญตนว่ารอบรู้ ต่างก็อยากเป็นใหญ่ การงานของพวกเขาย่อมพินาศ

หมู่คณะใดเลือกสรรหาผู้รู้ ซึ่งมีความสามารถมากที่สุด รู้จักคำเจรจาพูดประสานสามัคคี เสียสละเพื่อหมู่คณะ มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เป็นต้น มาเป็นผู้นำ หมู่คณะยอมรับว่าเป็นผู้รู้จริง ให้การสนับสนุน เห็นด้วยกับแนวความคิด ไม่ขัดแย้ง แม้จะขัดแย้งก็ใช้เหตุใช้ผล การงานของหมู่คณะเช่นนี้ ย่อมได้รับการพัฒนาให้เจริญรุดหน้า ไม่หยุดชะงัก

ส่วนหมู่คณะใดมีผู้รู้หลายคน มีผู้นำหลายคน มีผู้อาสาหลายคน ซึ่งแต่ละคนต่างแก่งแย่งกันเป็นใหญ่ ยกตนข่มท่าน ยุแยกให้แตกสามัคคีออกหลายกลุ่มหลายเหล่า ไม่สามารถผนึกกำลังกันได้ ใครทำก็ถูกตำหนิ ใส่ร้ายกันเอง หมู่คณะนั้น ย่อมไม่ได้รับการพัฒนาให้เจริญขึ้น มีแต่จะพินาศลง การงานก็เกี่ยงกันทำ เมื่อไม่มีใครทำ ก็โยนความผิดให้คนโน้นคนนี้ ในที่สุดผู้อวดตนว่ารู้เหล่านี้ ก็นำพาหมู่คณะไปสู่ความวิบัติ

๑๒๓. สิ่งที่ผู้นำพึงรู้

อายํ ขยํ สยํ ชญฺญา ราชา สยํ กตากตํ นิคฺคเห นิคฺคเหตพฺพํ ปคฺคเห ปคฺคหารหํ ฯ

พระราชาพึงทรงทราบเหตุแห่งความเจริญและความเสื่อม พึงทรงทราบราชกิจที่ทรงทำแล้วและยังไม่ทำ ด้วยพระองค์เอง พึงลงโทษผู้ที่ควรลงโทษ พึงยกย่องผู้ที่ควรยกย่อง

พระราชาพระองค์ใดเอาใจใส่ราชกิจ หมั่นตรวจสอบข้าราชบริพาร ให้ตรวจตราบริเวณชายแดน ติดตามข่าวสารเกี่ยวกับโจร ๔ จำพวก คือ โจรป่า โจรบ้าน โจรเมือง และโจรผ้าเหลือง

  • โจรป่า คือโจรที่ซ่องสุมกำลังอยู่ในป่า ออกปล้นสะดม เมื่อมีกำลังมากก็คิดใหญ่ถึงขนาดคิดล้มล้างราชบัลลังก์

  • โจรบ้าน คือโจรที่ลักเล็กขโมยน้อย งัดแงะ ตัดช่องย่องเบา ปลอมแปลงสินค้า เป็นต้น

  • โจรเมือง คือนักบริหารบ้านเมืองและข้าราชการ ที่คดในข้องอในกระดูก ไม่สุจริตต่อหน้าที่ ไม่ยอมจ่ายภาษีรายได้ ผันเงินแผ่นดิน ซึ่งเป็นภาษีอากรของประชาชนไปใช้เพื่อให้เกิดประโยชน์แก่ตนและพวกพ้อง เป็นต้น

  • โจรผ้าเหลือง คือสมณพราหมณ์ผู้ทุศีล หลอกลวงเขาเลี้ยงชีพ

เมื่อทรงเอาใจใส่เช่นนี้ ก็จะทราบเหตุแห่งความเสื่อมและความเจริญ พึงลงโทษผู้ที่ควรลงโทษ และพึงยกย่องผู้ที่ควรยกย่อง

๑๒๔. กาลเทศะที่พึงระวัง

ปิฏฺฐิโตกฺกํ นิเสเวยฺย กุจฺฉิยาว หุตาสนํ สามิกํ สพฺพภาเคน ปรโลกํ อโมหวา ฯ

เวลาผิงแดดควรหันหลังให้ เวลาผิงไฟควรหันหน้าให้ เวลาเข้าหาเจ้านายควรหันให้ทั้งข้างหน้าและข้างหลัง (คือนอบน้อมทั้งต่อหน้าและลับหลัง) ต้องไม่หลงสติก่อนจะเข้าสู่ปรโลก

คนเรามักทำอะไร ๆ ตามสบาย ตามอัธยาศัย ไม่เคร่งเครียดจริงจัง ก็ไม่เป็นไร แต่ต้องทำให้เหมาะสมในเวลาต่อไปนี้

เวลาผิงแดดในฤดูหนาว ควรหันหลังให้แสงแดด ไม่ควรหันหน้าให้ เพราะจะทำให้ดวงตาต้องแสงตะวัน

เวลาผิงไฟในฤดูหนาว ควรหันหน้าเข้าหากองไฟ ไม่ควรหันหลังให้ เพราะเมื่อมีสะเก็ดไฟแตกกระเด็นออกมาจะได้เห็น และหลบได้ทันไม่ถูกไฟไหม้

เวลาเข้าหาเจ้านาย หรือเวลาเข้าเฝ้าพระราชา ควรหมอบคลานเข้าไป ให้เห็นทั้งข้างหน้าและข้างหลัง ซึ่งถือว่าเป็นการเคารพนบนอบ

เวลาใกล้จะตาย ต้องระวังไม่ให้หลงสติ เพราะเมื่อหลงสติก่อนตาย จะส่งผลให้ไปเกิดในอบายภูมิ

๑๒๕. หกสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยง

อคฺคิ อาโป อิตฺถี มุฬฺโห สปฺโป ราชกุลานิ จ อปยนฺเตน คนฺตพฺพา อจฺเจกปาณหารกา ฯ

ไฟ น้ำ หญิง คนโง่เขลา งูพิษ ราชสกุล ทั้งหมดนี้ หากหลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะอาจคร่าชีวิตได้ชั่วพริบตาเดียว

ไฟ แม้จะกองเล็ก ๆ ก็ไม่ควรประมาทว่าจะไม่เป็นอันตราย เพราะอาจติดลามไปได้อย่างรวดเร็ว จนกลายเป็นกองเพลิงใหญ่เผาทุกอย่างให้วอดวายได้

น้ำ แม้จะมีกระแสนิ่ง ไม่ไหลเชี่ยว ก็อย่าได้ประมาทว่าไม่มีอันตราย เมื่อพลัดตกลงไปแล้ว อาจตะกายขึ้นฝั่งไม่ได้ จมน้ำตายไปในที่สุด

ผู้หญิง แม้จะไปไหนมาไหนตามลำพัง ก็อย่าคิดว่ายังไม่มีเจ้าของ เมื่อเผลอเข้าไปเกี้ยวพาราสี อาจจะถูกเจ้าของเขาทำร้ายร่างกายได้

คนโง่ ไม่มีปัญญาพิจารณาว่าอะไรควรไม่ควร อาจจะพาทำกิจที่ไม่ควร จนถูกเจ้าหน้าที่บ้านเมืองจับปรับหรือกักขังได้

งูพิษ แม้จะตัวเล็ก ๆ อย่าประมาทว่าจะไม่เป็นอันตราย เพราะขึ้นชื่อว่างูพิษ จะตัวเล็กตัวใหญ่ก็ย่อมมีพิษเหมือนกัน เมื่อถูกกัด อาจสิ้นชีวิตได้

ราชกุมาร แม้จะทรงพระเยาว์ ก็อย่าได้ดูหมิ่น เมื่อขึ้นครองราชย์อาจปองร้าย ทำให้พินาศได้ชั่วพริบตา

๑๒๖. สามสิ่งที่อยู่แล้วเป็นมรณภัย

ทุฏฺฐภริยํสฺสวาโส ปทุฏฺฐจิตฺตทาสโก สสปฺเป จ ฆเร วาโส มจฺจุ เอว น สํสโย ฯ

อยู่ร่วมกับภรรยาชั่ว มีคนรับใช้เป็นคนเจ้าโทสะ อยู่ในเรือนที่มีงูพิษ ความตายต้องมาถึงแน่โดยไม่ต้องสงสัย

ภรรยานอกใจ คนรับใช้ขี้โมโห และงูพิษในเรือน ทั้ง ๓ อย่างนี้ มีอันตรายใหญ่หลวง สามารถก่อภัยพิบัติได้ทุกเวลา

ภรรยาที่นอกใจ เป็นชู้กับชายอื่น เมื่อรู้ควรรีบตกลงหย่าร้าง อย่าออกอยู่นาน อย่าให้แก้ตัว อย่าให้โอกาส เมื่อใจเป็นอื่นแล้ว มีแต่จะผลาญสมบัติ หรือคิดคดทรยศ ร่วมกับชายชู้วางแผนฆ่าสามีได้

คนรับใช้เจ้าโทสะ ขี้โมโห โกรธง่าย ควรรีบหาอุบายให้ออกไปโดยเร็ว อย่าไว้วางใจ อย่าดุด่า อย่าทำให้เคียดแค้น เพราะอาจโกรธแล้วทำลายชีวิตและทรัพย์สินให้ย่อยยับได้

ในเรือนที่มีงูพิษ ไม่ควรอยู่ข้ามวัน เพราะอาจถูกกัดเสียชีวิตได้

ทั้ง ๓ อย่างนี้ บัณฑิตท่านเตือนว่า อย่าประมาทไว้วางใจ เพราะเป็นการอยู่ใกล้ความตาย สักวันต้องนำความตายมาให้แน่

๑๒๗. แม้บัณฑิตก็เสื่อมเสียได้

มุฬฺหสิสฺโสปเทเสน กุนารีภรเนน จ อสตา สมฺปโยเคน ปณฺฑิโตปฺปวสีทติ ฯ

แม้เป็นบัณฑิตก็เสื่อมเสียได้ เพราะมัวแต่สั่งสอนศิษย์โง่เขลา เพราะเลี้ยงดูภรรยาชั่ว และเพราะการอยู่ร่วมกับคนเลว

ขึ้นชื่อว่าอ้อย แม้จะถูกเครื่องหีบบดขยี้ ก็ไม่ทิ้งรสหวาน

ขึ้นชื่อว่าเกลือ แม้จะถูกเผาถูกต้ม ก็ไม่ทิ้งความเค็ม

ขึ้นชื่อว่าบัณฑิต แม้จะถูกขู่เข็ญ ถูกปองร้าย ถูกเบียดเบียน ก็ไม่ทิ้งธรรม แม้จะได้รับการยอมรับนับถือว่าเป็นบัณฑิต หากมัวแต่สั่งสอนลูกศิษย์โง่เขลาเบาปัญญา สอนไม่รู้จักจำ สอนแล้วสอนอีก ศิษย์โง่นั้นก็ยังโง่อยู่อย่างเดิม สอนเท่าไรไม่ทำให้ฉลาดขึ้นได้ ก็จะทำให้ผู้คนหมดศรัทธาได้ ถูกตำหนิได้ว่า ไม่เก่งจริง ไม่ฉลาดจริง เพียงสอนศิษย์ให้ฉลาดก็ทำไม่ได้ หรือเลี้ยงดูภรรยาชั่ว คบชู้สู่ชาย ทำเรื่องเสียหายให้ชาวโลกนินทาว่า ไม่เหมาะสมเป็นบัณฑิต เป็นสามีของหญิงชั่วคนหนึ่งเท่านั้น หรืออยู่ร่วมกับคนเลว ร่วมกิน ร่วมกิจ ร่วมนอน ไปไหนมาไหนด้วยกัน อาจถูกคนเขารังเกียจได้ว่า เป็นเหมือนกันกับคนเลวเหล่านั้น จะได้ชื่อว่าบัณฑิตอย่างไรกัน เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมถึงความเสื่อมได้

๑๒๘. ความเกี่ยวพันของคนใกล้ชิด

มาตา ปุตฺตกรํ ปาปํ สิสฺสปาปํ คุรู ตถา ราชา รฏฺฐกรํ ปาปํ ราชปาปํ ปุโรหิโต ฯ

ลูกทำชั่วแม่ก็พลอยชั่วด้วย ศิษย์ทำชั่วครูก็พลอยชั่วด้วย พระราชาทำชั่วปุโรหิตก็พลอยชั่วด้วย

คนที่มีความเกี่ยวข้องกัน เมื่อคนใดคนหนึ่งทำดีหรือทำชั่ว อีกคนหนึ่งก็พลอยได้รับคำสรรเสริญหรือคำตำหนิติฉินตามด้วย

ลูกทำชั่ว พ่อแม่ก็พลอยถูกตราหน้าว่าชั่วด้วย เพราะไม่รู้วิธีแนะนำสั่งสอนลูกให้เป็นคนดี หรือไม่ก็เพราะพ่อแม่ไม่ได้สั่งสอนลูกเลยว่าอะไรดีอะไรชั่ว อะไรควรทำอะไรไม่ควรทำ ลูกจึงทำความชั่วตามเพื่อนฝูง

ศิษย์ทำชั่ว ครูบาอาจารย์ก็ถูกเขาตำหนิว่าชั่วด้วย ชาวโลกอาจเข้าใจได้ว่า อาจารย์สอนให้ศิษย์ไปทำความชั่ว เพื่อผลประโยชน์ของอาจารย์เอง

พระราชาทำชั่ว ปุโรหิตและราชอมาตย์ก็พลอยได้รับโทษทัณฑ์ตามด้วย เพราะชาวโลกเขาจะตำหนิได้ว่า ที่พระราชาทำชั่วก็เพราะปุโรหิตหรือราชอมาตย์ หรือบุคคลใกล้ชิดไม่ทักท้วง แต่ให้การสนับสนุน

หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำความดี อีกฝ่ายก็ได้รับการสรรเสริญด้วย

๑๒๙. การชนะที่แท้จริง

อกฺโกเธน ชิเน โกธํ อสาธุํ สาธุนา ชิเน ชิเน กทริยํ ทาเนน สจฺเจนาลิกวาทินํ ฯ

พึงชนะคนโกรธด้วยความไม่โกรธ ชนะคนชั่วด้วยความดี ชนะคนตระหนี่ด้วยการให้ ชนะคนพูดเท็จด้วยการพูดคำสัตย์

การเอาชนะคนอื่นมีหลายวิธี บางวิธีก็เอาชนะกันด้วยการสร้างความเสื่อมเสียให้ฝ่ายตรงข้าม บางวิธีก็เอาชนะด้วยการสร้างสัมพันธไมตรีที่ดีต่อกัน

ถ้าจะเอาชนะคนโง่ด้วยการหักล้าง สร้างความเจ็บปวดให้เขาอาฆาตเคียดแค้น การเอาชนะแบบนี้ไม่ถาวรเลย เพราะสักวันจะต้องถูกเขาเอาชนะคืนให้กลับแพ้ได้

เอาชนะคนฉลาดด้วยการสร้างความรู้สึกที่ดีต่อกัน ทำให้ฝ่ายตรงข้ามยอมรับนับถือนบนอบ การเอาชนะแบบนี้ เป็นการชนะอย่างถาวร เพราะเมื่อชนะแล้วจะไม่มีวันกลับแพ้อีก

ส่วนคนมักโกรธ ต้องเอาชนะด้วยการอดกลั้นไม่โต้ตอบ คนชั่ว ต้องเอาชนะด้วยการทำดี คนตระหนี่ ต้องเอาชนะด้วยการแบ่งปัน คนโกหก ต้องเอาชนะด้วยการพูดความจริงอยู่เป็นประจำ

๑๓๐. ทานเป็นเครื่องฝึกผู้ฝึกยาก

อทนฺตทมนํ ทานํ ทานํ สพฺพตฺถ สาธกํ ทาเนน ปิยวาจาย อุนฺนมนฺติ นมนฺติ จ ฯ

การให้ทานเป็นเครื่องฝึกคนผู้ฝึกยาก การให้ทานยังประโยชน์ให้สำเร็จในทุกสถาน การให้และคำพูดอ่อนหวาน เปลี่ยนคนกระด้างให้กลับอ่อนน้อมลงได้

โลกนีติบทนี้ แสดงลักษณะพิเศษของผู้นำ การเป็นผู้นำไม่ใช่จะใช้แต่อำนาจบังคับ ใช้แต่พระเดชไม่เพียงพอ ต้องใช้พระคุณควบคู่กันด้วย

การให้ การอนุเคราะห์ส่งเสริมเกื้อกูล จะทำคนที่แข็งกระด้างฝึกยาก ให้กลายเป็นคนฝึกง่าย ยอมทำทุกอย่างตามคำสั่ง คนฝึกสัตว์ เมื่อสั่งให้สัตว์ทำอย่างนั้นอย่างนี้แล้ว ก็จะให้รางวัลเป็นของกิน ทำให้สัตว์อยากได้ของกินแล้วทำตามคำสั่งทุกอย่าง

คนฝึกคนก็ไม่ต่างอะไร เมื่อเขาทำตามคำสั่งแล้ว ควรกล่าวชมให้สิ่งของรางวัล แม้แต่การรู้จักใช้คำพูดอ่อนหวาน ก็สามารถสยบคนแข็งกระด้างกร้าวร้าวให้อ่อนโยนได้เช่นกัน เมื่อเขาเห็นว่าเราอนุเคราะห์สงเคราะห์ เขาก็จะยอมเสนอตัวรับใช้ เพียงเอ่ยปากบอกเขาก็จะรีบทำให้

การให้และคำอ่อนหวานจึงยังประโยชน์ให้สำเร็จในทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ

๑๓๑. ทานเป็นยาเสน่ห์ ตระหนี่เป็นยาเกลียด

ทานํ สิเนหเภสชฺชํ มจฺเฉรํ โทสโนสธํ ทานํ ยสสฺสิเภสชฺชํ มจฺเฉรํ กปโณสธํ ฯ

การให้เป็นยาเสน่ห์ ความตระหนี่เป็นยาเกลียดชัง การให้เป็นยาบำรุงเกียรติยศ ความตระหนี่เป็นยาโดดเดี่ยว

โลกนีติบทนี้ยังเน้นย้ำให้เห็นว่า การให้ ทำให้ร้ายกลายเป็นดี ทำความเกลียดชังให้กลายเป็นความรักใคร่ ทำคนไร้น้ำใจให้กลายเป็นคนมีน้ำใจ ทำคนชอบดูถูกดูหมิ่นให้กลายเป็นคนรู้จักยกย่องสรรเสริญ ทำความขัดข้องให้กลายเป็นความสะดวกคล่องแคล่ว ทำคนเห็นแก่ตัวให้กลายเป็นคนเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทำคนที่ไร้ญาติขาดมิตรให้กลายเป็นคนที่เพรียบพร้อมด้วยญาติมิตรและบริวาร ทำความลังเลให้มีการตัดสินใจฉับพลัน

ท่านจึงกล่าวว่า การให้ เป็นยาเสน่ห์มหานิยม ใคร ๆ ก็ชอบผู้ให้ จะไปไหนมาไหนก็มีคนนับหน้าถือตา ความตระหนี่เป็นยาพิษทำให้คนเกลียดชัง ไม่มีใครชอบคนขี้เหนียวเห็นแก่ได้ ไม่ให้แล้วยังจะเอาอีก

ผู้ให้ ย่อมมีเกียรติ มียศ มีชื่อเสียง มีคนชื่นชอบ

ผู้ตระหนี่ ย่อมเสื่อมเกียรติ เสื่อมยศ เสื่อมชื่อเสียง ผู้คนชิงชัง

๑๓๒. กำลังสามัคคีแห่งคนไม่แข็งแรง

พหูนมปฺปสารานํ สามคฺคิยา ชยํ ชเย ติเณหิ วตฺตเต โยตฺตํ เตน นาโคปิ พชฺฌเต ฯ

คนกำลังกายน้อย เมื่อผนึกความสามัคคีอย่างเหนียวแน่น ย่อมมีกำลังพอจะเอาชนะข้าศึกได้ ดุจเชือกที่ฟั่นด้วยหญ้า ยังใช้ล่ามช้างได้

ความสามัคคีกับเชือกหญ้า บ่งบอกถึงความเหนียวแน่น ไม่มีสิ่งใดจะมาทำให้ขาดสะบั้นลงได้

คนมีกำลังกายน้อย ถึงจะมีจำนวนมากก็ไม่สามารถทำอะไรได้ ยกของหนักยังไม่ขึ้น ยิ่งจะให้ไปสู้รบปรบมือกับข้าศึกศัตรูแล้ว มีแต่จะถูกข้าศึกศัตรูตีให้แตกกระเจิดกระเจิงวิ่งหนีแทบไม่ทัน แต่เมื่อรวบรวมและผนึกกำลังกันไว้ ย่อมมีกำลังที่แข็งแกร่ง ดูน่าเกรงขาม สามารถข่มขู่ข้าศึก หรือสามารถรบเอาชนะข้าศึกได้

หญ้าหรือฟาง ไม่เหนียวแน่นพอจะให้ผูกหรือล่ามสัตว์ไว้ได้ แต่เมื่อนำมาฟั่นเข้ากันเป็นเส้นใหญ่แล้ว ก็ย่อมมีความเหนียวแน่นพอที่ใช้ผูกหรือล่ามสัตว์ได้ แม้แต่ช้างตัวโต ดังนั้น สังคมควรมีความสามัคคีร่วมมือกันไว้

๑๓๓. เพื่อนไร้ความสามารถ

สหาโย อสมตฺโถปิ เตชสา กึ กริสฺสติ นิวาเต ชลิโต อคฺคิ สยเมวูปสมฺมติ ฯ

เพื่อนไม่มีความสามารถ ถึงจะสำแดงเดชก็จักทำอะไรได้ เหมือนไฟตกอยู่ในที่ปราศจากลม ก็ย่อมดับไปเอง

กิจการใดที่เราทำคนเดียวให้สำเร็จไม่ได้ ต้องหาเพื่อนผู้มีความสามารถมาช่วยทำ ยิ่งเป็นกิจการที่มีความสำคัญมาก ยิ่งต้องเลือกเฟ้นหาเพื่อนที่มีความสามารถสูงมาช่วยทำ แต่เพื่อนส่วนใหญ่มักจะโอ้อวดว่าตนเก่ง ว่ามีความสามารถด้วยกันทั้งนั้น ทำคุยโว ทำท่าทางฮึดฮัดให้เหมือนเก่ง แต่พอเอาเข้าจริง ๆ กลับทำอะไรไม่เป็น

บัณฑิตท่านจึงกล่าวว่า เมื่อไม่มีความสามารถ แม้จะทำท่าสำแดงเดชสักเพียงไรก็ตาม ก็ไม่สามารถจะช่วยใครทำอะไรให้สำเร็จได้

ดุจไฟ แม้จะลุกโชติช่วงสำแดงเดชให้น่าหวาดหวั่นสะพึงกลัวสักเพียงใดก็ตาม แต่เมื่อตกไปอยู่ในที่ไม่มีลม หรือในที่สูญญากาศ ย่อมไม่สามารถลุกไหม้อะไรได้ มีแต่จะค่อย ๆ ดับไปเอง ฉะนั้น

จะทำกิจการใด ก็ควรเฟ้นหาคนมีความสามารถมาช่วยทำ จึงจะสำเร็จ

๑๓๔. ราชเสวกพึงระวังการใช้ของ

น รญฺญา สมกํ ภุญฺเช กามโภคํ กุทาจนํ อาคปฺปํ สรกุตฺตึ วา มาลาคนฺธวิเลปนํ วตฺถํ สพฺพมลงฺการํ น รญฺญา สทิสํ กเร ฯ

ไม่ว่ากาลไหน ๆ ราชเสวกไม่พึงใช้เครื่องอุปโภคบริโภคเท่าเทียมพระราชา ไม่พึงวางท่า เลียนเสียง ใช้ดอกไม้ เครื่องหอม เครื่องประเทืองผิว เสื้อผ้า หรือเครื่องประดับให้เทียบเท่าพระราชา

ไม่ว่าสมัยใด ราชเสวกอย่าได้ใช้เครื่องอุปโภคบริโภคเฉกเช่นพระราชา ไม่ควรวางกิริยาท่าทางให้เหมือนพระราชา ไม่ควรเลียนเสียงให้เหมือนพระราชา ไม่ควรใช้ดอกไม้ชนิดเดียวกับที่พระราชาโปรด ไม่ควรใช้เครื่องหอมเหมือนกับพระราชา ไม่ควรใช้เครื่องประทินผิวอย่างเดียวกับพระราชา ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีสรรลวดลายเดียวกันกับพระราชา และไม่ควรใช้เครื่องประดับ มงกุฎ สร้อย แหวน รองเท้า เข็มขัด หรือเครื่องประดับชนิดอื่น ให้เหมือนกับพระราชา เพราะถือว่าเป็นการหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรืออาจถูกมองว่าจะวางแผนโค่นล้มราชบัลลังก์ หรือมีข้าศึกศัตรูจู่โจมเข้าประชิดอาจจับผิดตัวไปเข่นฆ่าให้สิ้นชีพได้

๑๓๕. พระราชามิใช่สหาย

น เม ราชา สขา โหติ น ราชา โหติ เมถุโน เอโส สามิโก มยฺหนฺติ จิตฺเต นิฏฺฐํ สุชาปเย ฯ

ข้าราชบริพารควรตระหนักแก่ใจเสมอว่า พระราชาไม่ใช่สหายของเรา พระองค์ท่านเป็นเจ้าชีวิตของเรา

ข้าราชบริพารแม้จะมีความคุ้นเคยใกล้ชิดสนิทสนมกันเพียงใดก็ตาม ต้องตระหนักแก่ใจไว้เสมอว่า พระองค์ท่านไม่ใช่เพื่อนรัก ไม่ใช่เพื่อนเล่น ไม่ใช่เพื่อนเที่ยว ไม่ใช่เพื่อนปรับทุกข์ ไม่ใช่เพื่อนที่จะฟังความลับส่วนตัว ไม่ใช่เพื่อนที่จะหยิบยืมของได้ ไม่ใช่เพื่อนที่จะแบ่งปันของกินของใช้กันได้ ไม่ใช่เพื่อนที่หยอกล้อเล่นหัวกันได้ ไม่ใช่เพื่อนที่จะพูดตลกโปกฮากันได้ ไม่ใช่เพื่อนที่จะชวนไปไหนมาไหนได้ ไม่ใช่เพื่อนที่จะเข้านอกออกในตามอำเภอใจได้ ไม่ใช่เพื่อนที่จะนั่งเคียงคู่กันได้ ไม่ใช่เพื่อนที่จะกลั่นแกล้งเล่นกันได้

พระราชาได้ชื่อว่า พระเจ้าเหนือหัว เป็นเจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน เป็นเจ้านายผู้สูงศักดิ์ เป็นสมมุติเทพ เป็นผู้ที่ชาวเมืองเขาให้ความเคารพยกย่อง เทิดทูนไว้เกล้าล้นกระหม่อม เมื่อเข้าเฝ้า ควรระมัดระวังกิริยามารยาท คำพูดคำจา ในใจก็ต้องจงรักภักดี เพราะพระองค์ท่านคือเจ้าชีวิต

๑๓๖. การเข้าเฝ้าพระราชา ๖ อย่างที่ควรเว้น

นาติทูเร ภเช รญฺโญ นาจฺจาสนฺโนปวาตเก อุชุเก นาตินินฺเน จ น ภเช อุจฺจมาสเน ฉ โทเส วชฺเช เสวโก ติฏฺฐเช อคฺคึ สํยโต ฯ

ราชเสวกเข้าเฝ้าพระราชา ไม่ควรนั่งไกลเกินไป นั่งใกล้เกินไป นั่งเหนือลม นั่งตรงพระพักตร์ นั่งในที่ต่ำเกินไป นั่งในที่สูงเกินไป ควรเว้นที่มีโทษ ๖ ประการนี้แล้ว เข้าเฝ้าด้วยความระมัดระวัง เหมือนเข้าใกล้ไฟ ฉะนั้น

เมื่อจะเข้าเฝ้าพระเจ้าอยู่หัว ต้องศึกษาวิธีและธรรมเนียมดีแล้วจึงควรเข้าเฝ้า เช่น ต้องเว้นสถานที่ไม่สมควร ๖ อย่าง คือ

  1. อติทูเร เข้าเฝ้าห่างเกินไป เมื่อจะกราบทูลสิ่งใดได้ยินเสียงไม่ชัดเจน

  2. อัจจาสันเน เข้าเฝ้าใกล้ชิดเกินไป ทำให้ขวางพระพักตร์

  3. อุปวาตเก เข้าเฝ้าทิศเหนือลม อาจมีกลิ่นกายรบกวนพระองค์ได้

  4. อุชุเก เข้าเฝ้าตรงพระพักตร์ กีดขวางทางเสด็จพระราชดำเนิน

  5. อตินินเน เข้าเฝ้าด้านพระปฤษฎางค์ ทำให้ทรงระแวงไม่วางพระทัย

  6. อุจจาสเน เข้าเฝ้าในที่สูงกว่า ดูเหมือนไม่เคารพนบนอบ

๑๓๗. คนดีต้องมีผู้อุ้มชู

คุณี สพฺพญฺญุตุลฺโยปิ น โสภติ อนิสฺสโย อนคฺโฆปิ มณิเสฏฺโฐ เหมํ นิสฺสาย โสภเต ฯ

แม้มีคุณเทียบเท่าพระสัพพัญญู แต่ไร้ผู้อุ้มชู ย่อมไม่สง่างาม แก้วมณีแม้จะดูไร้ค่า เมื่อได้อาศัยเรือนทองรองรับ จึงดูงามล้ำค่า

ผู้จะขึ้นมาเป็นผู้นำ แม้จะมีคุณสมบัติดีเหลือล้น เก่งฉกาจ สามารถทำกิจทุกอย่างให้ประสบความสำเร็จ แต่ขาดผู้ยอมรับ ขาดผู้ให้การสนับสนุน ขาดผู้ยกย่อง ขาดคนอุ้มชู ก็ไม่อาจขึ้นมาเป็นผู้นำได้ แม้จะได้ดูไม่สง่างามเท่าที่ควร เมื่อคนส่วนมากยอมรับนับถือ ยกย่อง เชิดชู เกื้อหนุน เมื่อได้ขึ้นมาเป็นผู้นำ ย่อมสง่างามในที่ทุกสถาน

เปรียบเหมือนแก้วมณี แม้จะมีค่าจนประมาณมิได้ก็ตาม หากไม่มีแท่นทองรองรับ หรือไม่มีเรือนแหวนรองรับ ก็ย่อมไม่งามเด่นตระการตา

คนดีกับแก้วมณี จึงอยู่ในสถานภาพเดียวกัน ผู้มีปัญญาควรไตร่ตรองดู

ราชกณฺโฑ นิฏฺฐิโต — หมวดพระราชา จบ