朱拉玛尼寺
ธรรมนีติ

สุตกณฺฑ — หมวดว่าด้วยการเล่าเรียนสดับฟัง

ธรรมนีติ · 6 คาถา พร้อมคำแปลและขยายความ

๕๘. เรียนกับผู้รู้จริง ความรู้ไม่เสื่อมคุณภาพ

นิปุเณ สุตเมเสยฺย วิจินิตฺวา สุตตฺถิโก ภตฺตํ หุกฺขลิยํ ปกฺกํ ภาชเน ปิ ตถา ภเว ฯ

ผู้ต้องการความรู้ พึงพิจารณาเลือกแล้วแสวงหาความรู้จากผู้ที่ชำนาญ เหมือนข้าวที่หุงสุกในหม้อ แม้ตักใส่จานก็ยังสุกเช่นเดิม

ผู้แสวงหาความรู้ที่จริงใจ พึงพิจารณาให้รอบคอบแล้วเลือกเรียนจากผู้ที่เชี่ยวชาญและประณีตอย่างแท้จริง อุปมาตรงไปตรงมาคือ ข้าวที่หุงสุกดีในหม้อ ย่อมยังคงสุกสมบูรณ์แม้ตักใส่จานเสิร์ฟ ฉันใด ความรู้ที่ผู้เชี่ยวชาญแท้จริงเข้าใจถ่องแท้ ก็ยังคงครบถ้วนและทรงพลังเมื่อถ่ายทอดสู่ศิษย์ ฉันนั้น คำสอนย่อมไม่เสื่อมคุณภาพลงในการถ่ายทอดจากแหล่งที่แท้จริง

๕๙. คนไกลเก็บเพชร คนใกล้กลับมองข้าม

วสุํ คณฺหนฺติ ทูรฏฺฐา ปพฺพเต รตโนจิเต น มิลกฺขา สมีปฏฺฐา เอวํ พาลา พหุสฺสุเต ฯ

ผู้อยู่ไกลย่อมเดินทางไปเก็บทรัพย์บนภูเขาที่เต็มไปด้วยรัตนะ ส่วนคนป่าเถื่อนที่อยู่ใกล้กลับไม่ (เก็บ) ฉันใด คนพาลก็เป็นเช่นนั้นต่อผู้เป็นพหูสูต

คนจากแดนไกลย่อมเดินทางไปยังภูเขาที่เต็มไปด้วยอัญมณีและขวนขวายเก็บสมบัติ ส่วนคนป่าที่อยู่ติดภูเขานั้นเองกลับไม่รู้คุณค่าและยังคงยากจน อุปมานี้ใช้กับความรู้ทางธรรม คนพาลที่อยู่ใกล้ชิดกับผู้เป็นพหูสูต อาจอยู่ในวัดหรือชุมชนเดียวกัน กลับไม่ได้รับประโยชน์จากปัญญานั้น เพราะมองไม่เห็นคุณค่าและไม่พยายามเก็บเกี่ยว ขณะที่คนอื่นอาจเดินทางไกลมาเพื่อเก็บไข่มุกแห่งปัญญาของท่าน โอกาสที่อยู่ใกล้ตัวจึงไร้ความหมายหากไม่รู้ค่า

๖๐. ความรู้ไร้ประโยชน์แก่คนพาล

หิรญฺเญน มิคานํ ว สุสีเลน อสีลิโน อธมฺมิกสฺส ธมฺเมน พาลานมฺปิ สุเตน กึ ฯ

ทองมีประโยชน์อะไรแก่สัตว์ป่า ศีลมีประโยชน์อะไรแก่ผู้ทุศีล ธรรมมีประโยชน์อะไรแก่ผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรม ความรู้จะมีประโยชน์อะไรแก่คนพาลเล่า?

ทองคำไร้ประโยชน์แก่สัตว์ เพราะมันกินไม่ได้และไม่เข้าใจคุณค่า ศีลไร้ความหมายแก่ผู้ไม่มีเข็มทิศทางศีลธรรม เพราะนำไปใช้ไม่ได้ ธรรมอันเป็นกฎแห่งความจริงก็ไร้ความหมายแก่ผู้ไม่ตั้งอยู่ในธรรมโดยพื้นฐาน คำถามเชิงสำนวนจึงถามว่า แล้วความรู้จะมีประโยชน์อะไรแก่คนพาล? เขาอาจท่องจำตำราได้ แต่หากปราศจากคุณสมบัติพื้นฐานคือสติปัญญา ศีลธรรม และเจตนาอันถูกต้อง ความรู้นั้นก็ไร้ค่าดุจทองคำสำหรับวัว

๖๑. รู้น้อยก็เหมือนวัวที่โตแต่เนื้อ

อปฺปสฺสุตายํ ปุริโส พลิพทฺโธ ว ชีวติ มํสานิ ตสฺส วฑฺฒนฺติ ปญฺญา ตสฺส น วฑฺฒติ ฯ

คนผู้มีสุตะน้อย (ความรู้น้อย) ย่อมเป็นอยู่เหมือนโคถึก เนื้อหนังของเขาเจริญขึ้นก็จริง แต่ปัญญาของเขาหาเจริญขึ้นไม่

ผู้ที่ไม่ขวนขวายเล่าเรียนอาจแก่ตัวลง แต่เติบโตเพียงทางกาย เหมือนวัวที่ถูกขุนให้อ้วนเพื่อรอวันถูกฆ่า ร่างกายแก่และขยายใหญ่ขึ้น แต่ปัญญาภายในกลับแคระแกร็นไม่พัฒนา ชีวิตเช่นนี้คือการสูญเปล่าของศักยภาพ ถูกขับด้วยสัญชาตญาณและความอยากพื้นฐานมากกว่าการเติบโตอย่างรู้ตัว ความเจริญทางเนื้อหนังย่อมเน่าเสียในที่สุด ส่วนความเจริญทางปัญญานำสู่ความหลุดพ้น การอยู่รอดผ่านปีเดือนจึงไม่เท่ากับการมีชีวิตที่มีความหมาย

๖๒. กบในบ่อสำคัญว่าน้ำของตนมาก

อปฺปสฺสุโต สุตํ อปฺปํ พหุ มญฺญติ มานโว สินฺธูทกํ อปสฺสนฺโต กูเป โตยํ ว มณฺฑุโก ฯ

ผู้มีความรู้น้อย ย่อมสำคัญความรู้อันน้อยของตนว่ามาก เหมือนกบในบ่อที่ไม่เคยเห็นน้ำในมหาสมุทร ย่อมสำคัญน้ำของตนว่ามาก

ผู้มีความรู้เพียงเล็กน้อย เนื่องจากไม่เคยพบความลึกซึ้งกว้างขวางของวิชาการที่แท้จริง จึงประเมินความเข้าใจของตนผิดว่ามากมาย เหมือนกบที่เกิดและโตในบ่อ เชื่อว่าแอ่งน้ำเล็ก ๆ ที่ตนอาศัยคือมหาสมุทรทั้งหมด เพราะขาดมุมมองต่อมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ไพศาลของความรู้ที่มีอยู่ ทั้งกบและคนรู้ครึ่ง ๆ กลาง ๆ จึงพอใจอยู่กับความประมาทของตน ปัญญาที่แท้เริ่มต้นจากการยอมรับว่าตนยังไม่รู้อีกมาก คือความถ่อมตนที่เกิดจากการได้เห็นความกว้างใหญ่ของมหาสมุทร

๖๓. ลำธารน้อยเสียงดัง แม่น้ำใหญ่ไหลเงียบ

ตทมินา ปิ ชานาถ โสพฺเภสุ ปทเรสุ จ สณนฺตา ยนฺติ กุสุมฺภา ตุณฺหี ยนฺติ มโหททธี ฯ

พึงทราบด้วยข้อนี้เถิด: ลำธารน้อยในซอกห้วยและซอกหินย่อมไหลส่งเสียงดัง ส่วนแม่น้ำใหญ่ย่อมไหลไปอย่างเงียบ ๆ

ลำธารเล็กที่ไหลผ่านซอกหินย่อมส่งเสียงเอ็ดอึงด้วยกระแสอันคับแคบ ตรงข้ามกับแม่น้ำใหญ่และลึกซึ่งไหลไปอย่างสงบนิ่ง ฉันใด ผู้มีความรู้น้อยหรือมีคุณวิเศษเล็กน้อย มักโอ้อวด ชอบโต้เถียง และส่งเสียงดังในการประกาศความเห็นของตน ส่วนผู้มีปัญญาลึกซึ้งและบรรลุจริง ย่อมมีลักษณะสงบ มั่นใจอย่างเงียบ ๆ และลึกล้ำ ท่านไม่จำเป็นต้องโฆษณาตน การปรากฏตัวและการกระทำของท่านบอกเล่าทุกอย่างได้เอง แต่อย่างเงียบงัน

จบ สุตกณฺฑ (หมวดว่าด้วยการเล่าเรียนสดับฟัง) คาถาที่ ๕๘–๖๓ รวม ๖ คาถา