Wat Chulamanee
โลกนีติ

อิตถิกัณฑ์ — หมวดผู้หญิง

โลกนีติ · 18 คาถา พร้อมคำแปลและขยายความ

๙๔. ความน่ารักของบุคคลแต่ละจำพวก

โกกิลานํ สททํ รูปํ นารีรูปํ ปติพฺพตา วิชฺชา รูปํ อรูปานํ ขมา รูปํ ตปสฺสินํ ฯ

เสียงที่ไพเราะเป็นความน่ารักของนกดุเหว่า การปฏิบัติสามีดีเป็นความน่ารักของภรรยา วิชาความรู้เป็นความน่ารักของคนขี้เหร่ ความอดกลั้นเป็นความงามของนักพรต

ทุกสิ่งในโลกนี้ หากไม่สมบูรณ์ ธรรมชาติมักจะจัดสรรสิ่งอื่นมาชดเชยให้เสมอ เมื่อมีข้อด้อย ก็ย่อมมีข้อเด่น

นกดุเหว่า แม้จะไม่สง่างามดุจพญาหงส์ แต่มีเสียงไพเราะ ดึงความสนใจของสัตว์อื่นให้หันมามอง เสียงร้องที่ไพเราะจับใจนั้น จึงเป็นเสน่ห์

หญิงมีสามีแล้ว ย่อมหมดความสวยงาม ดูไม่น่ารักสำหรับชายหนุ่มทั่วไป แต่หญิงที่รู้จักการบ้านการเรือน ปฏิบัติสามีดีไม่ขาดตกบกพร่อง ตื่นก่อนนอนทีหลัง ความนี้นี่งแหละเป็นเสน่ห์ของหญิง เธอจะมีความน่ารักดลอดไป

คนรูปร่างหน้าตาขี้เหร่ มีศิลปวิทยาติดตัว ถือว่างามเด่นในประชุมชน

นักพรตผู้บำเพ็ญเพียร แม้ไตรสิกขาจะยังไม่บริบูรณ์ แต่มีความอดกลั้น ไม่หวั่นไหว มีจิตใจคงที่ นับว่ามีความงามน่าเคารพเลื่อมใส

๙๕. ทรัพย์ของบุคคล ๔ ประเภท

อิตฺถีนญฺจ ธนํ รูปํ ปุริสานํ วิชฺชา ธนํ ภิกฺขูนญฺจ ธนํ สีลํ ราชานญฺจ ธนํ พลํ ฯ

สตรีมีรูปร่างสวยงามเป็นทรัพย์ บุรุษมีวิชาความรู้เป็นทรัพย์ ภิกษุมีศีลเป็นทรัพย์ พระราชามีกำลังพลเป็นทรัพย์

ทรัพย์ในโลกนี้ มีทั้งทรัพย์ภายนอกและทรัพย์ภายใน ทรัพย์ภายนอก มีสร้อยแหวนเงินทอง บ้าน และที่ดินเป็นต้น ส่วนทรัพย์ภายในมี ๗ อย่าง คือ ศรัทธา ศีล หิริ โอตตัปปะ สุตะ จาคะ และปัญญา เป็นทรัพย์ที่ประเสริฐกว่า

หญิง แม้จะไร้ทรัพย์ภายนอกและทรัพย์ภายใน แต่มีรูปร่างหน้าตาที่สวยสดงดงาม ก็เรียกได้ว่ามีทรัพย์ มีความงามเป็นทรัพย์

ชาย มีความรู้ความสามารถเป็นทรัพย์ แม้จะไม่มีมรดกตกทอด ก็ไม่ยากจนขัดสน เมื่อมีความรู้ย่อมสามารถหาทรัพย์ทุกอย่างได้

พระภิกษุสามเณร นอกจากบริขาร ๘ แล้ว ก็มีแต่ศีลเป็นทรัพย์ มีศีลเป็นเครื่องดำรงชีพ ศีลจึงเป็นทรัพย์ของพระภิกษุสามเณร

ผู้ปกครองประเทศ ต้องมีกำลังพลที่เข้มแข็งไว้คอยป้องกันประเทศชาติ ไม่ให้ข้าศึกศัตรูมารุกราน กำลังพลจึงสำคัญที่สุดสำหรับผู้ปกครองประเทศ

๙๖. ความงามของแต่ละจำพวก

ตปสฺสิโน กิสา โสภา ถูลา โสภา จตุปฺปทา ปุริสา วิชฺชวา โสภา อิตฺถี โสภา สสามิกา ฯ

นักพรตผอมจึงงาม สัตว์สี่เท้าอ้วนจึงงาม บุรุษมีความรู้จึงงาม สตรีมีสามีจึงงาม

นักพรต สัตว์เลี้ยง บุรุษ และสตรี ต่างมีความงามคนละอย่าง

นักพรต ผู้ออกบวชบำเพ็ญเพียรเผากิเลส ละทางสุขในโลก มีรูปร่างผ่ายผอมจึงดูงาม สมกับผู้ทำความเพียร หากเอาแต่บริโภคปัจจัยให้ร่างกายอ้วนพี ก็จะมีจริยาวัตรไม่ดงาม ดังนั้น นักพรตผอมจึงงาม

สัตว์เลี้ยง เมื่อเจ้าของไม่ปล่อยปะละเลย เอาใจใส่ดูแล ขุนให้อ้วน มีร่างกายสมบูรณ์ จึงจะงาม ซื้อขายได้ราคา

บุรุษ รูปร่างหน้าตาจะเป็นอย่างไรก็ตาม หากมีความรู้ความสามารถจัดการงานทุกอย่างได้ดี ไม่มีบกพร่อง จึงจะงดงาม

สตรี มีความงามทั้งภายในและภายนอก มีน้ำใจงาม ดูแลการบ้านการเรือนไม่ขาดตกบกพร่อง ย่อมเป็นที่หมายปองของบุรุษทั้งหลาย เมื่อมีสามีจึงดูงาม

๙๗. การฝึกซ้อม-อยู่ใกล้ที่ขาดไม่ได้

ปญฺจรตฺยา สุคนฺธพฺพา สตฺตรตฺยา ธนุคฺคหา เอกมาสา สุภริยา อฑฺฒมาสา สิสฺสา มลา ฯ

นักดนตรีเว้นซ้อม ๕ วันก็เลื่อน นักแม่นธนูเว้นฝึกซ้อม ๗ วัน ฝีมือก็ตก ภรรยาแสนดีจากไปเดือนเดียวก็เป็นอื่น นักศึกษาเว้นจากการเรียนครึ่งเดือนก็ลืมวิชา

การงานทุกอย่างต้องหมั่นฝึกฝนให้มีฝีมือ มีความชำนาญ เมื่อมีความชำนาญดีแล้ว ก็ควรทำซ้ำให้มีความคล่องแคล่ว ฝีมือไม่ให้ตก หากละเว้นไว้นานวัน ความสามารถอาจด้อยลงได้

นักดนตรี ไม่ควรละเว้นการฝึกซ้อมเกิน ๕ วัน เพราะจะหลงลืมทำนอง

นักแม่นธนู ไม่ควรละเว้นการฝึกซ้อมเกิน ๗ วัน เพราะจะหลงลืมวิธี

สามี ไม่ควรอยู่ห่างจากภรรยาที่สุดที่รักเกิน ๑ เดือน เพราะจะเป็นอื่น

นักเรียนนักศึกษา เว้นจากการทบทวนศิลปวิทยา เพียงครึ่งเดือนก็เลือนหาย ยากต่อการทบทวนให้ความจำฟื้นคืนได้ หรือจะเรียนศิลปวิทยาแขนงใด ก็ควรเรียนให้ต่อเนื่อง ไม่ควรเว้นการเรียนหลายวัน เพราะจะทำให้ได้ความรู้ไม่ต่อเนื่อง

๙๘. แต่ละสิ่งย่อมยินดีในที่ของตน

หึ รมติ ปึ หํ รมติ โปกฺ ถี รมติ ปุ ขุ รมติ ธํ ฯ

ควายชอบโคลนตม หงส์ชอบสระบัว หญิงชอบชาย ภิกษุชอบธรรม

ความชอบไม่ชอบเป็นความรู้สึกเฉพาะบุคคล สัตว์โลกแต่ละจำพวก มีความชอบความพอใจ ความรัก ความปรารถนา และความใฝ่หาแตกต่างกัน

ควาย เป็นสัตว์ขี้ร้อนและมีขนน้อย จึงเป็นสัตว์ที่ชอบคลุกโคลนตมเพื่อบรรเทาความร้อน และเพื่อให้โคลนพอกผิวกายไว้ป้องกันเหลือบยุงและแมลงสัตว์กัดต่อยชนิดต่าง ๆ เราจึงเห็นควายชอบนอนแช่อยู่ในโคลนตมตลอด

หงส์ เป็นสัตว์ชั้นสูง สง่างาม ดุจสาวสวยสูงศักดิ์ จึงชอบลงเล่นในสระที่มีน้ำใสสะอาดและมีดอกบัวนานาพันธุ์กำลังแบ่งบานสะพรั่ง

หญิง ถูกธรรมชาติสร้างมาให้คู่กับชาย หญิงจึงชอบชาย ไม่ชอบหญิงด้วยกัน ชายก็เช่นนั้น ย่อมชอบหญิง ไม่ชอบชายด้วยกัน ถ้าต่างจากนี้ ถือว่าผิดธรรมชาติ

ภิกษุ ย่อมชอบธรรมะ ไม่ชอบอธรรม ธรรมะย่อมให้ซึ่งประโยชน์สุข ส่วนอธรรมย่อมให้ทุกข์โทษภัยทั้งแก่ตนเองและผู้อื่น

๙๙. สิ่งที่ควรชื่นชม

ชิณฺณมนฺนํ ปสํเสยฺย ทารญฺจ คตโยพฺพนํ รณา ปุนาคตํ สูรํ สสฺสญฺจ เคหมาคตํ ฯ

ควรชมอาหารที่ได้ย่อยไปแล้ว ควรชมภรรยาผู้ล่วงวัยสาวแล้ว ควรยกย่องทหารซึ่งรบชนะกลับมาแล้ว ควรให้ความสำคัญข้าวเปลือกที่ขนเข้ายุ้งฉางแล้ว

ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ย่อมมีคุณค่าควรสรรเสริญ บางอย่างมีคุณค่าเพื่อการบำบัด ขัดเกลา บรรเทา ปราบปราม ฝึกปรือ และข่มไว้ไม่ให้เฟื่องฟู บางอย่างมีคุณค่าเพื่อการส่งเสริม บำรุง เกื้อกูล อุปการะ และสนับสนุน ดังนั้น เมื่อพิจารณาเห็นคุณค่าในสิ่งใดแล้ว ควรยกย่อง ควรชื่นชม ควรสรรเสริญ แม้สิ่งนั้นจะผ่านล่วงเลยไปแล้ว

อาหารที่กินเข้าไปและย่อยสลายแล้ว ควรชมว่ามีประโยชน์ต่อร่างกาย

ภรรยาที่ผ่านวัยสาวแล้ว ก็ควรชมว่ายังสาวยังงาม เพื่อให้กำลังใจ

นักรบผ่านศึกสงครามนำชัยชนะมาสู่ประเทศ ควรยกย่องให้ปรากฏ

ข้าวเปลือก แม้จะกินไม่ได้ ก็ควรให้ความสำคัญ เพราะสามารถเก็บไว้ทำพันธุ์สำหรับเพาะปลูกเพื่อให้ได้ข้าวเพิ่มขึ้นอีกมาก

๑๐๐. หญิง ภิกษุ นก ที่ผ่านมาหลายครั้ง มากด้วยเล่ห์เหลี่ยม

ทุวตฺติปติกา นารี จ ภิกฺขุ ทุวตฺติวิหาริโก ทุวตฺติปาสมุตฺโต ปกฺขี กตมายา พหูตรํ ฯ

หญิงผ่านสามีมาแล้วสองสามคน ภิกษุอยู่มาแล้วสองสามวัด นกผ่านบ่วงมาแล้วสองสามครั้ง ล้วนมีเล่ห์เหลี่ยมมาก

สิ่งที่ผ่านมาแล้วผ่านอีกหลายครั้งหลายคราว สิ่งนั้นย่อมมีความคุ้นเคย มีความประทับใจมากกว่าสิ่งอื่น จึงอยากได้สิ่งนั้นอีก เมื่อไม่ได้โดยดี ก็ใช้เล่ห์เหลี่ยมมารยาเพื่อให้ได้มาตามประสงค์

หญิงที่เคยมีสามีหลายคน เมื่อไม่ได้รับความประทับใจ ก็อยากหาสามีคนใหม่ไปเรื่อย ๆ เห็นชายใดดีมีฐานะ ก็ใช้มารยาทำให้หลงใหล หญิงเช่นนี้มีเล่ห์เหลี่ยมมารยามาก บุรุษใดหลงรับไว้เป็นภรรยาก็จะถูกปอกลอกจนหมดตัว

ภิกษุที่เคยเป็นเจ้าอาวาสมาหลายสำนักแล้ว ก็เหลี่ยมจัด ยักยอกของสงฆ์มาเป็นของตน จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน หลอกหลุยไปทั่ว เที่ยวเรี่ยไรสร้างนั่นสร้างนี่ เมื่อได้เงินได้ทองมาแล้ว ก็ใช้จ่ายหาความสะดวกใส่ตัว ศรัทธาสาธุชนควรระวัง

นกที่เคยเอาตัวรอดพ้นจากบ่วงแร้วมาหลายครั้งแล้ว ยากที่จะวางกับดักให้ติดได้ เพราะรู้จักหลบเป็นปีกรู้จักหลีกเป็นหาง เอาตัวรอดไปได้

๑๐๑. วิธีปราบสิ่งที่ควรปราบ

ทุชฺชนํ ปหารา ทเม มิตฺตํ ทเม อภาณิกา อิตฺถิญฺจ พฺยสนา ทเม ราคินํ อปฺปโภชนา ฯ

ปราบคนชั่วด้วยการโบยตี ปราบมิตรชั่วด้วยการไม่เจรจา ปราบภรรยาด้วยการไม่มอบทรัพย์สมบัติ ปราบคนแก่กำหนัดด้วยการให้ลดอาหาร

โลกนีติบทนี้ ท่านแนะนำวิธีปราบปรามบุคคลแต่ละจำพวกไว้ต่างกัน

คนชั่ว ทำความชั่วเพียงเล็กน้อย ก็ให้ปราบด้วยการปรับสินไหม หากมีการทำความผิดซ้ำแล้วซ้ำอีก ก็ให้ปราบด้วยการเฆี่ยนตีให้เข็ดหลาบ ทำความชั่วปานกลาง ก็ให้ปราบด้วยการกักขัง หากทำความชั่วหนักและรุนแรง ก็ให้ปราบด้วยการประหารชีวิต

มิตรชั่ว ให้ปราบด้วยการไม่พูดด้วย ไม่ตำหนิ ไม่ยกย่อง

ภรรยานอกใจ ให้ปราบด้วยการไม่มอบทรัพย์สินให้ เพราะเมื่อไม่มีทรัพย์ในมือ ก็จะหมดอำนาจเที่ยวทำการชั่วได้

คนแก่ราคะจัด ให้ปราบด้วยการลดอาหารให้น้อยลง หรือให้อาหารที่ไม่ทำราคะกิเลสให้เฟื่องฟู เพราะอาหารที่บำรุงเกินขนาดเป็นเหตุให้ราคะกำเริบ

๑๐๒. สิ่งที่ขาดคู่ย่อมไม่งาม

น รตฺตี วินา จนฺทิมา วีจี วินา จ อณฺณโว หํสํ วินา โปกฺขรณี ปตึ กญฺญา จ โสภเต ฯ

ดวงจันทร์ขาดราตรีรองรับ ทะเลขาดระลอกคลื่น สระโบกขรณีขาดหงส์ หญิงขาดสามี ย่อมไม่งามนัก

สิ่งที่ธรรมชาติสร้างมาให้คู่กัน หากขาดคู่แล้วย่อมไม่งามเท่าที่ควร

ดวงจันทร์ ลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า หากเป็นยามกลางวัน ก็ดูซีดเซียวไม่ผ่องใส ดูไม่งาม หากเป็นยามราตรี ก็ดูเด่นสดใส มีความเยือกเย็น ดูสบายตาสบายใจ ราตรีจึงมีส่วนช่วยให้ดวงจันทร์ลอยเด่นงดงามยิ่ง

ทะเล หากขาดเสียงและระลอกคลื่น สงบเงียบ ก็ดูไม่เป็นที่น่าสนใจ เมื่อส่งเสียงและมีระลอกคลื่นอยู่ จึงดูงามและน่าเกรงขาม

สระโบกขรณี เมื่อมีน้ำใสสะอาดจนมองเห็นหมู่มัจฉา และมีบัวนานาพรรณออกดอกเบ่งบานสะพรั่ง รอรับแสงอรุณท่ามกลางสายหมอก แต่ไม่มีหงส์หนุ่มสาวร่อนลงมาที่สระนั้นแล้วร่ายรำเกี้ยวกันเป็นคู่ ก็จะดูไม่งามนัก

หญิงสาว ไม่ว่าจะมีหน้าตาสวยสดงดงามสักปานใด แต่ขาดชายหมายปองมาเป็นคู่ แสดงว่าขาดคุณสมบัติของกุลสตรี จึงดูไม่งามเท่าที่ควร

๑๐๓. สามีและภรรยาเป็นเข็มกับด้าย

ปตินา ชนิโต โภโค อิตฺถิยาว สุโคปฺปิโต ปุริโสว หิ ปธาโน อิตฺถี สุตฺตํว สูจิยา ฯ

สามีเป็นผู้หาทรัพย์ ภรรยาเป็นผู้เก็บออมรักษาไว้ ฝ่ายชายเป็นผู้นำ ฝ่ายหญิงเป็นผู้ตาม เหมือนด้ายในรูเข็ม ฉะนั้น

โลกนีติบทนี้ ท่านแสดงให้รู้หน้าที่และสถานภาพของสามีและภรรยา ซึ่งเปรียบด้วยเข็มกับเส้นด้ายว่า เมื่อเข็มมีเส้นด้ายร้อยไว้ที่รู ไม่ว่าจะแทงสอดเย็บไปที่ใด ย่อมร้อยรัดสิ่งต่าง ๆ ให้ยึดติดแน่นไว้ หากเข็มไม่มีเส้นด้ายร้อยไว้ ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร จะใช้ประโยชน์ได้บ้างก็เพียงบ่งเสี้ยนหนามออกจากเท้าเท่านั้น เส้นด้ายก็เหมือนกัน หากขาดเข็มแทงนำหน้า ก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไร จะเป็นประโยชน์ก็เพียงผูกสะดือเด็กคลอดใหม่เท่านั้น ต้องมีทั้งเข็มและเส้นด้าย จึงจะใช้ให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์ก็ได้อย่างครบถ้วน

สามีกับภรรยาก็เช่นเดียวกัน ต่างฝ่ายต่างต้องทำหน้าที่สำคัญเช่นกัน สามีทำหน้าที่แสวงหาทรัพย์สินเพื่อเลี้ยงดูครอบครัวให้มีความสุข เมื่อได้ทรัพย์มาก็มอบให้ภรรยาเป็นผู้บริหารใช้จ่าย ภรรยาก็ควรแบ่งทรัพย์ใช้จ่ายและเก็บออมไว้ใช้ในคราวจำเป็น สามีเป็นผู้นำ ภรรยาเป็นผู้ตาม ถูกต้องแล้ว

๑๐๔. แม่น้ำคดเคี้ยว ป่ามีไม้ผุ หญิงในที่ลับ

สพฺพา นที วงฺกคตี สพฺเพ กฏฺฐมยา วนา สพฺพิตฺถิโย กเร ปาปํ ลภมาเน นิวาตเก ฯ

แม่น้ำทุกสายย่อมไหลคดเคี้ยว ป่าทุกป่าย่อมมีไม้ผุ หญิงทุกคนเมื่ออยู่ในที่ลับหูลับตา ก็อาจทำเรื่องเสียหายได้

ผู้หญิง ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน มีความเปราะบาง มักทำเรื่องให้ชาวโลกเขาตำหนิติฉินนินทาอยู่เป็นประจำ คือเมื่อห่างสายตาของมารดาบิดา ญาติผู้ใหญ่ ผู้ปกครอง และสามี มักจะทำเรื่องไม่ดีไม่งาม ไม่เป็นที่ยอมรับของสังคมส่วนใหญ่ เมื่ออยู่ในที่ลับกับชายสองต่อสอง มักจะมีอารมณ์ต้องการทางเพศเข้ามาเกี่ยวข้อง ลืมว่าตนเป็นผู้เสียหาย ไม่ละอาย จึงเผลอทำอะไรลงไปตามใจปรารถนา ผู้หลักผู้ใหญ่ก็ทราบเหตุนี้เป็นอย่างดี จึงคอยปกป้องคุ้มครองลูกสาวหลานสาวของตนเอาไว้ ไม่ยอมให้ไปไหนมาไหนกับชายอื่นตามลำพัง คอยเฝ้าดูแลไว้ด้วยความหวงแหน เพราะเมื่อเสียตัวให้ชายแล้ว คุณค่าที่จะให้ชายอื่นหมายปองย่อมลดน้อยลง

แม่น้ำย่อมไหลคดเคี้ยว ในป่าย่อมมีไม้ผุ ฉันใด ใจหญิงสาวก็ฉันนั้น

๑๐๕. หญิงที่ไม่ควรรักษาไว้

วิวาทสีลี อุสฺสูยภาณินี สมฺปสฺสตณฺหึ พหุปากฏูตินี อคุคนฺนภุตฺตี ปเรเคหวาสินี นารึ จเช ปุตฺตสตมฺปิ ปุมา ฯ

หญิงชอบทะเลาะวิวาท มักพูดริษยาหึงหวง แสดงความอยากต่อหน้าผู้คน ชอบกินของดีก่อนสามี ชอบมั่วสุมอยู่เรือนของผู้อื่น หญิงเช่นนี้ แม้จะมีลูกด้วยกันแล้วตั้งร้อย ชายก็ควรทอดทิ้ง

โลกนีติบทนี้ ท่านแสดงความบกพร่องในหน้าที่ของหญิงที่แต่งงานมีครอบครัวแล้วว่า ขาดคุณสมบัติจากความเป็นแม่บ้านที่ดีหลายประการ คือ ชอบหาเรื่องทะเลาะวิวาทบาดหมางกับสามีบ้าง กับญาติผู้ใหญ่บ้าง กับเพื่อนบ้านบ้าง พูดจาไม่น่าฟัง แสดงความหึงหวงจนน่าเกลียด แสดงความอยากเห็นแก่ได้ต่อหน้าผู้คนจำนวนมาก ไม่ดูกาลเทศะ ชอบซื้อหาของดีมีราคามาใช้มากิน อะไรดี ๆ ก็เลือกกินก่อนสามี ชอบไปเกาะกลุ่มมั่วสุมอยู่ตามบ้านผู้อื่นเพื่อนินทาคนโน้นคนนี้ หญิงเช่นนี้ มีแต่นำความเสื่อมเสียและความเดือดร้อนมาให้ครอบครัวอยู่เป็นประจำ ชายรู้อย่างนี้แล้ว หากเลิกได้ก็ควรเลิก

๑๐๖. ลักษณะหญิงที่ดี ๖ ประการ

ภุตฺเตสุ มณฺเฑสุ ชนนีว กนฺตินี คุยฺเห จ ฌาเน ภคินีว หิริณี กมฺเมสุ ปตฺเตสุ กโรติ ทาสีว ภเยสุ มนฺตี สยเนสุ รามเย รูเปสุ สิกฺขี กุปเนสุ ขนฺตินี สา นารี เสฏฺฐาติ วทนฺติ ปณฺฑิตา กายสฺส เภทา จ ทิเว ภเวยฺย สา ฯ

หญิงใด ในเวลาบริโภคอาหารและเวลาแต่งตัว ทำตัวน่ารักและน่านับถือเหมือนแม่ ในที่ลับมีความละอายดังน้องสาว ประกอบกิจการงานและการอาหารเรียบร้อยเหมือนทาสี เป็นที่ปรึกษาได้ในเวลามีภัย ชอบนอนเบื้องซ้ายในที่นอน ศึกษาในการแต่งตัว อดกลั้นในเวลาผัวโกรธ หญิงนั้นบัณฑิตกล่าวว่านางประเสริฐ เมื่อทำลายอินทรีย์ไปแล้ว พึงบังเกิดในสวรรค์

หญิงผู้มีฐานะดั่งแม่ ดั่งน้องสาว ดั่งทาสี เป็นที่ปรึกษา นอนเบื้องซ้ายสามี รู้วิธีแต่งตัว อดกลั้นต่อความโกรธ เป็นหญิงประเสริฐที่สุด

โลกนีติบทนี้ แสดงคุณลักษณะของหญิงประเสริฐไว้ ๖ ประการ ตามที่บัณฑิตยกย่อง คือ

  • ในเวลาบริโภคและแต่งตัว ดูแลน่ารักน่านับถือดั่งมารดา

  • ในที่ลับมีความละอายเหมือนน้องสาว

  • ในการงานทำเรียบร้อยเหมือนทาสี

  • เมื่อมีภัยมา เป็นที่ปรึกษาได้

  • รู้จักนอนเบื้องซ้ายในที่นอน เคารพเอาใจใส่สามี

  • รู้จักอดกลั้นในเวลาที่สามีโกรธ ไม่โต้ตอบให้รุนแรงขึ้น

หญิงผู้มีคุณลักษณะดังนี้ บัณฑิตท่านยกย่องว่าเป็นหญิงประเสริฐ และกล่าวว่าเมื่อตายไปแล้ว ย่อมไปบังเกิดในสวรรค์

๑๐๗. ลักษณะหญิงงามที่ควรสมรสด้วย

สามา มิคกฺขี ตนุมชฺฌคตฺตา สูรู สุเกสี สมทนฺตปนฺตี คมฺภีรนาภี ยุวตี สุสีลี หีเน กุเล ชาตาปิ วิวาหยา ฯ

หญิงสาวผู้มีผิวผุดผ่องดุจทอง ตาดำจุตาเนื้อทราย เอวบางร่างเล็ก ขาเรียวงาม ฟันเสมอเป็นระเบียบ สะดือบุ๋มตรง มารยาทงาม แม้เธอจะเกิดในตระกูลต่ำ ก็ควรสมรสด้วย

โลกนีติบทก่อนแสดงความบกพร่องของหญิงแล้ว บทนี้จึงแสดงคุณสมบัติซึ่งเป็นลักษณะที่ดีของผู้หญิงว่า หญิงใดมีคุณสมบัติดังกล่าวมานี้ นับว่าเป็นผู้เคยทำบุญมาดีในอดีตชาติ ศีลก็เคยรักษา ไม่ชอบทำร้ายใคร ไม่ชอบกล่าวร้ายใคร ไม่ชอบเบียดเบียนใคร ไม่ชอบเอาเปรียบใคร เป็นคนมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ กิริยามารยาทสงบเสงี่ยมอ่อนน้อมงดงาม เพราะเคยทำบุญมาดีนี้เอง ส่งผลให้เธอมีลักษณะดีครบถ้วน แม้เธอจะเกิดในตระกูลต่ำศักดิ์ ไร้ทรัพย์ก็ตาม ชายใดตาถึงพบเข้า ก็ควรรีบจัดหาผู้ใหญ่ไปสู่ขอมาเป็นภรรยา หรือผู้ใหญ่พบเห็นก็รีบสู่ขอมาเป็นสะใภ้ เพราะหญิงเช่นนี้ประเสริฐนักแล

๑๐๘. หญิงงามเป็นประธาน

สรทํ อุตุกาลานํ ภริยานํ รูปวตี เชฏฺโฐ ปธานํ ปุตฺตานํ ทิสานํ อุตฺตรา ทิสา ฯ

ฤดูสารทเป็นประธานของฤดูกาลทั้งหลาย ภรรยารูปงามเป็นประธานของภรรยาทั้งหลาย บุตรหัวปีเป็นประธานของบุตรทั้งหลาย ทิศเหนือเป็นประธานของทิศทั้งหลาย

บัณฑิตท่านต้องการสื่อให้เห็นความสำคัญของหญิงที่เขาชื่นชมยกย่องเทิดทูน เป็นหัวหน้าในกิจการงานทั้งปวงนั้น คือ หญิงที่มีรูปงามนามเพราะ จึงแสดงให้เห็นด้วยการเปรียบเทียบกับสิ่งอื่นว่า ฤดูมี ๖ คือ สรทะ (ฤดูใบไม้ร่วง) เหมันต์ (ฤดูหนาว) สิสิระ (ปลายฤดูหนาว) วสันต์ (ฤดูใบไม้ผลิ) คิมหันต์ (ฤดูร้อน) และวัสสานะ (ฤดูฝน) ในฤดูทั้ง ๖ นี้ ฤดูสารท ถือว่าเป็นประธานของฤดูทั้งหมด เพราะเป็นฤดูที่ทุกคนระลึกถึงอุปการะของผู้มีคุณทั้งหลายแล้ว ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้

บุตรหัวปีเป็นใหญ่ในบุตรทั้งหลาย และทิศเหนือเป็นใหญ่ในทิศทั้งหลาย ฉันใด ภรรยาผู้มีรูปงาม มักจะได้รับความสนใจและให้ความสำคัญกว่า จึงได้เป็นประธานในภรรยาทั้งหลาย ฉันนั้น

๑๐๙. หญิงปรารถนาเกิดเป็นชาย

ยา อิจฺเฉ ปุริโส โหตุํ ชาติ ชาติ ปุนปฺปุนํ สามิกํ อปจาเยยฺย อินฺทํว ปาริจาริกา ฯ

หญิงใดปรารถนาเกิดเป็นชายต่อกันทุกชาติ หญิงนั้นควรเคารพปฏิบัติสามี เหมือนนางฟ้าปฏิบัติต่อองค์อินทร์ ฉะนั้น

เรื่องสิทธิสตรีที่ไม่เท่าเทียมบุรุษ เป็นเรื่องที่ได้รับการหยิบยกมาถกเถียงกันทุกยุคทุกสมัยตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบันว่า ทำอย่างไรสตรีจึงจะมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกับบุรุษ ต่างโต้เถียงกันเพื่อหาเหตุและผล

แต่ในโลกนีติบทนี้ กล่าวถึงสิทธิสตรีต่างจากนั้น กล่าวถึงสิทธิสตรีเพื่อจะได้การยอมรับให้บวชท่ามกลางภิกษุสงฆ์เท่าเทียมบุรุษเพศ ให้ได้บรรลุธรรมขั้นสูงสุด ให้ได้บำเพ็ญบารมี ให้ได้ตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งข้อหลังนี้ สตรีเพศไม่สามารถบรรลุถึงได้ หากสตรีคนใดปรารถนาตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ต้องปรารถนาความเป็นบุรุษก่อน และเพื่อให้ความปรารถนานั้นสำเร็จ สตรีผู้เป็นภรรยาควรปฏิบัติสามีด้วยความเคารพนอบน้อม ไม่ยอมลดตนลงต่ำ แต่ทำเพื่อการบรรลุคุณอันสูงสุด นางฟ้าปฏิบัติต่อองค์อินทร์ฉันใด ก็พึงทำฉันนั้นเถิด

๑๑๐. ชายปรารถนาเกิดเป็นชาย

โย อิจฺเฉ ปุริโส โหตุํ ชาติ ชาติ ปุนปฺปุนํ ปรทารํ วิวชฺเชยฺย โธตปาโท กทฺทมํ ฯ

ชายใดปรารถนาเกิดเป็นชายต่อกันทุกชาติ ชายนั้นควรละเว้นจากการล่วงเมียผู้อื่น เหมือนผู้ล้างเท้าสะอาดแล้ว หลีกเว้นโคลนตม ฉะนั้น

ชายใด พิจารณาเห็นว่า บุรุษเพศนี้ เป็นเพศสูงควรแก่การยังประโยชน์ที่ยิ่งใหญ่ให้สำเร็จได้ เป็นเพศที่สามารถตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณได้ ควรปรารถนาเกิดเป็นชายต่อกันไปทุก ๆ ชาติ จนกว่าจะบำเพ็ญบารมีให้เต็มบริบูรณ์ เพื่อยังความปรารถนาให้สัมฤทธิ์ผล ควรระวังตน ประคองตนไว้ให้อยู่ในธรรมเนียมที่ดีงาม ไม่ประพฤติเสียหาย ไม่ล่วงละเมิดสิทธิสตรี ไม่ล่วงเกินหญิงที่มีมารดาบิดา มีญาติผู้ใหญ่ มีผู้ปกครอง มีขนบธรรมเนียมคุ้มครอง มีกฎหมายคุ้มครอง มีสามีคุ้มครอง หรือหญิงที่ไม่ควรล่วงเกิน ควรยินดี ควรเอาใจใส่ ควรยกย่อง ควรคุ้มครอง ควรชื่นชม และควรเลี้ยงดูแต่ภรรยาตนเท่านั้น เหมือนบุคคลล้างเท้าสะอาดดีแล้ว รังเกียจไม่อยากเหยียบย่ำโคลนตม หลีกหนีให้ห่างจากสิ่งสกปรก ฉะนั้น

๑๑๑. ปากแห่งความเสื่อมของชายแก่

อติกฺกนฺตวโย โปโส อาเนติ ติมพรุตฺตณึ ตสฺสา อิสฺสา น สุปฺปติ ตํ ปราภวโต มุขํ ฯ

ชายแก่ห่งอมแต่นำสาวรุ่นมาเป็นเมีย จึงยอมทำทุกอย่างตามความต้องการของเมียนั้น นั่นเป็นปากแห่งความเสื่อม

สิ่งใดไม่คู่ควรแก่กัน เมื่อมาอยู่คู่กันแล้ว ย่อมทำให้กันและกันเสื่อมลง สิ่งใดคู่ควรแก่กัน เมื่อมาอยู่คู่กันแล้ว ย่อมทำให้กันและกันเจริญขึ้น

ชายแก่กับเมียสาว เป็นผู้ไม่คู่ควรแก่กัน ย่อมทำให้กันและกันเสื่อมลง ชายแก่ผู้ต้องการสาวรุ่นมาเป็นเมีย ยอมทุ่มเททรัพย์สมบัติจนหมดตัว เพื่อให้ได้เมียสาว ส่วนชายแก่ที่มีเมียสาว ยอมทำทุกอย่างตามเมียปรารถนา เชื่อฟังทุกอย่าง หญิงสาวที่ยอมเป็นเมียของชายแก่ส่วนใหญ่ ก็ยอมเป็นเมียเพราะเห็นแก่ทรัพย์สิน จึงไม่ปรารถนาที่จะปฏิบัติรับใช้ กลับคิดคดทรยศ มีชู้หนุ่ม หรือผลาญทรัพย์สมบัติที่มีให้หมดสิ้น เมื่อทรัพย์หมดสิ้นแล้ว เธอก็ทอดทิ้งไปไม่เหลียวแล บัณฑิตท่านจึงเตือนว่า นั่นเป็นปากแห่งความเสื่อม

อิตฺถิกณฺโฑ นิฏฺฐิโต — หมวดผู้หญิง จบ