วัดจุฬามณี
ทำเนียบรุ่นวัตถุมงคล
เหรียญพระเหนือพรหม วัดจุฬามณี ปี ๒๕๓๖

วัตถุมงคล

รุ่นที่ผ่านมา

เหรียญพระเหนือพรหม วัดจุฬามณี ปี ๒๕๓๖

พ.ศ. 2536

เหรียญพระเหนือพรหม ปั๊มโดยโรงกษาปณ์ กรมธนารักษ์ จัดสร้างปี ๒๕๓๖ เข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ที่วัดจุฬามณี ๔ มีนาคม ๒๕๓๘ พระเกจิร่วมปลุกเสกกว่า ๘๐ รูป — รวมพระพุทธเจ้า ท้าวมหาพรหมธาดา และท้าวเวสสุวรรณไว้ในเหรียญเดียว

เหรียญพระเหนือพรหม วัดจุฬามณี จังหวัดสมุทรสงคราม เป็นเหรียญที่รวมความหมายอันเป็นมหามงคลไว้ในองค์เดียว ทั้งพระพุทธเจ้า ท้าวมหาพรหมธาดา ท้าวเวสสุวรรณพรหมาสูติเทพ และท้าวเวสสุวรรณโณจตุมหาราชิกา ปั๊มเหรียญโดยโรงกษาปณ์ กรมธนารักษ์ จัดสร้างเมื่อปีพุทธศักราช ๒๕๓๖ และนำเข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ที่วัดจุฬามณี เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

ความเป็นมาและการจัดสร้าง

เหรียญรุ่นนี้เข้าพิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ณ วัดจุฬามณี โดยมีพระเกจิอาจารย์ร่วมปลุกเสกกว่า ๘๐ รูป จัดสร้างทั้งหมด ๔ เนื้อ ได้แก่

  • เนื้อทองคำ

  • เนื้อเงิน

  • เนื้ออัลปาก้า

  • เนื้ออลูมิเนียมบรอนซ์ (ทองเหลือง)

พุทธลักษณะของเหรียญ

ด้านหน้าเหรียญ ด้านบนเป็นองค์ท้าวมหาพรหมธาดา พระผู้สร้างผู้ลิขิตความเป็นไปของสรรพสิ่ง ด้านล่างเป็นองค์ท้าวเวสสุวรรณโณจตุมหาราชิกา เทพแห่งขุมทรัพย์ มหาเทพแห่งความร่ำรวยมั่งคั่ง ผู้รักษาสมบัติแห่งเทวโลก โดยรอบเหรียญล้อมด้วยพระคาถา

ด้านหลังเหรียญ สื่อถึงการเชิดชูองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าให้อยู่เหนือสิ่งใดในโลก โดยมีท้าวเวสสุวรรณพรหมาสูติเทพซึ่งเป็นชั้นพรหมอยู่เบื้องล่าง อันหมายถึงการปกป้องคุ้มครองดูแลพระพุทธศาสนา เป็นที่มาของชื่อ "พระเหนือพรหม"

พระคาถารอบเหรียญ

พระคาถาล้อมรอบองค์เหรียญ

โองการพินทุนาถัง อุปปันนัง พรหมาสะหะปะฏินามะ อาทิกัปเป สุอาคะโต ปัจจะปะถุมัง ทิสสะวา นะโมพุทธายะวันทะนัง

สิทธิกิจจัง สิทธิกัมมัง สิทธิการิยะ ตะถาคะโต สิทธิเตโช ชะโยนิจจัง สิทธิลาโภ นิรันตะรัง สัพพะกัมมัง ประสิทธิเม สัพพะสิทธิ ภะวันตุเต

มีความหมายโดยรวมว่า ทำการสิ่งใดสำเร็จทุกอย่าง เกิดโชคเกิดลาภ ปัดเป่าเสนียดจัญไรทั้งปวง

พระพรหม — พระผู้สร้างผู้ลิขิต

องค์ที่ประดิษฐานอยู่เบื้องบนของเหรียญคือ ท้าวมหาพรหมธาดา หรือพระพรหม พระเจ้าผู้สร้าง ผู้ลิขิตความเป็นไปของสรรพสิ่ง และเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของมนุษย์ทุกคน พระพรหมจึงเป็นผู้รู้ความเคลื่อนไหวของสรรพชีวิต เหตุการณ์สำคัญของโลกล้วนอยู่ในสายพระเนตรของพระองค์ ทรงเป็นมหาเทพผู้ยิ่งใหญ่หนึ่งในสามตรีมูรติ ทรงรับฟังคำอธิษฐานของผู้ศรัทธาเสมอ ผู้บูชาพระพรหมและกระทำความดี ย่อมได้รับการบันดาลพรให้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา

พระพรหมทรงมีพระนามหลากหลาย อาทิ พระพรหมมา พระพรหมา พระพรหมธาดา ท้าวมหาพรหม ปชาบดี อาทิกวี อาตมภู และโลกาธิปดี เป็นต้น

กำเนิดพระพรหมตามคติต่างๆ

เรื่องกำเนิดของพระพรหมมีปรากฏหลากหลายตำรา

ตามคัมภีร์ปุราณะฝ่าย ไวษณพนิกาย (ถือพระวิษณุเป็นใหญ่) กล่าวว่า พระพรหมถือกำเนิดในดอกบัวที่ผุดขึ้นจากพระนาภีของพระวิษณุ อันหมายความว่าพระวิษณุทรงมีมาก่อนสรรพสิ่ง เมื่อทรงประสงค์จะสร้างโลกจึงให้กำเนิดพระพรหมขึ้นมาเพื่อภารกิจนี้

ตามคัมภีร์ปุราณะฝ่าย ไศวะนิกาย (ถือพระศิวะเป็นใหญ่) กล่าวว่า พระศิวะทรงใช้พระหัตถ์ข้างหนึ่งลูบพระหัตถ์อีกข้างจนบังเกิดแสงขึ้น พระพรหมก็ออกมาจากแสงนั้น ด้วยพระศิวะทรงประสงค์จะสร้างโลก ตำนานนี้จึงถือว่าพระศิวะทรงมีมาก่อนสรรพสิ่ง

ส่วนคัมภีร์ปุราณะ ฝ่ายพระพรหม เองบันทึกว่า พระพรหมทรงเกิดขึ้นเองโดยไม่มีสิ่งใดมาก่อน แท้จริงแล้วทรงไม่มีจุดกำเนิด คือมีอยู่ตั้งแต่เริ่มต้นจักรวาล เรียกสภาวะนี้ว่า อาปวะ เมื่อทรงประสงค์จะสร้างสรรพสิ่ง จึงแบ่งพระองค์ออกเป็นสองภาค ภาคหนึ่งเป็นบุรุษเพศ อีกภาคเป็นสตรีเพศ (พระแม่สรัสวดี) ร่วมกันสร้างเทวดา มนุษย์ สัตว์ และพืชพรรณทั้งหลายในโลก

คุณลักษณะและการบูชาพระพรหม

พระพรหมทรงเป็นเทพเจ้าแห่งการสร้างสรรค์ ทรงมีอานุภาพในการลิขิตชะตาชีวิต โดยควบคุมทุกสิ่งให้เป็นไปตามกฎแห่งกรรม ทรงคุ้มครองคนดีและลงโทษผู้กระทำบาป ผู้มีจิตใจเอื้ออารีเสียสละต่อส่วนรวม ทรงบันดาลให้มีความสุขและความสมบูรณ์ในชีวิต ผู้ศรัทธาที่สวดบูชาพระองค์ ย่อมได้รับปัญญาในการประกอบอาชีพ ได้รับการปกป้องให้พ้นจากศัตรู และได้รับความบริสุทธิ์ทางจิตวิญญาณ

พระพรหมทรงโปรดความสงบเรียบง่าย มีพระทัยอ่อนโยน รักสรรพชีวิตที่ทรงสร้างเสมอ การบูชาจึงโปรดความตั้งใจที่เรียบง่าย ไม่ใหญ่โตวุ่นวาย ทรงสอนให้ลูกศิษย์สวดภาวนาว่า "สัก ชิต เอกัม พรหมมา" หรือ "โอม อาฮัม พรหมมา อัสมิ" แล้วนั่งสมาธิเพ่งจิตไปที่พระองค์ให้นานที่สุด ด้วยทรงสอนว่า การนั่งอยู่กับที่ระลึกถึงพระองค์ บริโภคมังสวิรัติ และไม่สร้างความเดือดร้อนแก่ผู้อื่น คือการตอบแทนพระคุณของพระองค์ได้ดีที่สุด

ศาสตราวุธของพระพรหม

ศาสตราวุธหลักของพระพรหมมี ๔ สิ่ง แต่ละสิ่งล้วนมีความหมายทางธรรม

  • ลูกประคำ — การสวดมนต์ภาวนาเพื่อแผ่เมตตาไปยังสรรพชีวิต

  • ดอกบัว — ความงดงามของธรรมะและความดีงาม ทรงสอนให้มนุษย์กระทำสิ่งที่ดีและมีเมตตาต่อกันเสมอ

  • คัมภีร์ — การตั้งตนอยู่ในความดี การศึกษาบทสวดและโยคะเพื่อมุ่งตรงสู่พระผู้เป็นเจ้า

  • หม้อน้ำ (กมัณฑลุ) — หม้อกลัศที่นักพรตตวงน้ำบริสุทธิ์จากแม่น้ำคงคาไปใช้ในพิธีบูชาเทพ

นอกจากศาสตราวุธหลักทั้งสี่ ยังมีศาสตราวุธอื่นอีกมากมายแล้วแต่ช่างจะจินตนาการเพื่อเสริมความหมาย เช่น ธนู หอก กระจก สังข์ ดาบ จักร คฑา ตลอดจนเครื่องดนตรีต่างๆ

พระพักตร์ทั้งสี่ คือ พระเวททั้งสี่

พระพรหมทรงเป็นผู้ให้กำเนิดคัมภีร์พระเวท พระพักตร์ทั้ง ๔ ด้านของพระองค์จึงหมายถึงพระเวททั้ง ๔

  • พระพักตร์ด้านตะวันออก คือ ฤคเวท

  • พระพักตร์ด้านใต้ คือ ยชุรเวท

  • พระพักตร์ด้านตะวันตก คือ สามเวท

  • พระพักตร์ด้านเหนือ คือ อาถรรพเวท

ท้าวเวสสุวรรณ — มหาเทพแห่งทรัพย์

องค์ที่ประดิษฐานอยู่เบื้องล่างของเหรียญคือ ท้าวเวสสุวรรณ หรือ ท้าวกุเวร เทพแห่งขุมทรัพย์ ผู้รักษาสมบัติแห่งเทวโลก โดยทั่วไปมักพบเห็นในรูปลักษณ์ของยักษ์ยืนถือกระบองยาว แต่แท้จริงยังมีรูปเคารพในรูปของบุรุษนั่งในท่ามหาราชลีลา มีพระอุระพลุ้ยอันเป็นลักษณะเด่น กล่าวกันว่าผู้มีอาชีพเกี่ยวข้องกับความตายมักพกพารูปท้าวเวสสุวรรณไว้คล้องคอเป็นเครื่องรางป้องกันภัยจากวิญญาณร้าย ภาพลักษณ์ของท้าวกุเวรในรูปบุรุษพุงพลุ้ยเป็นที่นับถือว่าเป็นเทพแห่งความร่ำรวย ส่วนในรูปของยักษ์เป็นที่นับถือว่าเป็นเครื่องรางป้องกันภูตผีปีศาจ

จากสารานุกรมไทย ฉบับราชบัณฑิตยสถาน เล่มที่ ๓

กล่าวถึงท้าวกุเวรหรือท้าวเวสสุวรรณว่า เป็นพระยายักษ์ผู้เป็นเจ้าแห่งขุมทรัพย์ มียักษ์และคุยหกะ (ยักษ์ผู้เฝ้าขุมทรัพย์) เป็นบริวาร บางทีเรียกว่าท้าวไวศรวัน ภาษาทมิฬเรียกว่า กุเปรัน ในรามเกียรติ์ว่าเป็นพี่ต่างมารดาของทศกัณฐ์ เมืองของท้าวกุเวรชื่ออลกา อยู่บนเขาหิมาลัย ทรงเป็นโลกบาลประจำทิศเหนือ จีนเรียกว่าโต้เหวนหรือโต้บุ๋น ญี่ปุ่นเรียกว่าพสมอน

ท้าวกุเวรสถิตอยู่ยอดเขายุคนธร อีสานราชธานี มีสระใหญ่ชื่อ ธรณี กว้าง ๕๐ โยชน์ ดารดาษด้วยปทุมชาติและหมู่สัตว์น้ำนานาพรรณ ขอบสระมีมณฑปชื่อ ภคลวดี กว้าง ๑๒ โยชน์ เป็นที่พักผ่อนและเป็นสโมสรของเหล่ายักษ์บริวาร ทรงมียักษ์เป็นเสนาบดี ๓๒ ตน ยักษ์รักษาพระนคร ๑๒ ตน ยักษ์เฝ้าประตูนิเวศ ๑๒ ตน และยักษ์ที่เป็นทาสอีก ๙ ตน บ้างว่าท้าวเวสสุวรรณมีกายสีเขียว สูง ๒ คาวุต มีกระบองเป็นอาวุธ มีช้าง ม้า และรถเป็นพาหนะ ทรงมงกุฎประดับรูปนาค ดำรงอิสริยยศเป็นเจ้าแห่งยักษ์ มีบริวารมากมายมหาศาล

ท้าวเวสสุวรรณทรงมีพระนามเรียกหลายชื่อตามคุณลักษณะ เช่น ไวศรวัณ เวสสุวัณ ธนบดี (เป็นใหญ่ในทรัพย์) ธเนศวร (เจ้าแห่งทรัพย์) อุจฉาวสุ (มั่งมีได้ดั่งใจ) ยักษราช (ขุนแห่งยักษ์) รัตนครรณ (พุงแก้ว) และอีศะสขี (เพื่อนพระศิวะ) เป็นต้น

ในคัมภีร์ ไตรภูมิพระร่วง เรียกท้าวเวสสุวรรณว่า "ท้าวไพศรพมหาราช" ทรงเป็นพระยาแห่งฝูงยักษ์และเทพยดาฝ่ายทิศอุดร เครื่องประดับพระองค์และบริวารล้วนเป็นทองเนื้อสุก ฝูงยักษ์บริวารถือค้อนทอง สากทอง นับไม่ถ้วน และทรงม้าสีทอง คำพรรณนานี้แสดงให้เห็นว่าท้าวเวสสุวรรณทรงร่ำรวยมหาศาล มีทองคำมากมายไม่รู้กี่ร้อยล้าน

ฝ่ายพุทธศาสนา ปรากฏใน มหานิทานสูตร ทีฆนิกาย ว่า ดินแดนที่ประทับของท้าวเวสสุวรรณชื่อ อาลกมันทาราชธานี เป็นนครเทพเจ้าที่งดงามรุ่งเรือง ท้าวเวสสุวรรณเทวราชโลกบาลองค์นี้ทรงเป็นพระอริยบุคคลชั้นโสดาบัน เมื่อครั้งพระมหาโมคคัลลานะเดินทางขึ้นไปเยี่ยมพระอินทร์ ณ ไพชยนต์มหาปราสาท ท้าวเวสสุวรรณก็ได้เสด็จร่วมให้การต้อนรับด้วย

ในอรรถกถา โลภปาลสูตร กล่าวว่า เมื่อถึงวันอุโบสถ (ขึ้นหรือแรม ๘ ค่ำ และ ๑๕ ค่ำ) ท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ จะลงมาตรวจโลกมนุษย์เสมอ ทรงถือแผ่นทองและดินสอเที่ยวจดดูการกระทำของผู้คนทั่วทุกแห่ง ผู้ใดทำบุญประพฤติธรรม ก็จะจดชื่อลงแผ่นทองส่งต่อไปถวายพระอินทร์ ผู้ใดทำชั่วก็จะจดชื่อส่งบัญชีให้พญายมราช

กล่าวกันในคัมภีร์เทวภูมิว่า ท้าวเวสสุวรรณทรงบำเพ็ญบารมีมาหลายพันปี ได้รับพรจากพระอิศวรและพระพรหมให้เป็นเทพแห่งความร่ำรวย นอกจากการรักษาทรัพย์แล้ว ยังทรงมีหน้าที่ดูแลปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา และคุ้มครองผู้นั่งสมาธิปฏิบัติพระกรรมฐาน ในคัมภีร์โบราณจึงกล่าวว่า ผู้ใดหวังความเจริญในลาภยศ ทรัพย์สินเงินทอง และอำนาจวาสนา ให้บูชารูปท้าวเวสสุวรรณ

ท้าวเวสสุวรรณ ๔ ภาค

ในคติความเชื่อ ท้าวเวสสุวรรณปรากฏองค์ใน ๔ ภาค ตามชั้นภพภูมิ ดังนี้

  • ท้าวเวสสุวรรณพรหมาสูติเทพ ชั้นพรหม รูปกายสีทอง ภูษาสีทอง

  • ท้าวเวสสุวรรณเทพบุตรสูติเทพ ชั้นดาวดึงส์ รูปกายสีทอง ภูษาสีแดง

  • ท้าวเวสสุวรรณ จาตุมมหาราช รูปกายสีเขียวหรือดำ ภูษาสีเขียว

  • ท้าวเวสสุวรรณ ชั้นมนุษย์ มาในรูปแบบมนุษย์

คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ

คาถาบูชาท้าวเวสสุวรรณ

จุดธูป ๙ ดอก ดอกกุหลาบแดง ๙ ดอก ตั้งนะโม ๓ จบ ระลึกถึงพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ บิดามารดา ครูบาอาจารย์

ปุตตะกาโม ละเภปุตตัง ธะนะกาโม ละเภธะนัง อัตถิกาเย กายะญายะ เทวานัง ปิยะตัง สุตตะวา

อิติปิโส ภะคะวา ยมมะราชาโน ท้าวเวสสุวรรณโณ มะระณัง สุขัง อะหัง สุคะโต นะโมพุทธายะ

ท้าวเวสสุวรรณโณ จตุมหาราชาชิกา ยักขะพันตา ภัทภูริโต เวสสะ พุสะ พุทธัง อะระหัง พุทโธ ท้าวเวสสุวรรณโณ นะโมพุทธายะ

ประมวลภาพเหรียญเนื้อต่างๆ

เนื้อทองคำ

เนื้อเงิน

เนื้อนิเกิล (อัลปาก้า)

เนื้อทองเหลือง

รายนามพระเกจิอาจารย์ที่ร่วมพุทธาภิเษก

พิธีพุทธาภิเษกใหญ่ ณ วัดจุฬามณี เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๘ มีพระเกจิอาจารย์จากหลายจังหวัดร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตปลุกเสกถึง ๘๒ รูป ดังปรากฏรายนามในภาพ

รายนามพระเกจิอาจารย์ ๘๒ รูป ที่ร่วมพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดจุฬามณี ๔ มีนาคม ๒๕๓๘
รายนามพระเกจิอาจารย์ ๘๒ รูป ที่ร่วมพิธีพุทธาภิเษก ณ วัดจุฬามณี ๔ มีนาคม ๒๕๓๘

ประมวลภาพการจัดสร้างและวัตถุมงคลร่วมชุด

ภาพเอกสารบันทึกการจัดสร้าง บรรยากาศพิธีพุทธาภิเษก และวัตถุมงคลอื่นที่จัดสร้างร่วมในคราวเดียวกัน อาทิ พระผงเทวราชบุตร พระกริ่งนะเหนือ พระปิดตา และสติกเกอร์ดิลกยันต์

หมายเหตุ: เนื้อหาส่วนประวัติและตำนานค้นคว้าและเรียบเรียงโดย โก้ แม่กลอง เรียบเรียงร่วมกับบทความบันทึกประวัติการจัดสร้างเหรียญของวัดจุฬามณี เพื่อบันทึกความเป็นมาและความหมายอันเป็นสิริมงคลของเหรียญรุ่นนี้ มิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขายแต่อย่างใด