สมโภชครบ ๒๐ ปี เหรียญจำปีท้าวเวสสุวรรณโณ
คุยเฟื่องเรื่องกำเนิด "เหรียญจำปี ๔๕" วัดจุฬามณี — ที่มาของรูปทรง ยันต์พุทธซ้อน และพิธีมหาเทวาภิเษก พ.ศ. ๒๕๔๕
เกร็ดเล่า — คุยเฟื่อง เรื่องกำเนิดเหรียญจำปี ๔๕
พ.ศ. ๒๕๔๕ ถึง พ.ศ. ๒๕๖๕
หากย้อนกลับไปในช่วงปี ๒๕๔๔–๔๕ เหล่าลูกศิษย์ในยุคนั้นมักจะสอบถามหลวงพ่ออิฏฐ์อยู่บ่อยๆ ว่าเมื่อไหร่จะสร้างเหรียญท้าวเวสสุวรรณโณปางยักษ์ให้ลูกศิษย์เอาไว้ใช้บ้าง (ในตอนนั้นเหรียญที่ท่านสร้างจะเป็นเหรียญปางเทพ เช่น เหรียญรุ่นแรกปี ๓๒ ปางพรหมาสุติเทพ และเสมาคว่ำปางพระไพศรพณ์ ในปี ๓๗ นอกจากนั้นก็จะมีเหรียญพระเหนือพรหมเป็นต้น) จึงเป็นปฐมบทที่ทำให้หลวงพ่ออิฏฐ์ท่านคิดจะออกแบบเหรียญเป็นท้าวเวสสุวรรณโณปางยักษ์ขึ้นเป็นครั้งแรก
เคยมีวัดไหนสร้างพระทรงจำปีมาก่อนหรือไม่
ขอเท้าความก่อนหน้านี้ ถามว่าในวงการพระเครื่องเคยมีวัดไหนสร้างพระเครื่องทรงจำปีนี้บ้างหรือไม่? ตอบเลยครับว่า "ไม่มี" หากคล้ายๆ ก็มีอยู่ แต่ไม่ได้เรียกว่าเหรียญจำปี นักนิยมพระเครื่องสายแม่กลองเรียกว่า "เหรียญหล่อศรีจำปา" นั่นก็คือเหรียญหล่อหลวงพ่อวัดบ้านแหลม วัดศรีจำปา (ชื่อเดิมของวัดเพชรสมุทรฯ) สร้างราวปี ๒๔xx เป็นเหรียญหล่อโบราณ รูปทรงไม่ค่อยได้สัดส่วนเท่าไรนัก ปัจจุบันหาชมได้ยาก แต่เหรียญจำปี ๔๕ ของวัดจุฬามณี หลวงพ่ออิฏฐ์ ก็มิได้ตั้งใจที่จะนำเอาเหรียญศรีจำปานี้มาเป็นต้นแบบ!

กำเนิดรูปทรง "จำปี ๔๕"
แต่กำเนิดรูปแบบเหรียญทรงจำปี ๔๕ วัดจุฬามณี แท้จริงนั้น หลวงพ่ออิฏฐ์ท่านได้พัฒนาปรับรูปแบบมาจากเหรียญทรงระฆังของหลวงพ่อเกษม เขมโก โดยเริ่มแรกท่านคิดจะเอารูปเหรียญระฆังมาเป็นต้นแบบเพื่อจะวางรูปท้าวเวสสุวรรณโณปางยักษ์ลงไป แต่ก็ยังไม่ถูกใจไม่ลงตัว ปรับไปปรับมาท่านก็ได้ลองเอาไม้บรรทัดสองอันมาต่อลงจากขอบล่างเส้นซุ้มระฆังของรูปเหรียญระฆังที่นำมาทำเป็นต้นแบบในทีแรก และเมื่อลองนำรูปท้าวเวสสุวรรณโณปางยักษ์วางลงไปแล้ว ปรากฏว่าสวยลงตัวพอดี หลวงพ่อจึงสั่งให้ลูกศิษย์ที่เขียนแบบให้เปลี่ยนแบบจากทรงระฆังเป็นทรงนี้แทน และนั่นจึงเป็นที่มาของแบบเหรียญจำปีรุ่นแรก ปี ๔๕ อันเข้มขลังและโด่งดังมาจนถึงปัจจุบันนี้

ยันต์ด้านหลัง — พุทธซ้อน ๒ ชั้น
ส่วนด้านหลังวางยันต์ประจำตัวท่านคือยันต์พุทธซ้อน ๒ ชั้น ด้านในยันต์วางเลข ๓ (ไตรสรณคมน์ ๓ หรืออีกนัยหนึ่งคือ พรหมโลก เทวโลก มนุษย์โลก), เลข ๗ (โพชฌงค์ ๗ "สะ ธะ วิ ปิ ปะ สะ อุ") และเลข ๙ (นวหรคุณ ๙ "อะ สัง วิ สุ โล ปุ สะ พุ ภะ") ล้อมด้วยอักขระ "อินทร์รักษา", "พรหมรักษา" และ "ท้าวกุเวโรรักษา" ด้านบนของยันต์เป็น "นะ เทวดา" ด้านล่างของยันต์เป็น "เฑาะ" ซึ่งยันต์นี้เป็นยันต์ที่องค์ปู่เวสฯ ท่านได้นิมิตมอบให้หลวงพ่ออิฏฐ์นำมาใช้
การสร้างและจำนวนจัดสร้าง
และเมื่อสรุปแบบได้แล้ว หลวงพ่ออิฏฐ์จึงได้มอบหมายให้นายช่างตุ้ม โรงงานโสภณโลหะภัณฑ์ เป็นผู้ขึ้นพิมพ์และควบคุมการผลิตเหรียญทั้งหมด โดยหลวงพ่ออิฏฐ์ท่านได้มอบโลหะชนวนมวลสารที่ท่านได้ตระเวนเสกมาหลายสิบปี รวมถึงเหรียญยอดนิยมของเกจิอาจารย์ดังๆ รุ่นเก่าๆ ที่ท่านได้สะสมไว้ ให้นายช่างนำไปหล่อหลอมผสมกับโลหะหลัก แล้วนำมารีดเป็นแผ่นเพื่อใช้ในการปั๊มขึ้นรูปเหรียญแต่ละเนื้อต่อไป
โดยในครั้งนั้นได้จัดสร้างเหรียญทรงจำปีในเนื้อต่างๆ ดังนี้
เนื้อทองคำ ๘๐ เหรียญ
เนื้อเงิน ๕๐๐ เหรียญ
เนื้อเงินลงยา ๕๐๐ เหรียญ
เนื้อนวโลหะ ๕๐๐ เหรียญ
เนื้อทองแดงรมดำ ๑๕๐,๐๐๐ เหรียญ
เนื้อตะกั่ว ๑๕๐,๐๐๐ เหรียญ
เนื้อผง ๑๕๐,๐๐๐ เหรียญ

พิธีมหาเทวาภิเษก ปี ๒๕๔๕
แต่ในพิธีเทวาภิเษกปี ๒๕๔๕ ครั้งนั้นมิได้มีเฉพาะเหรียญและพระผงพิมพ์จำปีเท่านั้น ยังมีเหรียญและวัตถุมงคลแบบอื่นที่เข้าร่วมพิธีในคราวนั้นอีก ประกอบไปด้วย
เหรียญหนุมานมหาปราบ
เหรียญพัดจีน
รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณขนาดห้อยคอ พิมพ์หน้าเดียวและพิมพ์สองหน้า
รูปหล่อท้าวเวสสุวรรณขนาดบูชา ๑๘ นิ้ว
คืนนี้เล่าให้ฟังแค่หอมปากหอมคอกันเพียงเท่านี้ก่อนนะครับ ไว้วันหน้าจะมาเล่าเรื่องเกี่ยวกับพิธีมหาเทวาภิเษกปี ๔๕ ให้ฟังกันต่อ วันนี้ขอให้เพื่อนๆ ทุกท่านโชคดี ปลอดโรค ปลอดภัย นอนหลับฝันดี ราตรีสวัสดิ์นะครับ
เรียบเรียงโดย
คุณช้าง บางจาก (Komsan Pisalsongkram)