คุยเฟื่อง เรื่องตั่วแปะยี่แปะ — เมื่อขอพรเบื้องบนไม่ได้ให้มาขอเรา (EP.3)
ไขความหมายคำกล่าว "เมื่อขอพรเบื้องบนไม่ได้ให้มาขอเรา" ผ่านหลักกรรมและอิทัปปัจจยตา ธรรมเทศนาของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) และเคล็ดการบูชาตั่วแปะยี่แปะ รุ่นมูลนิธิสรรพราเชนทร์
เกร็ดเล่า — คุยเฟื่อง เรื่องตั่วแปะยี่แปะ "เมื่อขอพรเบื้องบนไม่ได้ให้มาขอเรา" (EP.3)

เมื่อขอพรเบื้องบนไม่ได้ให้มาขอเรา หมายความว่าอย่างไร
จากที่ผมได้คุยเฟื่องเรื่องตั่วแปะยี่แปะไปเมื่อวันก่อน หลายท่านก็คงพอจะทราบประวัติความเป็นมาของยมทูตขาวยมทูตดำ และความหมายมงคลต่างๆ ที่หลวงพ่ออิฏฐ์ท่านออกแบบไว้บนเหรียญพอสังเขปแล้วนะครับ แต่หลายท่านก็ยังมีข้อสงสัยกับคำกล่าวที่ว่า "เมื่อขอพรเบื้องบนไม่ได้ให้มาขอเรา" นั้นหมายความว่าอย่างไร
ตามคติความเชื่อของวิถีชาวพุทธ โดยเฉพาะแถบเอเชียตะวันออกและเอเชียใต้ มักจะมีวิถีความเชื่อที่ผูกพันกันแบบแยกกันไม่ออก คือวิถีพุทธ เทพเจ้า และภูตผี โดยมีความเชื่อว่าถ้าจะทำการสิ่งใด หรือเมื่อมีความทุกข์กายทุกข์ใจและต้องการสร้างขวัญและขอกำลังใจ ก็มักจะขอพรขอบารมีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพศรัทธาให้ช่วยเหลือ
บ้างก็ขอพรจากพระพุทธรูป บ้างก็ขอพรจากพระสงฆ์ บ้างก็ขอพรจากเทพเจ้า และบ้างก็ขอพรจากภูติผี หลายคนอาจจะถามย้อนกลับมาว่า "ขอพรกับผีก็ได้หรือ" ก็ตรงนี้ไงครับถึงมีคำกล่าวที่ว่า "เมื่อขอพรเบื้องบนไม่ได้ให้มาขอเรา" เหตุเพราะว่าบางคนที่ไปอธิษฐานขอบารมีกับพระพุทธหรือมหาเทพเทวดาเบื้องบน บางคนอาจมิได้สำเร็จสมปรารถนาตามที่ขอเสมอไป หรือถ้าได้ก็ได้ล่าช้า เหตุเพราะพระพุทธองค์สอนให้เชื่อในกรรม ในการกระทำของตน สิ่งที่จะเกิดที่จะมีในชาติภพนี้ ย่อมเกิดแต่กรรมในอดีตของแต่ละคนที่สั่งสมมา

บุญเราไม่เคยสร้าง
ดังธรรมเทศนาของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) พรหมรังสี ที่ได้โปรดชี้ธรรมไว้ในนิมิตว่า
บุญเราไม่เคยสร้าง ใครที่ไหนจะมาช่วยเจ้า
ลูกเอ๋ย ก่อนที่จะเข้าไปขอบารมีหลวงพ่อองค์ใด เจ้าจะต้องมีทุนของตัวเอง คือบารมีของตนลงทุนไปก่อน เมื่อบารมีของเจ้าไม่พอจึงค่อยขอยืมบารมีคนอื่นมาช่วย มิฉะนั้นเจ้าจะเอาตัวไม่รอด เพราะหนี้สินในบุญบารมีที่ไปเที่ยวขอยืมมาจนพ้นตัว เมื่อทำบุญทำกุศลได้บารมีมา ก็ต้องเอาไปผ่อนใช้หนี้เขาจนหมด ไม่มีอะไรเหลือติดตัว แล้วเจ้าจะมีอะไรไว้ในภพหน้า หมั่นสร้างบารมีไว้ แล้วฟ้าดินจะช่วยเอง จงจำไว้นะ เมื่อยังไม่ถึงเวลา เทพเจ้าองค์ใดจะคิดช่วยเจ้าไม่ได้ ครั้นเมื่อถึงเวลา ทั่วฟ้าจบดินก็ต้านเจ้าไม่อยู่ จงอย่าไปเร่งเทวดาฟ้าดิน เมื่อบุญเราไม่เคยสร้างไว้เลย จะมีใครที่ไหนมาช่วยเจ้า
อิทัปปัจจยตา — กฎแห่งกรรม
อีกปัจจัยหนึ่งที่เชื่อว่าการขอพรหรือบารมีจากพระหรือองค์มหาเทพต่างๆ แต่ไม่สำเร็จสมปรารถนาตามที่ขอนั้น อาจเกิดจากที่ผู้ขอบารมีนั้นอาจจะขออะไรที่เกินกว่าบารมีกรรมที่เคยสร้างมา ตามหลักธรรมอิทัปปัจจยตา หรือปัจจยาการ (กฎแห่งกรรม คือกฎความสัมพันธ์ระหว่างเหตุกับผลของการกระทำ) หรือไม่ผู้ขอก็มักจะขออะไรที่เกิดด้วยมิจฉาทิฏฐิ (ผิดศีลธรรม) ของตน มิใช่ด้วยสัมมาทิฏฐิ จึงเชื่อว่าพระหรือมหาเทพอันมีสัมมาทิฏฐิ ย่อมไม่ยินดีที่จะประทานให้สำเร็จตามที่ขอ
จึงทำให้หลายๆ คนที่ประกอบอาชีพสีเทา หรือพวกนักพนัน นักเสี่ยงโชค ซึ่งถือว่าจิตใจยังมีมิจฉาทิฏฐิอยู่ และมักผิดหวังจากการขอพรจากพระหรือมหาเทพที่อยู่เบื้องบน จึงหันมาขอพรด้วยการบนบานสานกล่าวจากยมทูตหรือภูติผี เพราะเชื่อว่าพรที่ขอจะประสบผลอย่างรวดเร็ว เพราะภูติผีก็ยังมีซึ่งมิจฉาทิฏฐิ รักโลภโกรธหลงอยู่เช่นกัน การบูชาและขอพรจากตั่วแปะยี่แปะก็เช่นกัน ที่นักพนัน นักเสี่ยงโชคชาวจีน สิงคโปร์ และมาเลเซียมักนิยมบนบานสานกล่าวขอพรกัน แต่ขอเตือนกันไว้ก่อนนะครับ เนื่องด้วยตั่วแปะยี่แปะเป็นยมทูตที่ถือความซื่อสัตย์และรักษาสัจจะ เมื่อสิ่งที่ท่านขอสำเร็จสมปรารถนาแล้ว ก็ต้องถือสัจจะในการแก้บนนะครับ และด้วยความที่ตั่วแปะยี่แปะเป็นยมทูตผู้ควบคุมภูตผี เคยมีผู้รู้แอบกระซิบเคล็ดการบนบานสานกล่าวให้สำเร็จว่า ต้องบนด้วยการทำบุญให้กับศพไม่มีญาติ หรือทำบุญช่วยเหลือสงเคราะห์ให้กับผู้คนที่ตกทุกข์ได้ยาก เชื่อกันว่าทุกเรื่องที่ขอจะสมปรารถนากันทุกรายไป

เหรียญตั่วแปะยี่แปะ รุ่นมูลนิธิสรรพราเชนทร์
ก็ถือเป็นโอกาสอันดีครับที่มูลนิธิสรรพราเชนทร์ได้จัดสร้างเหรียญตั่วแปะยี่แปะรุ่นนี้มาให้พวกเราได้มีโอกาสได้ร่วมบุญกัน อีกทั้งวัตถุประสงค์ก็ชัดเจนตรงตามเคล็ดในการบูชาองค์ตั่วแปะยี่แปะ คือเพื่อนำปัจจัยไปซื้ออุปกรณ์ช่วยชีวิตเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย และอยากกระซิบบอกอะไรอีกอย่างหนึ่งครับว่า เหรียญรุ่นนี้จะถือเป็นเหรียญปั๊มตั่วแปะยี่แปะรุ่นแรกของประเทศไทยเลยก็ว่าได้ ทั้งหลวงพ่ออิฏฐ์ วัดจุฬามณี ท่านได้เมตตาออกแบบและอนุญาตให้เข้าร่วมพิธีปลุกเสก ณ มณฑลพิธีวัดจุฬามณีถึง ๕ วาระเลยทีเดียว

ก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าข้อมูลที่ผมได้คุยเฟื่องมา คงจะเป็นปกิณกะความรู้กับท่านที่สนใจติดตามอ่านกันไม่มากก็น้อยนะครับ สวัสดี
เรียบเรียงโดย
คุณช้าง บางจาก (Komsan Pisalsongkram)