朱拉玛尼寺
โลกนีติ

มิตตกัณฑ์ — หมวดมิตร

โลกนีติ · 15 คาถา พร้อมคำแปลและขยายความ

๗๙. คนเกื้อกูล แม้ไม่ใช่ญาติก็เหมือนญาติ

หิตการโร ปโร พนฺธุ พนฺธูปิ อหิโต ปโร อหิโต เทหโช พฺยาธิ หิตํ อารญฺญโมสธํ ฯ

แม้จะเป็นคนอื่น หากเกื้อกูลกันก็นับเป็นญาติ แม้จะเป็นญาติ หากไม่เกื้อกูลกันก็นับว่าเป็นคนอื่น เชื้อโรคแม้จะเกิดในร่างกายก็ไม่มีประโยชน์อะไร ยาสมุนไพรแม้จะเกิดในป่าดงก็มีประโยชน์กว่า

โลกนีติบทนี้ มี ๒ จำพวก คือ ญาติสาโลหิต และญาติธรรม

ญาติสาโลหิต คือ ผู้นับเป็นญาติกันโดยสายเลือด มี ๗ ชั้นโคตร คือ ทวด ปู่ พ่อ ตัวเรา ลูก หลาน เหลน ญาติสาโลหิตทั้ง ๗ นี้ เมื่อยังหมั่นไปมาหาสู่กันอยู่ ยังสงเคราะห์ อนุเคราะห์ เอื้อเฟื้อเกื้อกูลกันอยู่ ยังเคารพนับถือกันอยู่ ก็นับว่าเป็นญาติกันอยู่ ผู้อื่นแม้ไม่ใช่สายเลือดเดียวกัน เมื่อมีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน เคารพนับถือกัน ก็จัดว่าเป็นญาติ เพราะสามารถพึ่งพาอาศัยกันได้ยามทุกข์ยากลำบาก แต่หากญาติสาโลหิตไม่มีความเอื้อเฟื้อเกื้อกูลกัน ไม่เคารพนับถือกัน ก็นับว่าไม่ใช่ญาติ เปรียบเหมือนพยาธิแม้จะอยู่ในร่างกายก็ไม่มีประโยชน์ ส่วนยาสมุนไพรแม้จะอยู่ในป่าดงห่างไกลกลับมีประโยชน์ดีกว่า

ญาติธรรม คือ ผู้ที่เคารพนับถือกันโดยธรรม เกื้อกูลกันโดยธรรม

๘๐. เพื่อนนินทาลับหลังควรหลีกเว้น

ปโรกฺเข คุณหนฺตารํ ปจฺจกฺเข ปิยวาทินํ วชฺเชยฺย ตาทิสํ มิตฺตํ วิสกุมฺเภ ยถา มธุํ ฯ

เพื่อนคนใด ลับหลังตั้งนินทา ต่อหน้าลับสรรเสริญ ควรเว้นเพื่อนเช่นนั้นเสีย เหมือนเว้นน้ำผึ้งที่อยู่ในหม้อยาพิษ

ระหว่างน้ำผึ้งกับยาพิษจะเลือกอะไร ทุกคนคงต้องเลือกเอาน้ำผึ้ง แต่น้ำผึ้งนั้นมียาพิษเจือปนอยู่ เมื่อรู้ควรทิ้งหรือหลีกเว้นเสียให้ไกล ฉันใด

เพื่อนก็เช่นกัน หากอยู่ลับหลังตั้งนินทา เรื่องนอกบ้านก็นำมาติฉินนินทา เรื่องในบ้านก็นำมาติฉินนินทา อ้วนก็นินทา ผอมก็นินทา สูงก็นินทา เตี้ยก็นินทา ดำก็นินทา ขาวก็นินทา นินทาได้ทุกเรื่อง แต่พออยู่ต่อหน้ากลับชื่นชมสรรเสริญ พูดจาอ่อนหวาน อ้วนก็ชมว่าอุดมสมบูรณ์ ผอมก็ชมว่าหุ่นดี สูงก็ชมว่าสมส่วน เตี้ยก็ชมว่าล่ำสัน ดำก็ชมว่าคมขำ ขาวก็ชมว่าสะอาดสะอ้านผิวพรรณดี ชื่นชมสรรเสริญได้ทุกเรื่อง

เพื่อนที่หน้าไหว้หลังหลอกเช่นนี้ แม้จะมีคนเดียวในโลกก็ควรเลิกคบหา แม้จะพูดจาอ่อนหวานปานน้ำผึ้ง ก็ให้คิดเสียว่าเป็นน้ำผึ้งอาบยาพิษ อย่าหลงดื่ม บัณฑิตทั้งหลายพึงหลีกหนีเพื่อนเช่นนี้ อยู่แต่ผู้เดียวประเสริฐที่สุด

๘๑. คนหมดทรัพย์ ย่อมถูกมิตรทอดทิ้ง

ธนหีเน จเช มิตฺโต ปุตฺตทารา สโหทรา ธนวนฺตํว เสวนฺติ ธนํ โลเก มหาสขา ฯ

คนสิ้นทรัพย์ ย่อมถูกมิตร บุตร ภรรยา และพี่น้องร่วมท้องทอดทิ้ง คนส่วนใหญ่คบหาเฉพาะคนมีทรัพย์ ทรัพย์จึงเป็นเพื่อนสำคัญที่สุดในโลก

คนในโลกส่วนใหญ่เข้าใจว่า ทรัพย์สินเงินทองเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด เป็นสิ่งที่จะบันดาลทุกอย่างให้ ไม่ว่าจะปรารถนาวัตถุสิ่งใดก็ใช้เงินทองที่มีแลกเปลี่ยนซื้อหามาได้โดยง่าย คนร่ำรวยเงินทองจึงเป็นคนที่ใครๆ ก็ให้ความสำคัญ จะทำอะไรก็ดูดีไปแทบทั้งสิ้น ไปไหนมาไหนก็มีคนยินดีต้อนรับ เคารพนบนอบ ยกย่องสรรเสริญ

คนส่วนมากจึงคบหาแต่คนมีทรัพย์ เมื่อทรัพย์มาเพื่อนก็มี เมื่อทรัพย์หนีเพื่อนก็หาย ดังนั้น หมดมดสิ้นทรัพย์สินเงินทอง ตกต่ำลำบาก จึงไม่มีใครรอบหาเป็นเพื่อน แม้แต่เพื่อนฝูง ลูกเมีย ญาติพี่น้อง ล้วนแต่หายหน้าหนีไปหมด ไม่มีใครเหลียวแลห่วงใย จะบากหน้าไปขอความช่วยเหลือจากใครก็จะถูกเขาปฏิเสธ ทั้งยังดูถูกดูหมิ่นเหยียดหยาม จึงควรแสวงหาทรัพย์ก่อนแสวงหาเพื่อน

๘๒. รู้จักคนดี ๔ ประเภท ในยามคับขัน

ชาเนยฺย เปสเน ภจฺจํ พนฺธุํ วาปิ ภยาคเต อาปทาสุ ตทา มิตฺตํ ทารญฺจ วิภวกฺขเย ฯ

จะรู้จักคนรับใช้ดีเมื่อใช้งาน จะรู้จักพี่น้องดีเมื่อมีภัย จะรู้จักมิตรดีเมื่อประสบความวิบัติ จะรู้จักภรรยาดีเมื่อสิ้นเนื้อประดาตัว

คนรับใช้ จะรู้ว่าเขาทำงานได้ดีเพียงไร มีความรับผิดชอบเพียงไร เมื่อทำงานตามคำสั่งของเจ้านายได้ดีไม่บกพร่อง

ญาติพี่น้อง จะรู้จักดีเมื่อเราลำบากเดือดร้อนต้องการความช่วยเหลือ ก็มีความห่วงใย เอื้อเฟื้อเกื้อกูล สงเคราะห์อนุเคราะห์ และช่วยเหลือเรา

เพื่อนฝูงมิตรสหาย จะรู้จักดีเมื่อเราประสบความวิบัติเดือดร้อนและต้องการความช่วยเหลือ ก็รีบช่วยเหลือ รีบอาสาช่วยงานที่คั่งค้าง ให้คำแนะนำ ปลอบใจให้สดชื่น จึงนับว่าเพื่อนแท้ หากไม่ช่วยเหลือก็นับว่าไม่ใช่เพื่อน

ภรรยา จะรู้ว่ารักและซื่อสัตย์ต่อสามีหรือไม่ เมื่อสามีประสบปัญหาการงานล้มละลาย ไม่สามารถหาเงินมาเลี้ยงครอบครัวได้อีก หากภรรยายังรักยังห่วงใย ยังอยู่ร่วมทุกข์ร่วมสุข ไม่ทอดทิ้งไปมีสามีใหม่ อยู่เคียงข้างไม่ห่างไปไหน ก็นับว่าเป็นศรีภรรยา

๘๓. ลักษณะของญาติ มิตร พ่อแม่ ภรรยาที่แท้

โส พนฺธุ โย หิเต ยุตฺโต ปิตโร โหติ โปสโก ตํ มิตฺตํ ยตฺถ วิสฺสาโส สา ภริยา จ นิพฺพุติ ฯ

ผู้ใดทำประโยชน์เกื้อกูล ผู้นั้นชื่อว่าญาติ ผู้ใดบำรุงเลี้ยงดู ผู้นั้นชื่อว่ามารดาบิดา ผู้ใดมีความคุ้นเคยไว้วางใจได้ ผู้นั้นชื่อว่ามิตร หญิงใดทำให้ชายไว้วางใจ หญิงนั้นชื่อว่าภรรยา

ความจริงใจ ความเอื้อเฟื้อเกื้อกูล ความรัก ความห่วงใย ความเอื้ออาทร ความปรารถนาดี ที่คนมีให้ใจ มีสายใยต่อกัน จะปฏิบัติต่อกันและกันนั้น ดังนี้

ญาติ คือผู้ที่ทำประโยชน์เกื้อกูลกัน เป็นห่วงเป็นใยกัน ดังนั้น ใครก็ตามที่ทำประโยชน์เกื้อกูล ก็นับว่าเป็นญาติ

มารดาบิดา คือผู้บำรุงเลี้ยง ให้ความอุปการะ ให้ความอุปถัมภ์ ให้ความอนุเคราะห์อย่างเอ็นดู ใครตามที่ทำเช่นนี้ นับว่าเป็นมารดาบิดา

มิตร คือผู้ที่มีไมตรีจิตดีต่อกัน ช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ให้คำแนะนำเป็นที่ปรึกษา เป็นที่พึ่งพาอาศัยยามลำบาก ใครตามที่ทำเช่นนี้ นับว่าเป็นกัลยาณมิตร

ภรรยา คือผู้ให้ความรักความห่วงใย ปลอบประโลมใจในยามประสบปัญหา ให้กำลังใจในยามท้อแท้ ให้ความไว้วางใจ อยู่ดูแลอย่างใกล้ชิดยามเจ็บป่วย ใครตามที่ทำเช่นนี้ นับว่าเป็นศรีภรรยา

๘๔. อย่าไว้ใจศัตรู และระวังมิตรในเวลาโกรธ

น วิสฺสาเส อมิตฺตสฺส มิตฺตญฺจาปิ น วิสฺสเส กทาจิ กุปฺปิเต มิตฺเต สพฺพํ โทสํ ปกาสเย ฯ

บุคคลไม่ควรไว้วางใจศัตรู แม้มิตรก็ไม่ควรไว้วางใจ บางครั้งเมื่อมิตรโกรธขึ้นมา จะเปิดโปงเรื่องไม่ดีของเราทั้งหมด

ท่านแนะนำไว้ว่า อย่าให้ความไว้วางใจ ๒ พวก คือ ศัตรู และมิตร

ชื่อว่าศัตรู มีแต่จะจ้องทำลายล้างให้พินาศย่อยยับไปเท่านั้น ไม่เคยคิดจะเกื้อกูลเลย หากศัตรูคนใดยังไม่มีความละโมบโลภอยากได้ของของเรา ยังไม่ละการผูกอาฆาตพยาบาทจองเวรเรา แต่มาขอเชื่อมสัมพันธไมตรีเป็นมิตร หรือส่งทูตมาเจรจาก็ตาม ไม่ควรไว้วางใจให้เป็นมิตร เพราะอาจมีแผนร้ายหวังทำลายชีวิตและทรัพย์สินเท่านั้น เคยมีผู้คิดว่าศัตรูเป็นมิตรเปิดประตูบ้านให้เข้าไปถูกฆ่ามาแล้ว จึงไม่ควรไว้วางใจศัตรู

ชื่อว่ามิตร ถ้าเป็นมิตรจริง เป็นกัลยาณมิตรที่จะคอยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ย่อมไม่มีวันจะทำลายกัน เพราะมิตรแท้ย่อมร่วมเป็นร่วมตาย แม้จะมีภัยมาถึงก็จะไม่ทอดทิ้งกัน แต่ถ้าเป็นมิตรเทียม เวลามีภัยมาถึงก็จะทอดทิ้งเราไป หรือเวลาทะเลาะโกรธเคืองกัน ก็จะนำเรื่องไม่ดีงามของเรามาเปิดเผยให้เสียหายไปทั่ว ดังนั้น ท่านจึงเตือนว่า แม้มิตรก็ไม่ควรไว้วางใจ

๘๕. มิตรที่แตกร้าวแล้ว อย่าคบหาใหม่

สกึ ทุฏฺฐญฺจ โย มิตฺตํ ปุน สนฺธิตุมิจฺฉติ โส มจฺจุํ อุปคณฺหาติ คพฺโภ อสฺสตรี ยถา ฯ

ผู้ใดแตกคอจากมิตรคราวหนึ่งแล้ว อยากจะผูกมิตรกันใหม่ เขาชื่อว่านำความตายเข้าไปให้ เหมือนการตั้งครรภ์ม้าอัสดร ย่อมฆ่าแม่ม้า ฉะนั้น

หม้อดินที่แตกแล้วยากที่จะต่อติดกันให้เหมือนเดิมได้ ร่างกายที่แตกดับแล้วไม่สามารถจะฟื้นคืนได้ ฉันใด มิตรที่แตกร้าวฉานกันเพราะความเห็นไม่ตรงกัน ไม่สามารถจะกลับคืนดีกันได้ ฉันนั้น

ผู้ถูกมิตรสหายทอดทิ้งไปแล้ว ยอมให้เขากลับมาคืนดีเป็นมิตรอีก ผู้นั้นชื่อว่านำภัยเข้ามาใส่ตัว นำความตายเข้ามาใส่ตัว เพราะชื่อว่ามิตรแท้คือผู้มีความเห็นถูกต้องพ้องกัน มีอัธยาศัยคล้ายกัน จะไม่มีวันแตกแยกกัน เพื่อเอาตัวรอดเป็นอันขาด ดังนั้น มิตรที่แตกแยกกันแล้วจึงไม่ชื่อว่ามิตร ไม่ควรออมชอมให้กลับมาเป็นมิตรอีก เพราะเคยขัดแย้งเกลียดชังกันแล้ว ในใจจึงมีแต่ความขุ่นข้องหมองใจ ผูกอาฆาต หาทางลบล้างกันด้วยการดูถูกเหยียดหยาม การกลับมาขอคืนดีจึงมีบางสิ่งแอบแฝงไว้ เมื่อประสบโอกาสก็จะเข่นฆ่าย่ำยีเราได้ เหมือนม้าอัสดร เกิดในครรภ์เพื่อฆ่าแม่ม้า ฉันนั้น

๘๖. แบกศัตรูไว้บนบ่า รอจังหวะกำจัด

วเห อมิตฺตํ ขนฺเธน ยาว กาโล อนาคโต ตเมว อาคเต กาเล เสเล ภินฺเท ฆฏํ อิว ฯ

เมื่อโอกาสยังมาไม่ถึง ควรแบกศัตรูไว้บนบ่าก่อน เมื่อโอกาสมาถึงแล้วก็ทำลายเสีย เหมือนฟาดหม้อดินลงบนก้อนหินให้แหลก ฉะนั้น

ศัตรู คือผู้จ้องคุกคามเบียดเบียนเรา คอยประหัตประหารเรา บางครั้งศัตรูก็มาในคราบของมิตร มาในคราบของญาติ มาในคราบของบัณฑิต มาในคราบของผู้ใต้บังคับบัญชา มาในคราบของข้าทาสบริวาร เป็นต้น เมื่อเราสืบทราบอย่างแน่ชัดแล้วว่าผู้นั้นเป็นศัตรู หากยังไม่มีโอกาสจะต่อสู้ ก็ควรอดทนยอมทำทุกอย่างให้เขาตายใจว่าเราทำอะไรไม่ได้ แม้จะเหมือนแบกภาระอันหนักอึ้งไว้บนบ่าตลอดคติตาม ไว้รอโอกาส รวบรวมข้อมูล พยานหลักฐานให้ครบถ้วน จนคิดว่าเขาจะดิ้นไม่หลุดแล้ว จึงค่อยเปิดเผยดำเนินการไปตามกฎหมายหรือตามครรลองครองธรรม โดยจัดการในคราวเดียวไม่ให้เหลือซาก ไม่ให้มีโอกาสดิ้นหลุดไปได้ เหมือนการจับหม้อดินให้มั่นแล้ว ฟาดลงบนแผ่นหินเต็มแรงให้แตกละเอียดย่อยยับไปเพียงครั้งเดียว ฉันนั้น

๘๗. เศษหนี้ เศษไฟ เศษศัตรู ไม่ควรเหลือไว้

อิณเสโส อคฺคิเสโส สตฺตุเสโส ตเถว จ ปุนปฺปุนํ วิวฑฺฒนฺติ ตสฺมา เสสํ น การเย ฯ

เศษหนี้ เศษไฟ เศษศัตรู ย่อมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะฉะนั้น ไม่ควรก่อให้มีเศษ

หนี้ ไฟ ศัตรู นับว่ามีภัยอย่างร้ายแรง ไม่ว่าจะมากหรือน้อยก็ตาม ผู้รู้ทั้งหลายจึงไม่ควรปล่อยไว้ให้มีเศษหลงเหลือแม้เพียงเล็กน้อย

เมื่อยังไม่เคยมีหนี้ ก็อย่ากู้หนี้ยืมสิน เมื่อติดหนี้ก็ควรหาชดใช้โดยเร็ว เมื่อจะชดใช้ก็ควรใช้ให้หมด อย่าเหลือไว้แม้แต่บาทเดียว เพราะผ่านไปนานอาจจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จนไม่สามารถจะชดใช้ได้หมด ในที่สุดก็ถูกเจ้าหนี้ริบเอาทรัพย์สินไปจนสิ้นเนื้อประดาตัว

เมื่อยังไม่เป็นไฟไม่ควรก่อไฟเล่น แม้จำเป็นต้องก่อเพื่อหุงหาอาหารก็ควรดับทันทีเมื่อเสร็จกิจ อย่าเหลือเศษไฟไว้ด้วยความประมาทเผอเรอ เพราะเศษไฟเพียงเล็กน้อย อาจจะลุกลามติดเผาไหม้ทุกอย่างให้ย่อยยับไปได้

เมื่อยังไม่มีศัตรูไม่ควรก่อให้มี เมื่อมีแล้วก็ควรรีบยอมความกันให้จบโดยเร็ว เพราะเศษศัตรูเพียงน้อยนิดอาจเป็นจุดเริ่มต้นของการทะเลาะวิวาทได้ จนกลายเป็นศัตรูยาวถาวรสืบทอดไปถึงลูกหลานได้

๘๘. เพื่อนหน้าหวานใจร้าย อย่าคบหา

ปทุมํ มุขํ ยสฺส วาจา จนฺทนสีตลา ตาทิสํ โนปเสเวยฺย หทเย ตุ หลาหลํ ฯ

บุคคลไม่ควรคบหาคนที่หน้าบานเหมือนดอกบัว มีวาจาเยือกเย็นเหมือนแก่นจันทน์ คนเช่นนั้น ในใจของเขามีแต่พิษที่ร้ายกาจ

จะคบหาใครเป็นเพื่อน ควรเลือกสรรให้ดี โลกนีติบทนี้ ท่านบอกลักษณะของบุคคลผู้ที่เราไม่ควรคบหาเป็นเพื่อน คือ

คนที่วางท่าทางเชิดหน้า ชอบแต่งกายโอ่อ่า ทำหน้าบานระรื่น ชอบเข้าใกล้ประชิดตัวตีสนิท พูดจาทักทายเหมือนรู้จักคุ้นเคยกันมาแล้วหลายปี ชอบชมตัวเองให้ผู้อื่นฟัง คุยว่ารู้จักเจ้าใหญ่นายโต ชอบอาสาทำในสิ่งที่ทำได้ยาก พูดอ่อยคำหวานหลอกให้ตายใจ ชอบถามหาวงศ์สกุลของเรา ถามถึงงาน ถามถึงครอบครัว ญาติมิตร บริวาร ถามถึงปัญหาในครอบครัว ด้วยเรื่องที่ไม่ควรถาม แสร้งทำเป็นออกหน้ารับเรื่องต่าง ๆ เป็นต้น หากใครหลงคารมคบหาเป็นเพื่อน ยอมให้เข้าบ้าน เขาก็จะเริ่มออดอ้อนเล่าถึงปัญหาที่น่าสงสาร หรือหยิบยืมเงินทองและของใช้ ถือวิสาสะหยิบนั่นจับนี่ และฉกฉวยของบางอย่างติดไม้ติดมือไป คนเช่นนี้ รีบหลีกให้ห่าง อย่าคบหาเป็นอันขาด

๘๙. นายที่ไม่ควรอยู่รับใช้

น เสเว ผรุสํ สามึ น จ เสเวยฺย มจฺฉรี ตโต อปคุณฺหํ สามึ เนว นิคฺคหิตํ ตโต ฯ

บุคคลไม่ควรอยู่รับใช้เจ้านายที่หยาบคาย เจ้านายที่ตระหนี่ เจ้านายที่ไม่ยกย่องสนับสนุน และเจ้านายชอบข่มเหงรังแก

ระหว่างเจ้านายกับลูกน้อง ส่วนใหญ่ก็ปฏิบัติต่อกันดี จะมีอยู่บ้างที่ปฏิบัติต่อกันไม่เหมาะไม่ควร หากทั้งเจ้านายและลูกน้องต่างมีคุณสมบัติปฏิบัติอกตามหลักธรรมต่อไปนี้ จึงจะเกิดประโยชน์เกื้อกูลกัน

เจ้านายที่ดีมีคุณสมบัติ ๕ ประการ คือ (๑) มีความเอ็นดูไม่ดูดำด้วยคำหยาบคาย (๒) อนุเคราะห์ยามตกยาก (๓) ชื่นชมผลงานของลูกน้อง (๔) วางตัวให้น่าเคารพนับถือ (๕) แนะนำด้วยหวังประโยชน์เกื้อกูล

ลูกน้องที่ดีมีคุณสมบัติ ๕ ประการ คือ (๑) นอบน้อมไม่แสดงกิริยากระด้าง (๒) ขวนขวายการงานไม่บกพร่อง (๓) ยอมรับฟังคำแนะนำตักเตือน (๔) ไม่ติฉินนินทาเจ้านาย (๕) ทุ่มเทความสามารถเพื่อประโยชน์ของงาน

เมื่อเจ้านายดี ปฏิบัติต่อลูกน้องด้วยเมตตาจิต ลูกน้องก็ควรปฏิบัติต่อเจ้านายด้วยความเคารพนอบน้อม

๙๐. หลีกสัตว์มีเขา ม้า ช้าง คนพาล

สิงฺคี ปญฺญาสหตฺเถน วชฺเช สเตน วาชินํ หตฺถี ทนฺตี สหสฺเสน เทสจาเคน ทุชฺชนํ ฯ

ควรหลีกเว้นสัตว์มีเขาให้ห่าง ๕๐ ศอก ควรหลีกเว้นม้ากีบเท้าคมให้ห่าง ๑๐๐ ศอก ควรหลีกเว้นช้างมีงาให้ห่าง ๑,๐๐๐ ศอก ควรหลีกเว้นคนเลวร้ายโดยการยอมละทิ้งถิ่นฐานหนีไป

สัตว์มีเขาแหลมคม ม้ามีกีบเท้าคม ช้างมีงา และคนอันธพาล ทั้ง ๔ จำพวกนี้สามารถทำให้เราเดือดร้อนได้ จึงควรหลีกเว้นให้ห่างไกล

หลีกสัตว์มีเขาแหลมคม ควรหลีกให้ห่าง ๕๐ ศอกขึ้นไปจึงจะปลอดภัย

หลีกม้ากีบเท้าคม ควรหลีกให้ห่าง ๑๐๐ ศอกขึ้นไปจึงจะปลอดภัย

หลีกช้างมีงา ควรหลีกให้ห่าง ๑,๐๐๐ ศอกขึ้นไปจึงจะปลอดภัย

ส่วนคนอันธพาล จะหลีกให้ห่างสักปานใดก็นับว่าไม่ปลอดภัย บัณฑิตจึงแนะนำว่า ควรหลีกโดยการโยกย้ายบ้านละทิ้งถิ่นฐานไปให้ห่างไกลที่สุดเท่าที่ไกลได้ เพราะคนอันธพาล ไม่ว่าจะไปถิ่นฐานใด ก็จะคุกคามเบียดเบียน ทำความพินาศให้ เมื่อหลีกห่างได้แล้ว ควรตั้งความปรารถนาไว้ด้วยว่า อย่าได้พบเห็นคนพาล อย่าได้ยินดีในถ้อยคำของคนพาลอีกเลย

๙๑. ๖ สิ่งที่ควรหลีกเว้นให้ห่างไกล

กุเทสญฺจ กุมิตฺตญฺจ กุกุลญฺจ กุพนฺธวํ กุทารญฺจ กุทาสญฺจ ทูรโต ปริวชฺชเย ฯ

ภูมิประเทศที่ไม่อุดมสมบูรณ์ มิตรชั่ว ตระกูลที่เสื่อมเสีย ญาติพี่น้องที่ชั่วร้าย ภรรยาชั่ว คนรับใช้เลวทราม ทั้ง ๖ จำพวกนี้ ควรละเว้นให้ห่างไกล

ภูมิประเทศที่ไม่อุดมสมบูรณ์ คือ ภูมิประเทศที่ไม่มีแม่น้ำไหลผ่าน ไม่มีนักปราชญ์ราชบัณฑิตสัญจรผ่านไปมา ไม่มีพระราชาปกครองแผ่นดินโดยธรรม

มิตรชั่ว คือ มิตรที่ปอกลอกเอาแต่ได้ ดีแต่พูดถึงสิ่งที่ผ่านไปแล้วบ้าง สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นบ้าง ไม่เคยเกื้อกูลใคร เอาแต่ประจบสอพลอ ลับหลังนินทาต่อหน้าสรรเสริญ และชวนทำสิ่งที่เสื่อมเสีย

ตระกูลที่ชื่อเสียงเสื่อมเสีย ชาวบ้านเขาตำหนิ เป็นที่รังเกียจไปทั่ว

ญาติพี่น้องชั่วร้าย ผลาญสมบัติ แย่งมรดก นำความลับไปเปิดเผย

ภรรยาชั่ว ไม่ละอายนอกใจสามี พูดกระแทกแดกดัน ไม่สนใจงานบ้าน

คนรับใช้เลวทราม ไม่เคารพเจ้านาย ไม่ฟังคำแนะนำตักเตือน เป็นต้น

ทั้งหมดนี้ หลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกเลี่ยง เพราะจะนำภัยมาให้

๙๒. ลักษณะของเพื่อนแท้

โรคาตุเร จ ทุพฺภิกฺเข พฺยสเน จ สตฺตุคฺคเห ราชทฺวาเร สุสาเน จ สขา ติฏฺฐา สุมิตฺตกา ฯ

เพื่อนผู้อยู่เคียงข้าง ยามเจ็บป่วย ยามอดอยาก ยามเสื่อมทรัพย์ ยามต้องคดีความ ยามปลงศพ ชื่อว่าเป็นเพื่อนแท้

เพื่อนแท้มีคุณสมบัติหลายอย่าง เช่น มีอุปการะ คอยทักท้วงแนะนำตักเตือน ร่วมทุกข์ร่วมสุข เปิดเผยเรื่องลับในใจ ไม่ทอดทิ้งยามมีภัย ห้ามเวลาทำความชั่ว สนับสนุนยามทำความดี สละชีวิตเพื่อเพื่อนได้

นอกจากนี้ เพื่อนคนใดอยู่เคียงข้างยามเจ็บป่วย ช่วยหายา หาหมอมารักษา ประคับประคอง ยามตกยากอดอยากก็ผู้แผ่เจือจาน แบ่งปันปัจจัย สี่ให้ ยามเสื่อมลาภก็ปลอบประโลมไม่ให้ท้อแท้หมดกำลังใจ ยามเสื่อมทรัพย์ก็ช่วยแก้ไข แบ่งปันทรัพย์ให้เป็นทุนตามฐานะ ยามเสื่อมยศก็กล่าวธรรมให้เห็นความไม่เที่ยง ไม่ยึดติด ทำใจได้ ยอมรับความเปลี่ยนแปลง ยามต้องคดีความก็ขวนขวายช่วยเหลือ เป็นพยานให้ หาทนายแก้ต่างให้

เพื่อนเช่นนี้มีน้อย หาได้ยาก เมื่อได้มาเป็นเพื่อนแล้ว ก็ให้พยายามถนอมน้ำใจของกันไว้ รักษามิตรไมตรีไว้ให้ยั่งยืนชั่วลูกหลาน

๙๓. คนวาจาเย็น มีมิตรมาก คนวาจาหยาบ มิตรน้อย

สีตวาโจ พหุมิตฺโต ผรุโส อปฺปมิตฺตโก อุปมา เอตฺถ ฌาตพฺพา จนฺทสูริยราชุนํ ฯ

คนมีวาจาเยือกเย็นจะมีมิตรมาก คนมีวาจาหยาบกระด้างจะมีมิตรน้อย ข้อนี้พึงทราบการเปรียบเทียบระหว่างดวงอาทิตย์กับดวงจันทร์

ดวงอาทิตย์แผดแสงกล้า จึงไม่มีดวงดาวเป็นบริวาร ส่วนดวงจันทร์แสงเย็นสบาย จึงมีดวงดาวเป็นบริวารมากมาย

โลกนีติบทสุดท้ายในหมวดมิตรนี้ ท่านกล่าวคุณลักษณะเด่นของคนไว้ว่า คนเช่นไรมีมิตรมาก คนเช่นไรมีมิตรน้อย

คนรู้จักเจรจาปราศรัย มีวาจาเยือกเย็นสุขุม ไม่พูดพล่าม กล่าวคำมีเหตุผล มีสาระนำไปปฏิบัติตามได้ พูดรักษาน้ำใจ อ่อนหวาน นับว่ามีมิตรมาก เหมือนดวงจันทร์ มีดวงดารแวดล้อมมาก เพราะมีแสงเย็นนวลผ่อง

ส่วนคนไม่รู้จักเจรจาปราศรัย พูดจากระโชกโฮกฮาก หยาบคาย พร่ำเพ้อ ปลิ้นปล้อน ไม่มีวาจาสัตย์ เหมือนดวงอาทิตย์ที่แสงแผดกล้า ทำให้ไม่มีดาวบริวาร

มิตฺตกณฺโฑ นิฏฺฐิโต — หมวดมิตร จบ