ราชธมฺมกณฺฑ — หมวดว่าด้วยราชธรรม
ธรรมนีติ · 18 คาถา พร้อมคำแปลและขยายความ
๒๖๖. ทศพิธราชธรรม
ทานํ สีลํ ปริจฺจาคํ อชฺชวํ มทฺทวํ ตปํ อโกธํ อวิหึสญฺจ ขนฺตี จ อวิโรธนํ ทเสเต ธมฺเม ราชาโน อปฺปมตฺเตน ธาเรยฺยุํ ฯ
ทาน ศีล การบริจาค ความซื่อตรง ความอ่อนโยน ความเพียร (ตบะ) ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความไม่ขัดเคือง ทศพิธราชธรรม ๑๐ ประการนี้ พระราชาพึงทรงไว้ด้วยความไม่ประมาท
ราชธรรม ๑๐ เริ่มด้วยทานและศีล อันเป็นฐานของความเอื้อเฟื้อและอำนาจทางศีลธรรม การบริจาคคือการเสียสละเพื่อประชาชน ความซื่อตรงและความอ่อนโยนประกันความจริงใจและการเข้าถึงได้ ตบะคือการบังคับตน ความไม่โกรธ ความไม่เบียดเบียน ความอดทน และความไม่ขัดเคือง คือคุณธรรมแห่งสันติที่ป้องกันทรราชย์ พระราชาต้องทรงไว้ด้วยความไม่ประมาท เพราะเป็นธรรมที่เปลี่ยนอำนาจจากคำสาปให้เป็นพรแก่แผ่นดิน
๒๖๗. สังคหวัตถุ ๔
ทานํ อตฺถจริยา ปิยวาจา อตฺตสมํ ปิ จ สงฺคหา จตุโร อิเม มุนินฺเทน ปกาสิตา ฯ
ทาน (การให้) ๑ อัตถจริยา (การประพฤติประโยชน์) ๑ ปิยวาจา (วาจาไพเราะ) ๑ และการวางตนเสมอต้นเสมอปลาย (สมานัตตตา) ๑ สังคหวัตถุ ๔ ประการนี้ พระจอมมุนีทรงประกาศไว้
ทานชนะใจด้วยการเกื้อหนุนทางวัตถุ อัตถจริยาคือการให้ความช่วยเหลือและบริการ ปิยวาจาใช้ถ้อยคำเมตตา สัตย์จริง และสมานสามัคคี สมานัตตตาคือการปฏิบัติต่อผู้อื่นเสมอตนและสม่ำเสมอ สำหรับพระราชา สิ่งเหล่านี้มิใช่เพียงความกรุณา แต่เป็นศาสตร์การปกครอง คือวิธีรวมใจประชาชน สร้างความภักดี และก่อสังคมกลมเกลียวที่ผู้คนรู้สึกว่าถูกมองเห็น ได้รับการเกื้อหนุน และได้รับความเคารพจากผู้ปกครอง
๒๖๘. ความกลัวที่ทำให้ไม่เป็นสุข
วเน มิคา น ลภนฺติ มหาภยา นิทฺทาสุขํ ราชาโน ปิ น ลภนฺติ อุตฺตรถามภีตโต สํสารภยภีเตน น รมนฺติ เย ปณฺฑิตา ฯ
เนื้อในป่าเพราะมีภัยมากย่อมไม่ได้ความสุขในการนอนหลับ พระราชาก็ไม่ได้ (ความสุข) เพราะกลัวผู้มีกำลังเหนือกว่า ส่วนบัณฑิตเพราะกลัวภัยแห่งสังสารวัฏ ย่อมไม่เพลิดเพลิน (ในกาม)
เนื้อในป่าเป็นเหยื่อ จึงหวาดระแวงตลอดเวลา พระราชาอยู่ด้วยความกลัวคู่แข่ง กบฏ หรือผู้มีอำนาจเหนือกว่า แต่การเปรียบเทียบที่สำคัญที่สุดคือกับบัณฑิต ผู้กลัวภัยแห่งสังสารวัฏ คือวงจรการเกิด แก่ ทุกข์ และตายอันไม่สิ้นสุด ความกลัวนี้มิได้ทำให้เป็นอัมพาต แต่กระตุ้นให้แสวงหาความหลุดพ้น ความไม่มั่นคงของพระราชาจึงเทียบกับความเร่งด่วนทางธรรมของผู้แสวงหา ทั้งคู่ตั้งอยู่บนความเข้าใจภัยอย่างถูกต้อง
๒๖๙. คุณธรรมของผู้นำ
ขมา ชาคริยุฏฺฐานํ สํวิภาโค ทยิกฺขณา นายกสฺส คุณา เอเต อิจฺฉิตพฺพา หิตตฺถิโน ฯ
ความอดทนให้อภัย ความตื่นตัวระมัดระวัง ความเพียร การแบ่งปัน ความกรุณา และการสังเกตพิจารณา คุณธรรมของผู้นำเหล่านี้ ผู้ปรารถนาประโยชน์ (แก่ประชาชน) พึงปรารถนา
ความตื่นตัวคือการระแวดระวังภัยและความประมาท ความเพียรคือความพากเพียรขยัน การแบ่งปันคือความเอื้อเฟื้อทั้งทรัพย์และเครดิต ความกรุณาคือความเมตตาต่อผู้ทุกข์ การสังเกตคือวิจารณญาณในการเข้าใจสถานการณ์และผู้คนอย่างถูกต้อง ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นอุปนิสัยของผู้ปกครองที่เข้มแข็ง เอื้อเฟื้อ กรุณา และหยั่งรู้ ผู้นำที่แสวงหาประโยชน์ของผู้อยู่ใต้ปกครองอย่างแท้จริง
๒๗๐. ทางสายกลางในการปกครอง
ปริภูโต มุทุ โหติ อติติกฺโข จ เวรวา เอตญฺจ อุภยํ ญตฺวา อนุมชฺฌํ สมาจเร ฯ
ผู้อ่อนเกินไปย่อมถูกดูแคลน ผู้แข็งกร้าวเกินไปย่อมมีเวร (ศัตรู) รู้ทั้งสองอย่างนี้แล้ว พึงประพฤติทางสายกลาง
หากพระราชาอ่อนเกินไป ก็ถูกดูแคลนและกฎหมายถูกละเมิด หากแข็งกร้าวเกินไป ก็ถูกเกรงดุจศัตรูและเชิญการกบฏ ความอ่อนสุดขั้วหรือความแข็งสุดขั้วต่างก็สถาปนาความยิ่งใหญ่ไม่ได้ ฉะนั้นพระราชาผู้มีปัญญาต้องเลี่ยงทั้งสอง โดยใช้ความเด็ดขาดพอประมาณเฉพาะเมื่อจำเป็น และเมตตาเมื่อสมควร นี่คือทางสายกลางที่ประยุกต์ใช้กับการปกครอง คือรู้ที่สุดทั้งสองแล้วลงมือในเวลาที่ถูกต้องโดยไม่ไปสุดทางใด
๒๗๑. ต้องใช้ทั้งความอ่อนและความแข็ง
เนกนฺตมุทุนา สกฺกา เอกนฺตติขิเณน วา มหตฺเต ฐปิตุํ อตฺตํ ตสฺมา อุภยมาจเร ฯ
ไม่อาจสถาปนาตนในความยิ่งใหญ่ได้ด้วยความอ่อนโยนล้วน หรือความแข็งกร้าวล้วน เพราะฉะนั้นพึงประพฤติทั้งสองอย่าง
พระราชาไม่อาจบรรลุความยิ่งใหญ่ที่แท้ด้วยการยึดความอ่อนโยนล้วน ความอ่อนโยนที่ไม่คลอนแคลนแม้กรุณาแต่ก็เชิญความดูแคลน การฉวยโอกาส และความวุ่นวาย ผู้คนเลิกเคารพหรือเชื่อฟัง ในทางกลับกัน ความแข็งกร้าวล้วนก่อแต่ความกลัว ความขุ่นเคือง และการกบฏ ผู้คนต่อต้านแทนที่จะตาม ที่สุดทั้งสองทางลำพังก็สถาปนาอำนาจหรือความเคารพอันยั่งยืนไม่ได้ ผู้นำที่ฉลาดบ่มเพาะวิจารณญาณที่จะอ่อนโยนเมื่อได้ผลและเข้มแข็งเมื่อจำเป็น นี่มิใช่ความไม่สม่ำเสมอ แต่คือความเชี่ยวชาญตามบริบท
๒๗๒–๒๗๓. แว่นแคว้นเจริญเพราะประชากรเข้มแข็ง
กสฺสโก วาณิโช มจฺโจ สมโณ สุตสีลวา เตสุ วิปุลชาเตสุ รฏฺฐํ ปิ วิปุลํ สิยา เตสุ ทุพฺพลชาเตสุ รฏฺฐํ ปิ ทุพฺพลํ สิยา สรฏฺฐํ วิปุลํ ตสฺมา ธาเรยฺย รฏฺฐภารวา ฯ
ชาวนา พ่อค้า อำมาตย์ สมณะ และผู้มีสุตะและศีล เมื่อคนเหล่านี้มีมากและมั่งคั่ง แว่นแคว้นก็จะมั่งคั่งตาม เมื่อคนเหล่านี้อ่อนแอ แว่นแคว้นก็จะอ่อนแอตาม เพราะฉะนั้นผู้แบกภาระบ้านเมืองพึงทำนุบำรุงแว่นแคว้นให้มั่งคั่ง
พระราชามิได้สร้างความเจริญโดยลำพัง แต่อาศัยความเข้มแข็งของเสาหลักพื้นฐานเหล่านี้ คือ ชาวนา พ่อค้า อำมาตย์ สมณะ และผู้มีความรู้และศีล เมื่อกลุ่มเหล่านี้มีมากและมั่งคั่ง รุ่งเรืองในหน้าที่ของตน ทั้งแว่นแคว้นก็เจริญ ในทางกลับกัน หากพวกเขาอ่อนแอหรือถูกกดขี่ แว่นแคว้นก็อ่อนแอ ฉะนั้นหน้าที่หลักของผู้ปกครองมิใช่การรีดเอาจากกลุ่มเหล่านี้ แต่คือการทำนุบำรุงความมั่งคั่งของพวกเขาอย่างแข็งขัน สร้างนโยบายและรักษาความยุติธรรมที่ทำให้พวกเขารุ่งเรือง
๒๗๔–๒๗๕. ปกครองโดยไม่เป็นธรรม ดุจตัดผลดิบ
มหารุกฺขสฺส ผลิโน อามํ ฉินฺทติ โย ผลํ รสญฺจสฺส น ชานาติ พีชญฺจสฺส วินสฺสติ มหารุกฺขูปมํ รฏฺฐํ อธมฺเมน ปสาสติ รสญฺจสฺส น ชานาติ รฏฺฐญฺจาปิ วินสฺสติ ฯ
ผู้ใดตัดผลดิบจากต้นไม้ใหญ่ที่มีผล ย่อมไม่ได้ลิ้มรสที่แท้ของผล และเมล็ดของมันก็เสียไป ฉันใด ผู้ปกครองแว่นแคว้นซึ่งเปรียบดุจต้นไม้ใหญ่โดยไม่เป็นธรรม ย่อมไม่ได้รู้รสที่แท้ของมัน และแว่นแคว้นก็พินาศ ฉันนั้น
พระราชาที่ปกครองโดยไม่เป็นธรรม เปรียบดุจคนโง่ที่ตัดผลดิบจากต้นไม้ใหญ่ การกระทำของเขาก่อนเวลาและทำลาย เช่นเดียวกัน พระราชาเช่นนั้นไม่เคยได้รู้แก่นแท้ของแว่นแคว้น คือความเจริญและความสุขที่แว่นแคว้นซึ่งสุกงอมและปกครองดีจะให้ผล "เมล็ด" แทนอนาคต ความสืบเนื่องของราชวงศ์ มรดกแห่งการปกครอง และศักยภาพการเติบโตในอนาคต การปกครองอันไม่เป็นธรรมจึงก่อโทษสองชั้น คือ ปล้นความดีงามของปัจจุบัน และทำลายอนาคตที่ดำเนินต่อได้
๒๗๖–๒๗๗. ปกครองโดยธรรม ดุจเก็บผลสุก
มหารุกฺขสฺส ผลิโน ปกฺกํ ฉินฺทติ โย ผลํ รสญฺจสฺส วิชานาติ พีชญฺจสฺส น นสฺสติ มหารุกฺขูปมํ รฏฺฐํ ธมฺเมน โย ปสาสติ รสญฺจสฺส วิชานาติ รฏฺฐญฺจาปิ น นสฺสติ ฯ
ผู้ใดเก็บผลสุกจากต้นไม้ใหญ่ที่มีผล ย่อมได้ลิ้มรสที่แท้ของผล และเมล็ดของมันก็ไม่เสีย ฉันใด ผู้ปกครองแว่นแคว้นซึ่งเปรียบดุจต้นไม้ใหญ่โดยธรรม ย่อมรู้รสที่แท้ของมัน และแว่นแคว้นก็ไม่พินาศ ฉันนั้น
พระราชาที่ปกครองโดยธรรม เปรียบดุจคนฉลาดที่รออย่างอดทนและเก็บแต่ผลสุก พระราชาเช่นนี้ได้รู้แก่นแท้ของแว่นแคว้นจริง ๆ คือได้ลิ้มรางวัลที่แท้ของความเป็นกษัตริย์ ทั้งแว่นแคว้นที่มั่นคง เจริญ และกลมเกลียวซึ่งธรรมแผ่ทั่ว ยิ่งกว่านั้น ด้วยการกระทำด้วยความยุติธรรมและมองการณ์ไกล เขารักษา "เมล็ด" ไว้ คือความมั่นคงในอนาคต ความภักดีของประชาชน และการสืบราชสมบัติโดยชอบไม่ถูกทำลาย การปกครองโดยธรรมจึงเป็นการเพาะปลูกและการรักษา ประกันความผาสุกทั้งปัจจุบันและชั่วลูกหลาน
๒๗๘–๒๗๙. กษัตริย์อธรรม ขุนนางย่อมต่อต้าน
โย จ ราชา ชนปทํ อธมฺเมน ปสาสติ สพฺโพสธีหิ โส ราชา วิรุทฺโธ โหติ ขตฺติโย ตเถว เนคเม หึสํ เย ยุตฺตา กยวิกฺกเย โอชทานพลีกาเร ส โกเสน วิรุชฺฌติ ฯ
พระราชาที่ปกครองแว่นแคว้นโดยไม่เป็นธรรม และปล่อยให้พ่อค้าชาวเมืองเบียดเบียนในการซื้อขาย เก็บภาษีและเกณฑ์แรงงานอย่างกดขี่ พระราชา (กษัตริย์) นั้นย่อมถูกต่อต้านด้วยมาตรการทั้งปวง และเป็นปฏิปักษ์กับท้องพระคลังเอง
พระราชาที่ปกครองโดยไม่เป็นธรรมในที่นี้มิได้เพียงนิ่งเฉยต่อความอยุติธรรม แต่กระทำหรือยอมให้มีการกดขี่ทางเศรษฐกิจอย่างแข็งขัน รวมถึงการปล่อยให้พ่อค้าเอารัดเอาเปรียบในการซื้อขาย คือการโก่งราคาหรือผูกขาดที่ทำร้ายประชาชน รวมทั้งการเก็บภาษีและเกณฑ์แรงงานอย่างไม่เป็นธรรม เมื่อพระราชาล้มเหลวในหน้าที่คุ้มครองประชาชนจากการเอารัดเอาเปรียบ ก็เป็นการทรยศต่อจุดประสงค์ของความเป็นกษัตริย์ ขุนนางในฐานะผู้พิทักษ์ระเบียบสังคมย่อมต่อต้านเขาด้วยมาตรการทั้งปวง
๒๘๐. ทำร้ายแม่ทัพเก่ง กองทัพย่อมต่อต้าน
ปหารวรเขตฺตญฺญู สงฺคาเม กตนิสฺสเม อุสฺสิเต หึสยํ ราชา ส พเลน วิรุชฺฌติ ฯ
พระราชาที่เมื่อเกิดศึก กลับทำร้ายผู้รู้ชัยภูมิและชำนาญการรบ ย่อมถูกต่อต้านโดยกองทัพของตนเอง
หากในยามศึกหรือความไม่สงบ พระราชาทำร้ายไพร่พลที่มีความสามารถที่สุด โดยเฉพาะผู้รู้ชัยภูมิและชำนาญการรบ ก็เป็นความผิดพลาดร้ายแรง เพราะคนเหล่านี้คือผู้ที่อำนาจและความมั่นคงของพระองค์พึ่งพิงอยู่ การกระทำด้วยความเนรคุณ ความริษยา หรือความโหดร้ายต่อผู้พิทักษ์ที่ดีที่สุดของตน ย่อมตัดที่พึ่งสำคัญที่สุด กำลังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขากลายเป็นศัตรูที่ใหญ่ที่สุด ประกันความพ่ายแพ้ด้วยกำลังที่ควรปกป้องเขาเอง
๒๘๑. ทำร้ายฤๅษีผู้ทรงพรต สวรรค์ย่อมต่อต้าน
ตเถว อิสโย หึสํ สํยเม พฺรหฺมจาริโย อธมฺมจารี ขตฺติโย ส สคฺเคน วิรุชฺฌติ ฯ
กษัตริย์ผู้ประพฤติอธรรม ทำร้ายฤๅษีผู้สำรวมและประพฤติพรหมจรรย์ ย่อมถูกต่อต้านโดยสวรรค์
หากกษัตริย์อธรรมใช้อำนาจทำร้ายฤๅษีผู้สำรวมและประพฤติพรหมจรรย์ ก็เป็นการละเมิดความไว้วางใจอันศักดิ์สิทธิ์ บุคคลเหล่านี้แทนมโนธรรมทางศีลธรรมและจิตวิญญาณของแว่นแคว้น สวัสดิภาพของพวกเขาถูกมองว่าโยงกับพรของสวรรค์ ฉะนั้นพระราชาที่ทำร้ายพวกเขาจึงถูกต่อต้านโดยสวรรค์ คือสูญสิ้นความโปรดปรานจากเบื้องบน การกระทำของเขาก่อผลร้ายที่สุด และเขาสูญเสียความชอบธรรมทางศีลธรรมที่ค้ำจุนการปกครอง ความผิดของเขาเป็นระดับจักรวาล ประกันความพินาศในที่สุด
๒๘๒. พระราชาเป็นผู้กำหนดรัชสมัยของตน
สยํ กตา น ปเรน มหานชฺโช ชุวงฺกตา อิสฺสเรน ตถา รญฺญา สรฏฺเฐ อธิปจฺจตฺตา ฯ
แม่น้ำใหญ่จะตรงหรือคดก็ตามธรรมชาติของมันเอง มิใช่ผู้อื่นทำให้ ฉันใด พระราชาผู้เป็นใหญ่ด้วยอำนาจในแว่นแคว้นของตนก็เป็นเช่นนั้น
ดุจวิถีของแม่น้ำใหญ่ ไม่ว่าจะตรงหรือคด ก็ถูกกำหนดด้วยธรรมชาติและการไหลของมันเอง มิใช่แรงภายนอก พระอธิปไตยและคุณภาพการปกครองของพระราชาก็หล่อหลอมด้วยอำนาจและการเลือกของพระองค์เอง คุณธรรมหรือความชั่ว ความสำเร็จหรือความล้มเหลว ล้วนสร้างด้วยตนเอง แว่นแคว้นตอบสนองต่อพระประสงค์และอุปนิสัยของพระองค์ดุจแผ่นดินตอบสนองต่อน้ำ เป็นทั้งการเสริมพลังและคำเตือนอันหนักแน่นว่า พระราชาคือสถาปนิกแห่งรัชสมัยของพระองค์เอง
๒๘๓. ลำดับความรับผิดชอบ
ปุตฺโต ปาปํ กโต มาตา สิสฺโส ปาปํ กโต ครุ นาคเรหิ กโต ราชา ราชํ ปาปํ ปุโรหิโต ฯ
มารดาถูกตำหนิเพราะความผิดของบุตร ครูถูกตำหนิเพราะความผิดของศิษย์ พระราชาถูกตำหนิเพราะสิ่งที่ชาวเมืองทำ และปุโรหิตถูกตำหนิเพราะความผิดของพระราชา
มารดาต้องรับผิดชอบความผิดของบุตร ครูต้องรับผิดต่อความผิดของศิษย์ ตามตรรกนี้ พระราชาต้องรับผิดต่อความผิดของชาวเมือง ความเสื่อมและความทุกข์ของพวกเขาสะท้อนความล้มเหลวในการปกครองโดยธรรม ยิ่งกว่านั้น ปุโรหิต (ที่ปรึกษาทางศาสนา) ต้องรับผิดต่อความบกพร่องทางศีลธรรมและพิธีกรรมของพระราชาเอง สร้างลำดับชั้นความรับผิดชอบ คือ ผู้นำทางจิตวิญญาณ พระราชา ประชาชน ตอกย้ำว่าผู้นำในทุกระดับแบกภาระทางสังคมต่อความประพฤติของผู้อยู่ในความดูแล
๒๘๔. พระราชาได้ส่วนบุญบาปจากประชาชน
ปุญฺญาปุญฺญํ กโรนฺเตสุ ฉภาโค เอกเทสกํ ราชา ลภติ สพฺเพหิ ตสฺมา ปาปานิ วารเย ปุญฺญเมว ปวฑฺเฒนฺโต ชนกายํ ปสาสเย ฯ
ในหมู่ผู้ทำบุญและบาป พระราชาย่อมได้รับส่วนหนึ่งในหกส่วนจากทุกคน เพราะฉะนั้นพึงห้ามปรามบาป ส่งเสริมแต่บุญ แล้วปกครองประชาชน
กล่าวกันว่าพระราชาได้รับส่วนหนึ่งในหกของบุญและบาปที่พสกนิกรทุกคนก่อขึ้น ทำให้สุขภาพทางศีลธรรมของประชาชนเป็นเรื่องส่วนพระองค์โดยตรง ฉะนั้นหน้าที่ของพระองค์จึงมิใช่นิ่งเฉย ต้องห้ามปรามบาปและส่งเสริมบุญอย่างแข็งขัน โชคชะตาของพระองค์เองผูกแน่นกับบรรยากาศทางจริยธรรมของแว่นแคว้น การปกครองโดยธรรมจึงเป็นทั้งการกระทำเพื่อประโยชน์ตนสูงสุดและประโยชน์ส่วนรวม
๒๘๕. หน้าที่ต่อประชาชนและต่อกษัตริย์อื่น
พาลสฺส ชีวิตํ อปฺปํ ปณฺฑิตสฺส พหุตรํ ชนกายสฺส ราชา ว ราชธมฺโม ว ราชุนํ ฯ
พระราชามีหน้าที่ต่อประชาชนและต่อกษัตริย์ (แว่นแคว้นอื่น) ชีวิตของพระราชาพาลย่อมสั้น ชีวิตของพระราชาบัณฑิตย่อมยืนยาวกว่ามาก
ชีวิตของพระราชาพาลสั้น เพราะละเลยหน้าที่ต่อประชาชนและต่อกษัตริย์อื่น ก่อความวุ่นวายและการต่อต้าน ส่วนชีวิตของพระราชาบัณฑิตยืนยาวกว่ามาก เพราะทำหน้าที่เหล่านี้ครบถ้วน นี่บ่งบอกประมวลความประพฤติทั้งต่อประชาชนที่ปกครอง และต่อกษัตริย์และบ้านเมืองอื่น บนฐานคุณธรรมคือความยุติธรรม ความซื่อสัตย์ และการไม่รุกราน ปัญญาขยายอิทธิพลทั้งในด้านส่วนตนและการเมือง และนำสู่ชีวิตที่ยืนยาวและอิทธิพลที่กว้างขึ้น
๒๘๖. ภาวะผู้นำที่บกพร่องนำสู่ความพินาศ
อนายกา วินสฺสนฺติ นสฺสนฺติ พหุนายกา ถีนายกา วินสฺสนฺติ นสฺสนฺติ สุสุนายกา ฯ
หมู่คณะที่ไม่มีผู้นำย่อมพินาศ ที่มีผู้นำหลายคน (ขัดกัน) ก็พินาศ ที่มีผู้นำเป็นสตรี (ตามทัศนะโบราณ) ก็พินาศ ที่มีผู้นำยังเยาว์ก็พินาศ
หมู่คณะที่ไม่มีผู้นำย่อมตกสู่ความไร้ระเบียบ ที่มีผู้นำหลายคนย่อมทุกข์จากคำสั่งที่ขัดกันและการแบ่งพรรค ที่มีผู้นำเป็นสตรีตามจารีตโบราณเชื่อว่าอ่อนแอ ที่มีผู้นำยังเยาว์ก็ขาดประสบการณ์และวุฒิภาวะ อุดมคติที่บ่งนัยคือผู้นำเดี่ยวผู้มีวุฒิภาวะ มีปัญญาและคุณธรรม คุณภาพ ความเป็นเอกภาพ และความเหมาะสมของภาวะผู้นำเป็นปัจจัยชี้เป็นชี้ตายของหมู่คณะ โดยเฉพาะแว่นแคว้น (ข้อเกี่ยวกับผู้นำสตรีเป็นทัศนะจารีตโบราณ มิใช่ข้อเท็จจริง พึงอ่านด้วยความเข้าใจบริบทประวัติศาสตร์)
๒๘๗. พระราชาคือผู้เลี้ยงดูประชาชน
กจฺฉปีนญฺจ มจฺฉีนํ กุกฺกุฏีนญฺจ เธนุนํ ปุตฺตโปโส ยถา โหติ ตถา มจฺเจสุ ราชุนํ ฯ
เต่า ปลา ไก่ และโค เลี้ยงดูลูกของตนฉันใด พระราชาก็เลี้ยงดูประชาชนฉันนั้น
ดุจแม่เต่า แม่ปลา แม่ไก่ และแม่โค เลี้ยงดูและปกป้องลูกของตนโดยธรรมชาติ ฉันใด ก็เป็นหน้าที่ตามธรรมชาติของพระราชาที่จะเลี้ยงดูประชาชน ฉันนั้น พระราชาคือบิดามารดาของปวงประชา การเลี้ยงดูนี้รวมถึงการคุ้มครองจากศัตรูภายนอกและอาชญากรรมภายใน การจัดหาในยามข้าวยากหมากแพง และการสร้างเงื่อนไขแห่งการเติบโตและความเจริญ อำนาจของพระราชาจึงชอบธรรมมิใช่ด้วยการพิชิต แต่ด้วยหน้าที่อันเปี่ยมด้วยความเอาใจใส่ดุจบิดามารดานี้
จบ ราชธมฺมกณฺฑ (หมวดว่าด้วยราชธรรม) คาถาที่ ๒๖๖–๒๘๗ รวม ๒๒ คาถา