ปุตฺตกณฺฑ — หมวดว่าด้วยบุตร
ธรรมนีติ · 6 คาถา พร้อมคำแปลและขยายความ
๑๗๓–๑๗๔. เหตุ ๕ ที่บัณฑิตปรารถนาบุตร
ปญฺจ ฐานานิ สมฺปสฺสํ ปุตฺตมิจฺฉนฺติ ปณฺฑิตา ภโต วา โน ภริสฺสติ กิจฺจํ วา โน กริสฺสติ กุลวํโส จิรํ ติฏฺเฐ ทายชฺชํ ปฏิปชฺชติ อถ วา ปน เปตานํ ทกฺขิณานุปฺปทสฺสติ ฯ
บัณฑิตปรารถนาบุตรเพราะเห็นเหตุ ๕ ประการ คือ เมื่อเราเลี้ยงเขา เขาจักเลี้ยงเราตอบ ๑ เขาจักช่วยทำกิจของเรา ๑ วงศ์ตระกูลจักดำรงอยู่นาน ๑ เขาจักรับสืบทอดมรดก ๑ และเมื่อเราล่วงลับ เขาจักทำบุญอุทิศให้ ๑
ประการแรก พ่อแม่หวังว่าบุตรจะเลี้ยงดูตนยามแก่เฒ่า กลับกันบทบาทผู้ดูแล ประการที่สอง บุตรจะทำกิจอันจำเป็นทั้งทางครอบครัวและสังคม ประการที่สาม บุตรประกันความสืบเนื่องของวงศ์ตระกูล รักษาชื่อและมรดก ประการที่สี่ บุตรจะดูแลและสืบทอดมรดกอย่างรับผิดชอบ และประการสุดท้ายซึ่งสำคัญที่สุด บุตรจะทำบุญอุทิศในนามพ่อแม่หลังการจากไป เป็นเสบียงทางจิตวิญญาณในปรโลก (คาถานี้มาจากพระไตรปิฎก ปุตตสูตร)
๑๗๕. ปรารถนาบุตรที่เสมอหรือเหนือกว่า
อติชาตมนุชาตํ ปุตฺตมิจฺฉนฺติ ปณฺฑิตา อวชาตํ น อิจฺฉนฺติ โย โหติ กุลฉินฺนโก ฯ
บัณฑิตปรารถนาบุตรที่ดีกว่าตน หรืออย่างน้อยเสมอตน ไม่ปรารถนาบุตรที่เลวกว่า ผู้ทำลายวงศ์ตระกูล
พ่อแม่ผู้เป็นบัณฑิตปรารถนาบุตรที่เสมอตนในคุณธรรมและความสำเร็จ หรือดียิ่งกว่า ผู้จะยกฐานะวงศ์ตระกูลให้สูงขึ้น โดยเฉพาะในทางธรรม เขาเกรงบุตรที่ด้อยกว่าซึ่งความประพฤติชั่วนำความอับอายมาให้ ผลาญทรัพย์ หรือทิ้งจารีต อันเป็นการตัดวงศ์ตระกูลทั้งทางสังคมและศีลธรรม (คาถานี้ซ้ำกับคาถาที่ ๕๑ ในหมวดปัญญา แสดงว่าเป็นภาษิตสำคัญที่ปรากฏซ้ำ)
๑๗๖. พี่น้องท้องเดียวกันก็ต่างกัน
เอกูทรสมุปฺปนฺนา น ภวนฺติ สมสฺสมา นานา วณฺณา นานา จรา ยถา พทรกณฺฑกา ฯ
พี่น้องที่เกิดจากท้องเดียวกัน ก็หาได้เหมือนกันไม่ มีหลายชนิด หลายความประพฤติ เหมือนหนามของต้นพุทรา
พี่น้องที่เกิดจากพ่อแม่เดียวกันอาจมีสันดาน อุปนิสัย และพฤติกรรมต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่สม่ำเสมอหรือเท่ากันในคุณภาพ หนามบนต้นพุทราแม้งอกจากต้นเดียวกัน ก็ต่างกันทั้งขนาด รูปทรง และความแหลม ความหลากหลายตามธรรมชาตินี้อธิบายว่าเหตุใดแม้เลี้ยงดูคล้ายกัน ลูกคนหนึ่งอาจเป็นคนดี อีกคนกลับนอกลู่นอกทาง คาถายอมรับบทบาทของอุปนิสัยเฉพาะตัวอันเนื่องมาจากกรรมในอดีตชาติที่ลูกแต่ละคนนำมา ซึ่งมาผสานกับการอบรมของพ่อแม่
๑๗๗. ฝึกบุตรและศิษย์ในเวลาอันควร
อทเม พหโว โทสา ทเม ตุ พหโว คุณา ตสฺมา ปุตฺตญฺจ สิสฺสญฺจ ทมกาเล ว ทมฺมเย ฯ
ในผู้ไม่ได้ฝึก มีโทษมาก ในผู้ได้ฝึกแล้ว มีคุณมาก เพราะฉะนั้นพึงฝึกบุตรและศิษย์ในเวลาอันควรแก่การฝึก
ผู้ไม่ได้ฝึกย่อมเต็มไปด้วยข้อบกพร่อง ขาดการควบคุม หุนหัน และพลาดง่าย ส่วนผู้ได้ฝึกย่อมบ่มเพาะคุณธรรมมากมาย ทั้งความอดทน ความเคารพ การบังคับตน และความขยัน ฉะนั้นหน้าที่สำคัญของพ่อแม่หรือครูคือการฝึกในเวลาอันควรแก่การฝึก โดยเฉพาะในวัยเยาว์ที่อุปนิสัยยังหล่อหลอมได้ และในจังหวะที่การแก้ไขจะได้ผล การฝึกที่ถูกกาลคือการกระทำอันเปลี่ยนศักยภาพดิบของเด็กให้เป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณธรรม
๑๗๘. ทั้งแนะนำและห้ามปราม
โอวาเทยฺยานุสาเสยฺย อสพฺภา จ นิวารเย ทนฺโต หิ โส ปิโย โหติ อทนฺโต โหติ อปฺปิโย ฯ
พึงทั้งกล่าวสอนและพร่ำสอน และห้ามปรามจากสิ่งเลวทราม ผู้ที่ได้ฝึกแล้วย่อมเป็นที่รัก ส่วนผู้ที่ไม่ได้ฝึกย่อมไม่เป็นที่รัก
ก่อนอื่นต้องกล่าวสอนและพร่ำสอน ให้ทิศทางและคำสอนเชิงบวก ประการที่สองต้องห้ามปรามจากสิ่งเลวทราม วางขอบเขตชัดเจนต่อพฤติกรรมอกุศล ผลของแนวทางอันสมดุลนี้คือ ผู้ที่ได้ฝึกย่อมรักและเคารพผู้ฝึก เพราะมองเห็นความเอาใจใส่ที่อยู่เบื้องหลังการแก้ไข ในทางกลับกัน ผู้ที่ไม่ได้ฝึก ปล่อยให้จมในนิสัยทำลายตน ย่อมเติบโตเป็นผู้ขุ่นเคืองหรือรู้สึกไม่เป็นที่รักจากผู้ที่ละเลยการชี้นำ ความเอาใจใส่ที่แท้จึงรวมทั้งการให้กำลังใจและการห้ามปราม
๑๗๙. บุตรหรือพี่น้องที่เสีย พึงสั่งสอน ไม่ทอดทิ้ง
ปุตฺตํ วา ภาตรํ ทุฏฺฐํ อนุสาเสยฺย โน ชเห กึ นุ เฉชฺชํ หตฺถปาทํ ลิตฺตํ อสุจินา สิยา ฯ
บุตรหรือพี่น้องที่ประพฤติเสีย พึงสั่งสอน อย่าทอดทิ้ง ไฉนจะตัดมือตัดเท้าทิ้ง เพียงเพราะมันเปื้อนของไม่สะอาดเล่า?
ไม่พึงทอดทิ้งบุตรหรือพี่น้องที่นอกลู่นอกทาง หน้าที่คือสั่งสอนและพยายามแก้ไขอย่างต่อเนื่อง หากมือหรือเท้าของตนเปื้อนของสกปรก เราย่อมไม่ตัดมันทิ้งทันที แต่จะล้างซ้ำ ๆ จนสะอาด ฉันใด ญาติที่แปดเปื้อน แม้เสียเพราะความประพฤติเลว ก็ยังเป็นญาติของเรา การตอบสนองจึงควรเป็นการชำระอย่างอดทนและไม่ลดละด้วยคำสอนทางศีลธรรม มิใช่การตัดทิ้งหรือทอดทิ้ง สายสัมพันธ์ในครอบครัวเรียกร้องความพยายามฟื้นฟูอันไม่คลอนแคลน
จบ ปุตฺตกณฺฑ (หมวดว่าด้วยบุตร) คาถาที่ ๑๗๓–๑๗๙ รวม ๗ คาถา